‘แพม ซินดี้ และวู้ดดี้’ แห่ง Dragonfly กับความรู้สึกและประสบการณ์ที่อยากแชร์จาก ‘Dragonfly H.E.A.L Summit 2024’ งานซัมมิทครั้งยิ่งใหญ่ที่เยียวยา สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มจิตวิญญาณผู้คนได้ครบทุกมิติ
ผ่านไปแล้วกับประสบการณ์ 2 วันเต็มๆ กับงาน ‘Dragonfly H.E.A.L Summit 2024’ ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 22 - 23 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน โดยหัวเรือใหญ่อย่างแพลตฟอร์ม ‘Dragonfly’ (ดราก้อนฟลาย) ร่วมกับพันธมิตรมากมายทั้งองค์กรภาคธุรกิจและสื่อระดับนานาชาติที่สนใจการพัฒนาตนเอง และอยากนำแนวคิดไปปรับใช้กับการเป็นผู้นำที่ดี ด้วยการดูแลตัวเองให้แข็งแกร่งทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ เพื่อพาองค์กรก้าวผ่านวิกฤติโลกไปด้วยกันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับสังคม
ในปีนี้งาน Dragonfly Summit มาพร้อมแนวคิด ‘Leadership + Well-being = LEAD WELL’ จากความคิดริเริ่มที่ว่าการเป็นผู้นำ จำเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องมาพร้อมการดูแลตนเองให้แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งกายใจและจิตวิญญาณก่อน จึงจะสามารถ ‘นำ’ คนอื่นๆ ได้ และองค์ประกอบที่สำคัญอย่าง H.E.AL = Harmony, Empower, Acceptance, and Love ที่กลายมาเป็นธีมงานในปีนี้ ก็คือการที่เราทุกคนสามารถเยียวยาตัวเองและคนอื่นๆ รอบข้างได้ ไม่ใช่แค่ในระดับองค์กร แต่ยังหมายรวมถึงคอมมูนิตี้เล็กๆ อย่างตัวเราเอง ครอบครัว หรือชุมชน ซึ่งทุกพาร์ตที่กล่าวมาล้วนมีส่วนสำคัญที่จะพาโลกผ่านวิกฤติต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นได้
งานที่เกิดขึ้นปีนี้ นับเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญที่ได้นักคิดระดับเวิลด์คลาสมากมายมาให้สร้างความเข้าใจและการรับรู้ใหม่ๆ ให้กับเรา ทั้งจากแวดวงธุรกิจ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Leadership และ Wellbeing ที่มาร่วมเสวนา อาทิ Steven Bartlett เจ้าของ The Diary of a CEO Podcast ที่ถ่ายทอดเคล็ดลับการเป็นผู้นำที่ดี มีวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนการใช้ชีวิตและการทำงานในเชิงบวก Dr.Shefali นักจิตวิทยาและนักเขียนที่เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากภายในตัวเราอย่างลึกซึ้ง Roxie Nafousi เจ้าของฉายา Manifesting Queen ผู้เชี่ยวชาญด้านการ Manifest และยังมีนักเขียนและนักประวัติศาสตร์ชื่อดังระดับโลก ผู้เขียนหนังสือ Sapiens อย่าง Yuval Noah Harari ที่มาร่วมเป็นหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจและมอบวิธีคิดใหม่ๆ ให้กับเราในงานนี้ด้วย
นอกจากเหล่าสปีกเกอร์ระดับโลกที่พร้อมใจกันมาสร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นแล้ว ภายในงานยังเปิดประสบการณ์เราไปสู่ ‘Immersive Experience’ ได้อย่างแตกต่างจาก Summit ไหนๆ ที่เคยมีมา เปิดโลกของเราผ่านเวิร์กช็อปการดูแลสุขภาพกายใจ เช่น การฝึกสมาธิ การภาวนาผ่านดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และเสียงบำบัดโดยพระเซนชื่อดังอย่าง Yogetsu Akasaka และ Kanho Yakushiji
นอกจากนั้นยังมีโซน Wellnest ที่รวบรวมทุกศาสตร์ของการบำบัดและการดูแลตนเอง ทั้งพาไปเรียนรู้ Cacao Ceramony ที่ใช้ศาสตร์แห่งโกโก้เข้ามาช่วยบำบัด ไปจนถึงกิจกรรม Flower Mandala และกิจกรรมอีกมากมายที่ชวนเรากลับมาโฟกัสกายใจ และจิตวิญญาณกันอีกครั้ง
