โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แพม ซินดี้ และวู้ดดี้’ แห่ง Dragonfly กับความรู้สึกและประสบการณ์ที่อยากแชร์จาก ‘Dragonfly H.E.A.L Summit 2024’ งานซัมมิทครั้งยิ่งใหญ่ที่เยียวยา สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มจิตวิญญาณผู้คนได้ครบทุกมิติ

Mirror Thailand

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 07.22 น.
ภาพไฮไลต์

ผ่านไปแล้วกับประสบการณ์ 2 วันเต็มๆ กับงาน ‘Dragonfly H.E.A.L Summit 2024’ ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 22 - 23 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน โดยหัวเรือใหญ่อย่างแพลตฟอร์ม ‘Dragonfly’ (ดราก้อนฟลาย) ร่วมกับพันธมิตรมากมายทั้งองค์กรภาคธุรกิจและสื่อระดับนานาชาติที่สนใจการพัฒนาตนเอง และอยากนำแนวคิดไปปรับใช้กับการเป็นผู้นำที่ดี ด้วยการดูแลตัวเองให้แข็งแกร่งทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ เพื่อพาองค์กรก้าวผ่านวิกฤติโลกไปด้วยกันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับสังคม

ในปีนี้งาน Dragonfly Summit มาพร้อมแนวคิด ‘Leadership + Well-being = LEAD WELL’ จากความคิดริเริ่มที่ว่าการเป็นผู้นำ จำเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องมาพร้อมการดูแลตนเองให้แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งกายใจและจิตวิญญาณก่อน จึงจะสามารถ ‘นำ’ คนอื่นๆ ได้ และองค์ประกอบที่สำคัญอย่าง H.E.AL = Harmony, Empower, Acceptance, and Love ที่กลายมาเป็นธีมงานในปีนี้ ก็คือการที่เราทุกคนสามารถเยียวยาตัวเองและคนอื่นๆ รอบข้างได้ ไม่ใช่แค่ในระดับองค์กร แต่ยังหมายรวมถึงคอมมูนิตี้เล็กๆ อย่างตัวเราเอง ครอบครัว หรือชุมชน ซึ่งทุกพาร์ตที่กล่าวมาล้วนมีส่วนสำคัญที่จะพาโลกผ่านวิกฤติต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นได้

งานที่เกิดขึ้นปีนี้ นับเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญที่ได้นักคิดระดับเวิลด์คลาสมากมายมาให้สร้างความเข้าใจและการรับรู้ใหม่ๆ ให้กับเรา ทั้งจากแวดวงธุรกิจ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Leadership และ Wellbeing ที่มาร่วมเสวนา อาทิ Steven Bartlett เจ้าของ The Diary of a CEO Podcast ที่ถ่ายทอดเคล็ดลับการเป็นผู้นำที่ดี มีวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนการใช้ชีวิตและการทำงานในเชิงบวก Dr.Shefali นักจิตวิทยาและนักเขียนที่เชี่ยวชาญเรื่องการเปลี่ยนวิสัยทัศน์จากภายในตัวเราอย่างลึกซึ้ง Roxie Nafousi เจ้าของฉายา Manifesting Queen ผู้เชี่ยวชาญด้านการ Manifest และยังมีนักเขียนและนักประวัติศาสตร์ชื่อดังระดับโลก ผู้เขียนหนังสือ Sapiens อย่าง Yuval Noah Harari ที่มาร่วมเป็นหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจและมอบวิธีคิดใหม่ๆ ให้กับเราในงานนี้ด้วย

นอกจากเหล่าสปีกเกอร์ระดับโลกที่พร้อมใจกันมาสร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นแล้ว ภายในงานยังเปิดประสบการณ์เราไปสู่ ‘Immersive Experience’ ได้อย่างแตกต่างจาก Summit ไหนๆ ที่เคยมีมา เปิดโลกของเราผ่านเวิร์กช็อปการดูแลสุขภาพกายใจ เช่น การฝึกสมาธิ การภาวนาผ่านดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และเสียงบำบัดโดยพระเซนชื่อดังอย่าง Yogetsu Akasaka และ Kanho Yakushiji

นอกจากนั้นยังมีโซน Wellnest ที่รวบรวมทุกศาสตร์ของการบำบัดและการดูแลตนเอง ทั้งพาไปเรียนรู้ Cacao Ceramony ที่ใช้ศาสตร์แห่งโกโก้เข้ามาช่วยบำบัด ไปจนถึงกิจกรรม Flower Mandala และกิจกรรมอีกมากมายที่ชวนเรากลับมาโฟกัสกายใจ และจิตวิญญาณกันอีกครั้ง

