โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“การบินไทย” หนุนฮับการบิน ยกระดับ A320 สู่ฟูลเซอร์วิส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.พ. 2567 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2567 เวลา 03.21 น.

หลังประกาศปิดตำนาน “ไทยสมายล์” พร้อมโอนเครื่องบินแอร์บัส A320 จำนวน 20 ลำเข้าฝูงบินของการบินไทยตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ 2567

ล่าสุด“การบินไทย” ทุ่มจัดงาน “Smoother Connection…Broader Network” ONE THAI > ONE FLY เพื่อตอกย้ำว่านับจากนี้เป็นต้นไป การบินไทยจะทำการบินภายใต้แบรนด์ “THAI” และรหัส TG เพียงแบรนด์เดียว ทั้งเส้นทางบินระหว่างประเทศและเส้นทางบินภายในประเทศ และเชื่อมต่อเครือข่ายเส้นทางบินอย่างไร้รอยต่อ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

เสริมแกร่งเครือข่ายการบิน

“ชาย เอี่ยมศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย ระบุว่า ในเชิงกลยุทธ์แล้วเครื่องบิน A320 จำนวน 20 ลำดังกล่าวที่รับมอบเข้าสู่ฝูงบินของการบินไทย จะทำให้การบินไทยมีจำนวนเครื่องบินมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องบินแบบลำตัวแคบ จากเดิมที่มีเฉพาะเครื่องแบบลำตัวกว้างเท่านั้น รวมทั้งทำให้การบินไทยแข็งแกร่งและสร้างสีสันมากขึ้นใน 3 ประเด็นใหญ่

ประกอบด้วย 1.มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการเส้นทางบินและเครื่องบินมากขึ้น 2.เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่องบินมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเครื่องบิน A320 ที่เคยทำการบินโดยไทยสมายล์มีจำนวนใช้งานเฉลี่ยประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อนำมาเขย่ารวมกันจะทำให้จำนวนการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ราว 10-11 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของการใช้เครื่องบินลดลง และ 3.การต่อเชื่อมผู้โดยสารจากทั่วโลกภายใต้เครือข่ายของการบินไทย รวมถึงสายการบินพันธมิตรที่ขนผู้โดยสารเข้าสู่กรุงเทพฯ

หนุน กทม.ฮับการบิน

เรียกว่า นอกจากการบินไทยจะบริหารจัดการเครื่องบินได้แบบยืดหยุ่นขึ้นแล้ว ยังมีจำนวนที่นั่งรองรับความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสารมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้มากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะจากการจำหน่ายบัตรโดยสารในรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายเที่ยวบิน หรือ Network Sale รวมไปถึงยังมีประสิทธิภาพการแข่งขันด้านการบริหารจัดการต้นทุนด้วย

และย้ำว่า ทั้ง 3 ประเด็นนี้จะตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ในอนาคตอันใกล้ของ “การบินไทย” ที่พยายามจะทำให้เป็นสายการบินที่มีเน็ตเวิร์กเพียงพอกับการสนับสนุนให้กรุงเทพฯ โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็น “ฮับการบิน” ตามนโยบายรัฐบาล

เขย่าสลอตบินเชื่อมใน-ตปท.

ขณะเดียวกันการบินไทยยังมีแผนบริหารตารางบิน หรือสลอตเวลาให้สามารถเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างเส้นทางบินระหว่างประเทศและเส้นทางบินภายในประเทศให้มีเวลาน้อยที่สุด และกำหนดสลอตการบินระหว่างวันของเส้นทางบินภายในประเทศให้สามารถรองรับกับสลอตการบินของสายการบินไทยและสายการบินพันธมิตร

เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารจากทั่วโลกได้รับความสะดวกในการเดินทางต่อเครื่องเส้นทางภายในประเทศ โดยการบินไทยจะทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนอย่างใกล้ชิด ทั้งบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) สำนักงานการบินพลเรือน ฯลฯ