และนับความเต็มอิ่มนี้เป็นความสำเร็จของแพลตฟอร์ม Dragonfly (ดราก้อนฟลาย) ที่ผู้ก่อตั้งอย่าง แพม - ประนัปดา พรประภา จิราธิวัฒน์ ตัวแทนของนักธุรกิจหญิงที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อ empower ผู้หญิงในหลากหลายแง่มุมโดยเฉพาะด้านธุรกิจ ซึ่งในภายหลังได้อีกสองผู้นำเข้ามาเสริมทัพ นั่นคือ ซินดี้ - สิรินยา บิชอพ ผู้ให้การสนับสนุนและ empower ให้ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างยั่งยืน และ วู้ดดี้ - วุฒิธร มิลินทจินดา ตัวแทนของกลุ่ม LGBTQI+ ผู้นำทางด้านธุรกิจในวงการบันเทิง และหัวหน้าองค์กรผู้เปิดรับทุกความหลากหลาย ต่างบอกความรู้สึกตรงกันว่ามีความสุขที่ได้เห็นงานนี้เกิดขึ้นและจบลงอย่างน่าประทับใจ
Q : นับจากวันที่เกิดความคิดริเริมจนถึงวันนี้ที่งานเกิดขึ้น ทั้ง 3 ท่านรู้สึกอย่างไร และมีอะไรที่อยากผลักดันต่อจากนี้อีกบ้าง
แพม - จริงๆ เราถือว่าแค่เริ่มต้นเท่านั้นนะคะ เราหวังว่าคนที่มีโอกาสได้มางานนี้จะไป สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อ เพราะเราแค่ 3 คนคงทำทั้งหมดนั้นไม่ได้ แต่หวังว่าเราจะช่วยปลุกแรงบันดาลใจหรือไฟในตัวคนได้ ไม่ว่าเขาอยู่ในบทบาทไหน ทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกได้ค่ะ
ซินดี้ - วันนี้ต้องบอกเลยว่าเกินความคาดหวัง สัมผัสได้ถึงพลังบวกมากๆ จากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงาน หรือแม้แต่สปีกเกอร์ที่มาพูด ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าขอบคุณที่จัดงานนี้ เจตนารมณ์ที่เรา 3 คนตั้งเป้าไว้มันออกมาดีอย่างที่เห็น ทำให้เราก็หายเหนื่อยค่ะ
วู้ดดี้ - ยอมรับว่าเราเคยเกิด Doubt ในตัวเองว่าที่กำลังทำอยู่นี้มันใช่หรือเปล่า ยอมรับว่าบางทีก็ท้อใจ เพราะมันไม่ได้ง่ายเลย และเป็นอะไรที่ใหม่มาก ภาพที่เราคิดไว้ว่าจะมีการรวมตัวของผู้คนจากหลายมุมของโลกเพื่อพัฒนาตัวเอง ยอมรับว่าเราสามารถมีความเปราะบาง และเปิดรับกับพลังงาน ความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ มันเกินกว่าที่คิดไว้มากพอเดินออกมาบนเวทีแล้วเห็นผู้คนนั่งอยู่เต็มทั้งฮอลล์ ฟังอย่างตั้งใจ วู้ดดี้คิดว่านี่คือชุมชนที่เยี่ยมยอดมาก ดีใจมากที่ทุกคนมา แล้วเราก็อยากให้มันดีขึ้น สมบูรณ์แบบมากขึ้น อันไหนเวิร์กไม่เวิร์กก็พัฒนากันไปเรื่อยๆ ครับ
Q : งานในครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะการดันหลังผู้นำผู้หญิงคนไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำระดับประเทศ หรือระดับโลก
แพม - แพมอยากทำให้มันเกิดขึ้นมากๆ เลยค่ะ การที่ผู้หญิงจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องเริ่มจากการ Be your Authentic self ก่อน โลกเราบังคับให้ผู้นำต้องมี Masculine Energy อย่างมาก แต่การจะพาโลกไปสู่จุดที่แข็งแรงได้ มันต้องพลังที่บาลานซ์ทั้งพลังการนำของผู้หญิงและผู้ชายนี่แหละ เพราะจริงๆ แล้วผู้หญิงเก่งเรื่องการสื่อสาร เรื่องการรับฟังอย่างมี Empathy แถมมีอีโก้น้อยกว่า ส่วนผู้ชายเขาก็จะมีความแข็งแกร่งในด้านอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน เราทุกคนแค่ต้องยอมทั้งรับจุดแข็งและจุดอ่อนของกันและกัน และเดินไปด้วยกันให้ได้ สิ่งสำคัญสำหรับผู้นำผู้หญิงที่แพมจะบอกเสมอคือ ‘อย่าพยายามเป็นคนอื่น’ จงเป็นผู้นำในแบบที่ตัวเองเป็นนี่แหละ
