โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทคนิคจำคันจิอย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิธีที่พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นใช้สอนเด็ก ๆ

conomi

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • conomi.co

สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่ต้องเรียนรู้อย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ อักษรคันจิ เนื่องจากจำเป็นอย่างมากสำหรับการอ่านและการเขียน แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูซับซ้อน เสียงอ่านที่หลากหลาย ทำให้หลายคนมองว่าคันจิเป็นเรื่องยาก ไม่สามารถจำได้ง่าย ๆ วันนี้เราได้นำเทคนิคจำคันจิด้วยวิธีที่พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นใช้สอนเด็ก ๆ มาแนะนำให้ทุกคนได้ไปลองทำตามเพื่อให้สามารถจดจำคันจิได้อย่างมีประสิทธิภาพกันค่ะ!

ขั้นตอนพื้นฐานในการฝึกคันจิ : อ่าน เข้าใจความหมาย และจดจำรูปร่าง

คันจิ

เมื่อพูดถึงการฝึกคันจิ หลาย ๆ คนมักจะนึกถึงการเขียนซ้ำไปซ้ำมาจำนวนเยอะ ๆ แต่ความจริงแล้ววิธีนี้อาจจะไม่เข้าหัวเลยก็ได้ เรามาดูขั้นตอนพื้นฐานในการฝึกคันจิกันก่อนว่าควรเริ่มจากอะไร

1. เริ่มที่เสียงอ่านเป็นอย่างแรก

ในการจดจำตัวคันจิ สิ่งสำคัญคือต้องจดจำวิธีการอ่าน ให้ได้ก่อน โดยคันจิแต่ละตัวจะมีทั้งการอ่านแบบคุงโยมิ (เสียงญี่ปุ่น) และองโยมิ (เสียงจีน) ตัวอย่างเช่น ตัวคันจิ 海 (ทะเล) อ่านแบบคุงโยมิว่า umi อ่านแบบองโยมิว่า kai วิธีคือให้นึกถึงอิมเมจของทะเลด้วยคุงโยมิว่า umi และจดจำองโยมิด้วยคำศัพท์ อย่างเช่น 海水 (kaisui : น้ำทะเล) จะช่วยให้จำวิธีอ่านทั้ง 2 แบบได้ดีขึ้น

2. รู้ความหมายของคันจิ

เมื่อจำวิธีอ่านตัวคันจิได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเข้าใจความหมาย โดยหากเข้าใจในส่วนประกอบของคันจิ ก็จะยิ่งช่วยให้เข้าใจความหมายของตัวคันจินั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น ตัวคันจิ 海 จะมีตัว 氵(sanzui) ประกอบอยู่ ซึ่งหมายถึงน้ำ ดังนั้นก็สามารถรู้ได้ว่าตัว 海 มีความหมายเกี่ยวข้องกับน้ำ

3. ลองเขียนตามตัวอย่าง

เมื่อรู้เสียงอ่านและเข้าใจความหมายแล้ว ก็ลองเขียนตามตัวอย่างได้ แต่หากเขียน 10-20 ครั้งในทันทีก็จะเบื่อได้ง่าย ดังนั้นในช่วงแรกเขียนแค่ 2-3 ครั้งก็พอ เพราะจุดสำคัญอยู่ที่ว่าสามารถจดจำรูปร่างหน้าตาของคันจิได้อย่างถูกต้องหรือไม่

4. ลองเขียนโดยไม่ดูตัวอย่าง

เมื่อเข้าใจรูปร่างของตัวคันจิแล้วก็ให้ลองเขียนดูอีกครั้งโดยไม่ต้องดูตัวอย่าง ถ้าสามารถนึกถึงรูปร่างของคันจิได้ก็ถือว่ามาถูกทาง เพราะถือว่าเป็นความทรงจำที่ติดอยู่ในสมอง เมื่อจำได้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเขียนซ้ำหลายครั้ง แต่หากยังจำไม่ค่อยได้ก็ให้เขียนตามตัวอย่างอีกครั้ง

5. ตรวจสอบว่าเขียนถูกต้องหรือไม่

เสร็จแล้วลองมาตรวจสอบอีกครั้งว่าตัวคันจินั้นถูกต้องหรือไม่ บางครั้งอาจมีความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มองข้ามไป เช่น 木 กับ 本 หรือ 日 กับ 目 สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบอย่างระมัดระวังหรือให้คนที่เก่งคันจิมาช่วยดูให้

6. หากมีจุดที่ผิดให้ตรวจสอบอีกครั้ง

หากมีบางจุดที่เขียนไม่ถูกต้อง ก็ต้องทำความเข้าใจว่าผิดตรงไหน ผิดอย่างไร แล้วลองเขียนใหม่อีกรอบ จะดูตัวอย่างไปด้วยก็ได้จนกว่าจะสามารถจดจำได้ทั้งหมด หากสามารถเขียนได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องดูตัวอย่างเลยก็ถือว่าผ่าน

