แบบทดสอบทายใจจากญี่ปุ่น พฤติกรรมแย่ ๆ แบบไหนที่เผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว?
คนเราแต่ละคนมักมีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่เผลอทำไปโดยไม่รู้ตัวจนอาจทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีหรือมองเราในแง่ลบทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจ ถ้าอยากรู้ว่าตัวเราเองมีพฤติกรรมแย่ ๆ แบบไหน ลองมาสำรวจตัวเองด้วยแบบทดสอบจากญี่ปุ่นกันค่ะ!
คุณทานบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นจนอิ่มมากแต่ก็อยากทานอะไรเพิ่มอีกสักอย่างหนึ่ง สิ่งที่คุณเลือกคืออะไร ?
A : ของทานเล่นจานเล็ก ๆ
B : สเต็กแบบแรร์
C : ไข่หวานย่าง
D : เค้กช็อกโกแลต
การทานอะไรบางอย่างเพิ่มถึงแม้จะอิ่มแล้ว สื่อถึงพฤติกรรมไม่ดีที่คุณมักจะเผลอทำโดยไม่รู้ตัว เมนูที่คุณเลือกจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมเหล่านั้นของคุณ
เลือก A : ของทานเล่นจานเล็ก ๆ.. มองหาแต่จุดด้อยของผู้อื่น
ของทานเล่นจานเล็ก ๆ สื่อถึง จิตใจที่ไม่เปิดกว้าง ลองนึกย้อนกลับไปว่าเวลาคุณมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน คุณสามารถรับรู้ถึงข้อดีของอีกฝ่ายแล้วชื่นชมได้อย่างจริงใจหรือเปล่า? ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นประเภทที่ไม่ค่อยชื่นชมใคร แต่กลับมักจะมองหาข้อเสียด้านลบของอีกฝ่าย อาจจะเป็นเพราะมันน่าหงุดหงิดหรือน่าอายที่จะชมเชยผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมา แต่แทนที่จะมองหาข้อเสียในตัวผู้อื่น ควรยอมรับและชื่นชมอีกฝ่ายอย่างจริงใจ หากทำได้ จิตใจคุณจะเปิดกว้างขึ้นมาก
B : สเต็กแบบแรร์.. ชิงพูดก่อน
สเต็กแบบแรร์สื่อถึง ความใจร้อนและแทบจะรอให้สเต็กสุกไม่ไหว ในตอนที่กำลังพูดคุยกับผู้อื่นอย่างสนุกสนาน แต่ถ้าคุณเห็นว่าอีกฝ่ายพูดใกล้จะจบปุ๊บ คุณก็อดไม่ได้ที่จะพูดต่อขึ้นมาปั๊บ หากคุณชอบชิงพูดก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ การสนทนาก็จะไม่ใช่การสนทนาอีกต่อไป แทนที่จะพยายามคุยมากเกินไป ควรใส่ใจต่อจังหวะการคุยและสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดด้วย จะช่วยให้การสนทนาสนุกสนานลื่นไหลได้แน่นอน
C : ไข่หวานย่าง.. ใส่ใจเกินไป
ไข่หวานย่างรสชาติละมุนสื่อถึง ความใจดีต่อผู้อื่น ดูเผิน ๆ ก็เหมือนจะเป็นข้อดีที่เป็นคนมีน้ำใจ แต่การใส่ใจมากเกินไปก็อาจทำให้คนอื่นรู้สึกแปลก ๆ ได้ อย่างการเอาแต่ถามคนโน้นคนนี้ซ้ำ ๆ ว่า โอเคไหม? เหนื่อยไหม? คนที่โดนถามก็อาจรู้สึกไม่สบายใจและงงว่าทำไมต้องเป็นห่วงขนาดนี้ การเอาใจใส่ต่อผู้อื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ควรแสดงออกอย่างพอประมาณและเชื่อใจอีกฝ่ายให้มากขึ้น
D : เค้กช็อกโกแลต.. ยืดบทสนทนา
ของหวานเป็นเมนูสุดท้ายที่ช่วยเปลี่ยนรสชาติและยืดช่วงเวลาการทานอาหาร เหมือนกับนิสัยที่ชอบยืดบทสนทนาให้ยาวขึ้นโดยไม่จำเป็น บางครั้งบทสนทนาที่กำลังจะจบลงอย่างราบรื่นด้วยเรื่องดี ๆ คุณก็กลับพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทำให้จบลงด้วยรสชาติที่คั่งค้างอยู่ในคอไว้ ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยลองดูจังหวะให้ดีก่อน เพราะการจบบทสนทนาด้วยเรื่องดี ๆ ในจังหวะที่พอดีจะทำให้ต่างคนต่างรู้สึกพึงพอใจได้ดีกว่า
ไม่ว่าใครก็ไม่อยากคนอื่นมองว่าเรานิสัยไม่ดีเพียงเพราะพฤติกรรมแย่ ๆ ที่เราทำไปโดยไม่รู้ตัว หากคุณคอยสังเกตการกระทำของตนเองอยู่ตลอดเวลา คุณจะสามารถปรับปรุงข้อเสียและสร้างความประทับใจให้ผู้อื่นได้อย่างแน่นอน
สรุปเนื้อหาจาก uranaitv