อัพเกรด A320 สู่ฟูลเซอร์วิส

“กรกฏ ชาตะสิงห์” ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์การบินไทย เสริมว่า ปัจจุบันเครื่องบิน A320 ที่ได้รับการโอนย้ายมาจากไทยสมายล์นั้น บริษัทได้นำไปปฏิบัติการการบิน เส้นทางภายในประเทศ 8 เส้นทาง ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น กระบี่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ (สงขลา)

เส้นทางในกลุ่มประเทศ CLMV 4 ประเทศ ได้แก่ พนมเปญ และเสียมราฐ (กัมพูชา) เวียงจันทน์ (ลาว) ย่างกุ้ง (พม่า) โฮจิมินห์ และฮานอย (เวียดนาม) และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค อาทิ ปีนัง (มาเลเซีย) กาฐมาณฑุ (เนปาล) โคลอมโบ (ศรีลังกา เริ่ม 31 มีนาคม 2567) และเกาสง (ไต้หวัน) เป็นต้น

ปัจจุบันแบ่งรูปแบบการให้บริการเป็น 2 รูปแบบ คือ ชั้นประหยัด (Economy) และอีโคโนมีพลัส (Economy Plus) โดยชั้นอีโคโนมีพลัส จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป (จำหน่ายตั๋วโดยสารแบบที่นั่งเว้นที่นั่ง)

จากนั้นการบินไทยจะปรับปรุงที่นั่งบนเครื่อง A320 ให้มีที่นั่งแบบชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) แทนการเว้นที่นั่งตรงกลางแบบเดิม จำนวน 12 ที่นั่ง และ Economy Class 144 ที่นั่ง รวม 156 ที่นั่ง

พร้อมติดตั้งระบบ Wireless IFE เพื่อให้บริการสื่อสาระบันเทิงบนเครื่องบิน (In-flight Entertainment) โดยผู้โดยสารสามารถนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัว อาทิ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเลต มาเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อรับชมสาระความบันเทิงได้ตามต้องการ

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานของโปรดักต์และบริการของเครื่อง A320 ให้เป็น “ฟูลเซอร์วิส” เทียบชั้นและเป็นมาตรฐานเดียวกับเครื่องลำตัวกว้างของการบินไทย

เร่งหาเครื่องใหม่เสริมฝูงบิน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินในขณะนี้คือ ความสามารถในการจัดหาเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมฝูงบินให้สอดคล้องกับความต้องการการเดินทางของตลาด

ประเด็นนี้ซีอีโอการบินไทยบอกว่า ปีนี้การบินไทยมีฝูงบินการบินรวม 79 ลำ (รวม A320) โดยในแผนระยะสั้นนั้นจะทยอยรับมอบเครื่องบินใหม่เข้ามาอีก 26 ลำ ในจำนวนนี้จะรับมอบในปี 2568 จำนวน 8 ลำ ทั้งรุ่นลำตัวกว้าง 14 ลำ และรุ่นลำตัวแคบ

“ปัญหาใหญ่ทุกสายการบินตอนนี้คือ เครื่องบินในตลาดไม่เพียงพอ อย่างการบินไทยเองก็มีเครื่องบินที่ทยอยหมดสัญญาเช่าไปเรื่อย ๆ ถ้าการบินไทยเองไม่จัดหาเพิ่ม อีก 8-9 ปีเราจะเหลือเครื่องบินเพียงแค่ 51 ลำ”

นั่นหมายความว่า หากจะให้มีฝูงบินจำนวน 79 ลำเท่าวันนี้ การบินไทยต้องเร่งจัดหาเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมถึง 28 ลำ ขณะที่ในช่วง 3 ปีนี้ในตลาดไม่มีเครื่องบินออกมาเลย ใครที่สั่งจองไปยังต้องรอการส่งมอบ 3-4 ปี

เป้าหมายในวันนี้ของการบินไทยจึงไม่ใช่แค่การมุ่งหารายได้ สร้างกำไรเท่านั้น แต่ยังต้องไปแย่งชิงเพื่อจัดหาเครื่องบินมาเสริมฝูงบินในระยะยาวเพื่อขยายเครือข่ายการบินให้ครอบคลุมมากที่สุด และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ในอนาคตด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “การบินไทย” หนุนฮับการบิน ยกระดับ A320 สู่ฟูลเซอร์วิส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...