ซินดี้ - เอาง่ายๆ เลยเรามีสปีกเกอร์ที่เป็นผู้หญิงมาแชร์เรื่องราวที่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของความแข็งแกร่ง แต่ยังมีช่วงเวลาของ Vulnerability ที่เขาอ่อนแอ การที่เขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลานั้นได้ แล้วมันทำให้เขาค้นพบอะไรบางอย่างนี่แหละที่จะกลายมาเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆ คนได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ผู้หญิง งานนี้ยังต้องการผู้นำที่เล็งเห็นถึงถึงศักยภาพของคนทุกเพศทุกวัย เพื่อเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในทุกด้านเลยค่ะ
วู้ดดี้ - ผู้นำท่ีมาวันนี้ ผมว่าเหมือนเป็นการเอากระจกมาตั้ง ให้เขาได้เห็นตัวเขาเองจริงๆ สะท้อนเข้าไปถึงเบื้องลึก ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาเห็นตัวตนของตัวเองทั้งหมดที่สร้างขึ้นมา แล้วสิ่งนั้นมันฉุดรั้งไม่ให้เขาไปต่อกับชีวิต แต่การส่องกระจกมันทำให้เขาค่อยๆ ปัด ค่อยๆ เกลา และเขาก็จะกลายเป็นคนใหม่ได้ทุกวัน เป็นคนใหม่ที่ไม่แบกอะไรและเบาขึ้น
Q : มีแมสเสจไหนจากงานครั้งนี้ที่ทั้ง 3 ท่านรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ และเชื่อว่าเราสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้เลย
แพม - แพมเชื่อว่าผู้นำทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิง ต้องเคยผ่านอะไรมามากมายที่ทำให้รู้สึกว่าต้อง ‘Too Masculine’ เนื่องจากโลกบีบบังคับให้เราต้องเป็นแบบนั้น แต่พอได้กลับมารู้จักตัวเองในเอเนอร์จี้แท้จริงที่เรามี ทุกอย่างมันเบา บาลานซ์ และสบายขึ้น เพราะการที่เราไม่สามารถเป็นตัวเองอย่างแท้จริงนั่นทำให้เรามีภาวะสุขภาพใจที่ย่ำแย่ แมสเสจที่แพมเชื่อจึงเป็นการที่เรากลับมารักตัวเอง รู้จักตัวเอง ดูแลตัวเอง และเป็นผู้นำในแบบที่ตัวเองเป็นค่ะ
ซินดี้ - แมสเสจหนึ่งที่ซินดี้ทัชใจมากคือคำพูดของ ดร. Kim ที่เขาบอกว่า ‘ผู้นำจริงๆ คือคนที่กินเป็นคนสุดท้าย’ แล้วการที่เราจะเป็นผู้นำที่ดีคือการที่เราสร้างผู้นำคนอื่นๆ ทำให้เราเข้าใจว่าผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องนำคนอื่นตลอด แต่จะเป็นคนคอยต้อนทีมมาจากด้านหลัง ให้ลูกทีมได้กินก่อน แล้วตัวเองค่อยกิน การมีมีน้ำใจและลดอีโก้ลงมา ทั้งในหน้าที่การงาน หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ลูกทีมของคุณเท่านั้นที่จะแฮปปี้ แต่องค์กรของคุณยังจะสามารถเดินหน้าต่ออย่างยั่งยืนได้ด้วย
วู้ดดี้ - วู้ดดี้ชอบแมสเสจของ Yuval Noah Harari ผู้เขียนหนังสือ Sapiens ที่บอกว่า การที่ผู้นำหรือองค์กรยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง มันคือความจริงใจที่สุดแล้วบนโลกใบนี้ และมันจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้ เพราะทุกคนอยากเห็นคนจริงใจ เมื่อเราทำไม่ได้ เราพลาด เราเฟลแล้วเรายอมรับ เราจะกลายเป็นคนจริงที่อยู่บนความจริง นั่นคือแมสเสจที่ทรงพลังมากสำหรับวู้ดดี้
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘แพม ซินดี้ และวู้ดดี้’ แห่ง Dragonfly กับความรู้สึกและประสบการณ์ที่อยากแชร์จาก ‘Dragonfly H.E.A.L Summit 2024’ งานซัมมิทครั้งยิ่งใหญ่ที่เยียวยา สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มจิตวิญญาณผู้คนได้ครบทุกมิติ
- “ผีก็กลัวนะ แต่คนน่ากลัวกว่า” มุมมองเรื่อง ‘ผี’ ผ่านสายตาผู้หญิงไทย ที่ความน่ากลัวของผี ไม่ถึงครึ่งความน่ากลัวของคน
- ‘ผู้หญิง เพศแห่งดีเทลลลลล’ สำรวจ ‘ความเยอะ’ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในโลกแฟชั่นและเป็นเสน่ห์ในความเป็นหญิง ผ่านมุมมองของ ‘นุ่น -โสภาวดี เพชรชาติ’ แห่ง Club 21 (Thailand)
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com