และนับความเต็มอิ่มนี้เป็นความสำเร็จของแพลตฟอร์ม Dragonfly (ดราก้อนฟลาย) ที่ผู้ก่อตั้งอย่าง แพม - ประนัปดา พรประภา จิราธิวัฒน์ ตัวแทนของนักธุรกิจหญิงที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อ empower ผู้หญิงในหลากหลายแง่มุมโดยเฉพาะด้านธุรกิจ ซึ่งในภายหลังได้อีกสองผู้นำเข้ามาเสริมทัพ นั่นคือ ซินดี้ - สิรินยา บิชอพ ผู้ให้การสนับสนุนและ empower ให้ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างยั่งยืน และ วู้ดดี้ - วุฒิธร มิลินทจินดา ตัวแทนของกลุ่ม LGBTQI+ ผู้นำทางด้านธุรกิจในวงการบันเทิง และหัวหน้าองค์กรผู้เปิดรับทุกความหลากหลาย ต่างบอกความรู้สึกตรงกันว่ามีความสุขที่ได้เห็นงานนี้เกิดขึ้นและจบลงอย่างน่าประทับใจ

Q : นับจากวันที่เกิดความคิดริเริมจนถึงวันนี้ที่งานเกิดขึ้น ทั้ง 3 ท่านรู้สึกอย่างไร และมีอะไรที่อยากผลักดันต่อจากนี้อีกบ้าง

แพม - จริงๆ เราถือว่าแค่เริ่มต้นเท่านั้นนะคะ เราหวังว่าคนที่มีโอกาสได้มางานนี้จะไป สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อ เพราะเราแค่ 3 คนคงทำทั้งหมดนั้นไม่ได้ แต่หวังว่าเราจะช่วยปลุกแรงบันดาลใจหรือไฟในตัวคนได้ ไม่ว่าเขาอยู่ในบทบาทไหน ทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกได้ค่ะ

ซินดี้ - วันนี้ต้องบอกเลยว่าเกินความคาดหวัง สัมผัสได้ถึงพลังบวกมากๆ จากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงาน หรือแม้แต่สปีกเกอร์ที่มาพูด ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าขอบคุณที่จัดงานนี้ เจตนารมณ์ที่เรา 3 คนตั้งเป้าไว้มันออกมาดีอย่างที่เห็น ทำให้เราก็หายเหนื่อยค่ะ

วู้ดดี้ - ยอมรับว่าเราเคยเกิด Doubt ในตัวเองว่าที่กำลังทำอยู่นี้มันใช่หรือเปล่า ยอมรับว่าบางทีก็ท้อใจ เพราะมันไม่ได้ง่ายเลย และเป็นอะไรที่ใหม่มาก ภาพที่เราคิดไว้ว่าจะมีการรวมตัวของผู้คนจากหลายมุมของโลกเพื่อพัฒนาตัวเอง ยอมรับว่าเราสามารถมีความเปราะบาง และเปิดรับกับพลังงาน ความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ มันเกินกว่าที่คิดไว้มากพอเดินออกมาบนเวทีแล้วเห็นผู้คนนั่งอยู่เต็มทั้งฮอลล์ ฟังอย่างตั้งใจ วู้ดดี้คิดว่านี่คือชุมชนที่เยี่ยมยอดมาก ดีใจมากที่ทุกคนมา แล้วเราก็อยากให้มันดีขึ้น สมบูรณ์แบบมากขึ้น อันไหนเวิร์กไม่เวิร์กก็พัฒนากันไปเรื่อยๆ ครับ

Q : งานในครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อไปอย่างไร โดยเฉพาะการดันหลังผู้นำผู้หญิงคนไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำระดับประเทศ หรือระดับโลก

แพม - แพมอยากทำให้มันเกิดขึ้นมากๆ เลยค่ะ การที่ผู้หญิงจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องเริ่มจากการ Be your Authentic self ก่อน โลกเราบังคับให้ผู้นำต้องมี Masculine Energy อย่างมาก แต่การจะพาโลกไปสู่จุดที่แข็งแรงได้ มันต้องพลังที่บาลานซ์ทั้งพลังการนำของผู้หญิงและผู้ชายนี่แหละ เพราะจริงๆ แล้วผู้หญิงเก่งเรื่องการสื่อสาร เรื่องการรับฟังอย่างมี Empathy แถมมีอีโก้น้อยกว่า ส่วนผู้ชายเขาก็จะมีความแข็งแกร่งในด้านอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน เราทุกคนแค่ต้องยอมทั้งรับจุดแข็งและจุดอ่อนของกันและกัน และเดินไปด้วยกันให้ได้ สิ่งสำคัญสำหรับผู้นำผู้หญิงที่แพมจะบอกเสมอคือ ‘อย่าพยายามเป็นคนอื่น’ จงเป็นผู้นำในแบบที่ตัวเองเป็นนี่แหละ

