โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตํารวจนําตัว มือตบ "ทนายธรรมราช" ฟ้องศาล เจ้าตัวรับสารภาพ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 02 พ.ย. 2567 เวลา 07.21 น.

ตํารวจนําตัว มือตบ "ทนายธรรมราช" ฟ้องศาล เจ้าตัวรับสารภาพ อ้างดูหมิ่นศาสนาอิสลาม ยันไม่ได้มีการเตรียมการและไม่มีใครว่าจ้างพร้อมขอโทษสื่อและสถานที่

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2567 พนักงานสอบสวน เปิดเผยถึงเหตุบุกทําร้าย "ทนายธรรมราช สาระปัญญา" ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางว่า เบื้องต้นตํารวจได้ดําเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐานร่วมกันทําร้ายร่างกาย

ซึ่ง นายเต้ย มือตบ ยอมรับว่าตนตบจริง ภายหลังสอบปากคําเสร็จ ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินจํานวน 45,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ทางพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว พร้อมนัดส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือในวันนี้ เวลา 09.00 น.

ทางด้านของ ‘นายพี’ คนที่ล็อคคอ ผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 ราย เบื้องต้นปฏิเสธข้อกล่าวหา จะมีความเห็นทางคดีส่งอัยการในช่วงปลายเดือนนี้

นายเต้ยผู้ก่อเหตุตบทนายธรรมราช กล่าวว่า ตนก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากตนเห็นที่ทนายโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม และเมื่อมารับฟังแล้วพบว่า นายธรรมราชพูดไม่ตรงประเด็น จึงบันดาลโทสะก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งตนเองเป็นคนนับถือศาสนาพุทธแต่เติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่มีเพื่อนฝูงและคนรอบข้างเป็นชาวอิสลาม

ทางนายเต้ย ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน และไม่มีใครว่าจ้าง ส่วนชายอีกที่ถูกกล่าวหานั้น ยอมรับว่าเป็นเพื่อนของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทางคดีตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยต้องคดีลักษณะนี้มาก่อน ส่วนการประกันตัว เพื่อนได้ช่วยกันลงขันเพื่อนํามายื่นประกัน เพราะไม่อยากให้ตนนอนห้องขัง หลังจากนี้สามารถพูดคุยกับทนายธรรมราชได้ ส่วนทางกฎหมาย หากทนายจะฟ้องกลับ ตนก็ยินดีเพราะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายเต้ย ได้กล่าวขอโทษสื่อมวลชนและสถานที่ราชการ ที่ทําให้ต้องได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุให้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีคําสั่งออกมาห้ามไม่ให้มีการแถลงข่าวในพื้นที่ดังกล่าวอีก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...