7. เขียนใหม่อีกครั้งหลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์

แม้ว่าจะจดจำได้แล้วแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีสิทธิ์ลืมได้หากไม่ได้ใช้ การท่องจำไปเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่ฝังหัว ให้รอประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วลองฝึกเขียนอีกครั้งว่ายังจำได้หรือไม่ หากลืมแล้วก็ไม่เป็นไร ฝึกเขียนตามตัวอย่างใหม่อีกครั้งจนสามารถจดจำได้อย่างถูกต้องทั้งหมด

เทคนิคและตัวช่วยที่ช่วยให้จำคันจิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าการนั่งเขียนคันจิเงียบ ๆ บนโต๊ะอย่างเดียวยังไม่ช่วยให้จำได้ ก็ขอแนะนำเทคนิคหรือตัวช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าจะช่วยให้จดจำคันจิได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังต่อไปนี้

1. เลือกแบบฝึกคันจิที่เรียนรู้ได้ง่าย

บางคนอาจจะต้องการใช้แบบฝึดคัดคันจิโดยเฉพาะ แนะนำว่าให้ใช้แบบฝึกที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อให้อ่านง่าย เห็นรายละเอียดได้ชัดเจน มีคำแนะนำที่เข้าใจง่ายเกี่ยวกับลำดับขีดที่ถูกต้อง และเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับคันจิ

2. เน้นที่ส่วนประกอบของคันจิ

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น หากเข้าใจความหมายของส่วนประกอบของคันจิ ก็จะยิ่งช่วยให้เข้าใจความหมายของตัวคันจินั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น 氵(sanzui) หมายถึง น้ำ, 木 (kihen) หมายถึงไม้ ลองเน้นที่ส่วนประกอบเหล่านี้ด้วยการวงสีแดงไว้หรือใช้ปากกามาร์กเกอร์ให้ดึงดูดสายตา จะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น

3. ใช้พจนานุกรมคันจิ

พจนานุกรมคันจินอกจากจะช่วยอธิบายความหมายของคันจิแล้ว ยังอธิบายถึงโครงสร้าง ส่วนประกอบ มีตัวอย่างคำศัพท์ ตัวอย่างการใช้งานคันจิ ความรู้ที่หลากหลายเหล่านี้จะทำให้การจำคันจิน่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ และทำความคุ้นเคยกับคันจิได้มากขึ้น

4. เขียนไปพูดไป

สำหรับบางคนการเขียนไปด้วยออกเสียงไปด้วยจะช่วยให้จดจำได้ดีกว่าการเขียนแบบเงียบ ๆ เพราะการอ่านออกเสียงจะกระตุ้นประสาทสัมผัสทางการได้ยินทำให้จดจำได้ง่ายขึ้น ในอนาคตเมื่อพูดถึงคันจิตัวนี้ขึ้นมาก็จะสามารถนึกถึงรูปร่างหน้าตาของมันได้ด้วย

5. เขียนประโยคโดยใช้คันจิ

หากการพยายามจำคันจิแบบเดี่ยว ๆ มันรู้สึกยากเกินไป แนะนำให้ลองเขียนคำศัพท์หรือประโยคที่ใช้คันจิตัวนั้น ๆ อาจเริ่มจากการเขียนไดอารี่ เขียนบันทึก หรือดูประโยคตัวอย่างจากหนังสือแล้วเขียนตาม ก็ช่วยให้คุ้นเคยกับคันจิได้มากขึ้นเช่นกัน

6. ใช้แอปพลิเคชั่นคันจิหรือดูคลิปวิดีโอ

นอกจากพจนานุกรมหรือหนังสือต่าง ๆ อีกตัวช่วยที่จะทำให้เพลิดเพลินกับการจดจำคันจิมากขึ้นคือแอปพลิเคชั่นคันจิที่มีเกมให้เล่นหรือคลิปวิดีโอสนุก ๆ จาก YouTube แต่อย่างไรก็ตาม การเขียนก็ยังคงมีความจำเป็นสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น ดังนั้นต้องอย่าลืมที่จะฝึกเขียนให้คล่องมือเอาไว้ด้วย

การจดจำคันจิจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการอ่านและการเขียนภาษาญี่ปุ่น เนื่องจากคันจิแต่ละตัวล้วนมีความหมายในตัวเอง และยังสามารถใช้แยกความหมายของคำที่มีเสียงอ่านเหมือนกันได้ ลองนำเทคนิคที่แนะนำไปปรับใช้เพื่อให้สามารถจดจำคันจิได้มากขึ้นนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก 889100

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...