ซินดี้ - เอาง่ายๆ เลยเรามีสปีกเกอร์ที่เป็นผู้หญิงมาแชร์เรื่องราวที่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของความแข็งแกร่ง แต่ยังมีช่วงเวลาของ Vulnerability ที่เขาอ่อนแอ การที่เขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลานั้นได้ แล้วมันทำให้เขาค้นพบอะไรบางอย่างนี่แหละที่จะกลายมาเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆ คนได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ผู้หญิง งานนี้ยังต้องการผู้นำที่เล็งเห็นถึงถึงศักยภาพของคนทุกเพศทุกวัย เพื่อเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในทุกด้านเลยค่ะ

วู้ดดี้ - ผู้นำท่ีมาวันนี้ ผมว่าเหมือนเป็นการเอากระจกมาตั้ง ให้เขาได้เห็นตัวเขาเองจริงๆ สะท้อนเข้าไปถึงเบื้องลึก ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาเห็นตัวตนของตัวเองทั้งหมดที่สร้างขึ้นมา แล้วสิ่งนั้นมันฉุดรั้งไม่ให้เขาไปต่อกับชีวิต แต่การส่องกระจกมันทำให้เขาค่อยๆ ปัด ค่อยๆ เกลา และเขาก็จะกลายเป็นคนใหม่ได้ทุกวัน เป็นคนใหม่ที่ไม่แบกอะไรและเบาขึ้น

Q : มีแมสเสจไหนจากงานครั้งนี้ที่ทั้ง 3 ท่านรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ และเชื่อว่าเราสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้เลย

แพม - แพมเชื่อว่าผู้นำทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิง ต้องเคยผ่านอะไรมามากมายที่ทำให้รู้สึกว่าต้อง ‘Too Masculine’ เนื่องจากโลกบีบบังคับให้เราต้องเป็นแบบนั้น แต่พอได้กลับมารู้จักตัวเองในเอเนอร์จี้แท้จริงที่เรามี ทุกอย่างมันเบา บาลานซ์ และสบายขึ้น เพราะการที่เราไม่สามารถเป็นตัวเองอย่างแท้จริงนั่นทำให้เรามีภาวะสุขภาพใจที่ย่ำแย่ แมสเสจที่แพมเชื่อจึงเป็นการที่เรากลับมารักตัวเอง รู้จักตัวเอง ดูแลตัวเอง และเป็นผู้นำในแบบที่ตัวเองเป็นค่ะ

ซินดี้ - แมสเสจหนึ่งที่ซินดี้ทัชใจมากคือคำพูดของ ดร. Kim ที่เขาบอกว่า ‘ผู้นำจริงๆ คือคนที่กินเป็นคนสุดท้าย’ แล้วการที่เราจะเป็นผู้นำที่ดีคือการที่เราสร้างผู้นำคนอื่นๆ ทำให้เราเข้าใจว่าผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องนำคนอื่นตลอด แต่จะเป็นคนคอยต้อนทีมมาจากด้านหลัง ให้ลูกทีมได้กินก่อน แล้วตัวเองค่อยกิน การมีมีน้ำใจและลดอีโก้ลงมา ทั้งในหน้าที่การงาน หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ลูกทีมของคุณเท่านั้นที่จะแฮปปี้ แต่องค์กรของคุณยังจะสามารถเดินหน้าต่ออย่างยั่งยืนได้ด้วย

วู้ดดี้ - วู้ดดี้ชอบแมสเสจของ Yuval Noah Harari ผู้เขียนหนังสือ Sapiens ที่บอกว่า การที่ผู้นำหรือองค์กรยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง มันคือความจริงใจที่สุดแล้วบนโลกใบนี้ และมันจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้ เพราะทุกคนอยากเห็นคนจริงใจ เมื่อเราทำไม่ได้ เราพลาด เราเฟลแล้วเรายอมรับ เราจะกลายเป็นคนจริงที่อยู่บนความจริง นั่นคือแมสเสจที่ทรงพลังมากสำหรับวู้ดดี้

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...