โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 5 ทำเล ราคาที่ดินปรับขึ้นสูงสุด สมุทรปราการนำโด่งพุ่ง 51.3% พิษรีดภาษีเต็มอัตรา เจ้าของแห่เทขาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ม.ค. 2567 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2567 เวลา 04.15 น.

เปิด 5 ทำเล ราคาที่ดินปรับขึ้นสูงสุด สมุทรปราการ นำโด่งพุ่ง 51.3% พิษรีดภาษีเต็มอัตรา เจ้าของแห่เทขาย

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพและปริมณฑลไตรมาส 4 ปี 2566 มีค่าดัชนีเท่ากับ 394.2 จุด เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนายังคงมีทิศทางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเป็นการปรับตัวขึ้นแบบชะลอตัว ดังจะเห็นได้ว่าการปรับเพิ่มขึ้นนั้นเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราค่าเฉลี่ย 5 ปี (2558-2562) ในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14.8% ต่อไตรมาสเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้า

นายวิชัย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินเปล่ามีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัจจัยลบต่าง ๆ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นมาที่ระดับ 2.50% เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 ซึ่งปรับขึ้นครั้งที่ 5 ในปี 2566 และอาจมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง อีกทั้งรัฐบาลได้จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตราโดยไม่ได้รับส่วนลด 90% เหมือนเช่นในปี 2562-2563 และกรมธนารักษ์ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่รอบปี 2566-2569 ทำให้เจ้าของที่ดินได้ปล่อยอุปทานที่ดินสู่ตลาดเพื่อลดภาระการจ่ายภาษีที่ดินฯ

นายวิชัย กล่าวว่า แต่ในขณะเดียวกันความต้องการซื้อที่ดินสะสมในตลาดของผู้ประกอบการก็ลดลง เพราะการซื้อที่ดินสะสมไว้จะมีภาระต้องจ่ายภาษีที่ดินฯ ทำให้เกิดต้นทุนจากการถือครองที่ดิน ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนในการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป และปัจจัยลบที่ส่งผลต่อกำลังซื้อโดยตรงมาจากประเทศไทยในปัจจุบันมี ภาวะหนี้สินครัวเรือนที่สูงเกินกว่า 90% ของจีดีพี รวมทั้งมาตรการผ่อนปรน LTV ได้หมดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ทำให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยชะลอตัวลง ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวโดยชะลอแผนการเปิดขายโครงการใหม่ลง จึงอาจต้องชะลอการซื้อที่ดินเปล่าสะสมเพื่อการพัฒนาลงไปด้วย

นายวิชัย กล่าวว่า ในไตรมาส 4 ปี 2566 พบว่าโซนที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรกเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1.โซนเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ มีอัตราการเปลี่ยนราคามากขึ้น 51.3% 2.โซนตลิ่งชัน-บางแค-ภาษีเจริญ-หนองแขม-ทวีวัฒนา-ธนบุรี-คลองสาน-บางพลัด-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่ มีอัตราการเปลี่ยนราคา 31% 3.โซนลาดพร้าว-บางกะปิ-วังทองหลาง-บึงกุ่ม-สะพานสูง-คันนายาว มีอัตราการเปลี่ยนราคา 30.2% 4.โซนราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทอง มีอัตราการเปลี่ยนราคา 26.9% และ 5.โซนนครปฐม มีอัตราการเปลี่ยนราคา 24.1%

นายวิชัย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงราคาดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าที่ดินอยู่พื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการเปลี่ยนแปลงราคาสูงกว่าเขตชั้นใน เพราะมีแผนพัฒนาโครงการสำคัญในพื้นที่ชานเมืองและจังหวัดในปริมณฑล เช่น โครงการขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชน แผนเวนคืนที่ดินเพื่อตัดถนนใหม่ และโครงการขนส่งมวลชนระบบรางทั้งสายใหม่และส่วนต่อขยาย รวมถึงจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพฯปรับปรุงครั้งที่ 4 ที่คาดประกาศใช้ปี 2568 จะมีการปรับเปลี่ยนผังสีการใช้ประโยชน์ที่ดิน และศักยภาพการพัฒนาในบางพื้นที่ให้รองรับการพัฒนาพาณิชยกรรม และที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นได้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าที่เพิ่งเปิดให้บริการหลังปี 2556 ทำให้ที่ดินในทำเลดังกล่าวมีอัตราการเปลี่ยนแปลงราคาที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทำเลใจกลางเมือง แม้ราคาจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาเริ่มมีจำกัดและมีราคาที่สูงอยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้อัตราการเติบโตของราคาต่ำกว่าบริเวณพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯและปริมณฑล

นายวิชัย กล่าวว่า สำหรับราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในแนวเส้นทางที่มีรถไฟฟ้าผ่านในไตรมาส 4 ปี 2566 พบว่าเส้นทางรถไฟฟ้า 5 อันดับแรก ที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นที่ดินมีแผนพัฒนารถไฟฟ้าในอนาคต มีการเชื่อมต่อกับพื้นที่สำคัญด้านพาณิชยกรรมและรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว
ประกอบด้วย 1.สายสีเขียวช่วงสมุทรปราการ-บางปูและช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 51.3% โดยราคาที่ดินในเขตเมืองสมุทรปราการและพระสมุทรเจดีย์ มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าระหว่างสายสีเขียวส่วนต่อขยายและสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ทำให้สะดวกต่อการเดินทาง ผู้ประกอบจึงมีการซื้อที่ดินในทำเลนี้เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย

2.สายสีน้ำเงินช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 31% โดยเขตบางแคเป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก 3. สายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น25.6% โดยเขตพุทธมณฑล ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน บางกรวย เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

4. สายสีม่วงช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 14.4% โดยเขตพระประแดง ทุ่งครุ จอมทอง เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก และ 5. สายสีเทาช่วงวัชรพล-พระราม 9 -ท่าพระ มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 10.3% โดยเขตวังทองหลาง บึงกุ่ม ลาดพร้าว ยานนาวา เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 5 ทำเล ราคาที่ดินปรับขึ้นสูงสุด สมุทรปราการนำโด่งพุ่ง 51.3% พิษรีดภาษีเต็มอัตรา เจ้าของแห่เทขาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...