โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 เหตุผล ทำไมลูกไม่เปิดใจเล่าปัญหาให้พ่อแม่ฟัง

Mood of the Motherhood

อัพเดต 26 ก.พ. 2562 เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2562 เวลา 12.00 น. • Features

พอลูกโตถึงวัยหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มสังเกตว่าลูกไม่ค่อยเล่าทุกอย่างให้ฟังเหมือนแต่ก่อน เวลามีเรื่องไม่สบายใจ บ่อยครั้งที่คุณถามก็แล้ว คาดคั้นก็แล้ว ลูกก็ยังคงบ่ายเบี่ยง และเลี่ยงที่จะเปิดใจเล่าปัญหาของตัวเองออกมา

ว่าแต่… ทำไมลูกถึงกลายเป็นคนที่ชอบเก็บเรื่องไม่สบายใจของตัวเองไว้เป็นความลับ วันนี้เรามี 9 เหตุผลที่ทำให้เด็กไม่ยอมเปิดใจคุยกับคุณพ่อคุณแม่มาฝาก พร้อมเทคนิคดีๆ เอาไว้ให้คุณรับมือกับเหตุผลเหล่านั้น

1. เพราะลูกไม่อยากให้พ่อแม่ไม่สบายใจ

เหตุผลอันดับแรกคือลูกทุกคนไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เครียดหรือกลุ้มใจเพราะเรื่องของเขา

เทคนิคเปิดใจ: คุณไม่ต้องรอให้ลูกเป็นเล่าออกมาก่อนเสมอไป ลองเป็นฝ่ายถามด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ซีเรียส เพื่อให้ลูกสบายใจที่จะเล่าเรื่องราวและปัญหาของตัวเอง

คุณอาจจะเริ่มด้วยประโยคง่ายๆ เช่น วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง หรือ ช่วงนี้ลูกมีอะไรอยากเล่าให้แม่ฟังไหม…

2. เพราะลูกกลัวพ่อแม่ไม่เข้าใจปัญหา

ปัญหาของใครก็ยิ่งใหญ่สำหรับคนนั้น เด็กๆ ก็คิดว่าปัญหาของตัวเอง เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกว่าที่คุณพ่อคุณแม่จะเข้าใจ เลยเลือกที่จะไม่พูดถึงมันดีกว่า

เทคนิคเปิดใจ: คุณพ่อคุณแม่ควรเตือนตัวเองว่าอย่าเอาความคิดของผู้ใหญ่ มาเปรียบเทียบกับปัญหาของเด็ก เพราะคนทุกวัยมีปัญหาใหญ่ในแบบของตัวเอง เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ลูกคิดว่าคุณไม่มีทางที่จะเข้าใจปัญหาของเขา

3. เพราะลูกเห็นว่าพ่อแม่ไม่สนใจปัญหาของเขา

เหตุผลนี้สร้างความเจ็บปวดกับลูกไม่น้อย เมื่อคิดว่าจะเล่าไปทำไม เล่าไปพ่อแม่ก็ไม่สนใจอยู่ดี

เทคนิคเปิดใจ: คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ สังเกต และความสำคัญกับท่าทีของลูก บอกรักอย่างสม่ำเสมอ และเอ่ยปากทักเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นกับเขา จะทำให้ลูกมั่นใจว่าคุณให้ความสนใจเขาเสมอ

4. เพราะลูกไม่อยากให้พ่อแม่อคติและวิจารณ์

บางปัญหาผู้ใหญ่อย่างเราก็ต้องการเพียงใครสักคนมาเป็นผู้ฟังที่ดี บางครั้งที่ลูกกลัวที่จะพูดถึงปัญหา ก็เพราะลูกไม่อยากรับฟังทัศนคติแง่ลบจากคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง

เทคนิคเปิดใจ: คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดใจรับฟังปัญหาของลูก ไม่รีบวิจารณ์หรือตัดสินความถูกผิด หากปัญหาเกิดจากลูกทำผิดจริง คุณสามารถนำมาสอนลูกในภายหลังก็ยังได้

5. เพราะลูกคิดว่าเล่าไปพ่อแม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้

ลูกเข้าใจว่าปัญหาที่เขาเจอเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่พ่อแม่จะจัดการได้

เทคนิคเปิดใจ: คุณพ่อคุณแม่ต้องทำตัวเป็นที่พึ่งที่ดีให้กับลูก ทำให้ลูกรู้ว่าต่อให้ต้องเจอปัญหาใหญ่ขนาดไหน พ่อแม่ก็พร้อมจะช่วยลูกแก้ปัญหาเสมอ

6. เพราะลูกไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวัง

ความหวังของพ่อแม่ บางครั้งก็กลายเป็นสิ่งที่สร้างความกดดันให้ลูก การที่ลูกไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมพูดถึงปัญหาของตัวเอง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะไม่อยากให้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวัง

เทคนิคเปิดใจ: คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนลูกให้รู้ว่าคุณไม่ได้คาดหวังให้เขาสมบูรณ์แบบหรือไม่เคยทำอะไรผิดพลาด แต่คุณจะภูมิใจมากกว่า หากลูกยอมรับและหาวิธีแก้ไขปัญหานั้น

7. เพราะลูกเล่าแล้วพ่อแม่ตอกย้ำซ้ำเติม

ไม่มีใครอยากถูกต่อว่าหรือตำหนิซ้ำๆ ความผิดพลาดของลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เมื่อผ่านไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนำมาทำให้ลูกรู้สึกเป็นปมในชีวิต

เทคนิคเปิดใจ: ไม่ขุดคุ้ยหรือตอกย้ำความผิดพลาดเก่าๆ ของลูก

8. เพราะลูกไม่อยากให้พ่อแม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว

บางครั้งลูกคิดว่าปัญหาที่ตัวเองเจอถือเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการตัดสินใจของเขา

เทคนิคเปิดใจ: คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นผู้ฟัง ผู้ให้คำปรึกษา และเคารพการตัดสินใจของลูก หากรู้สึกว่าปัญหาที่ลูกเจอเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับเขา ค่อยถามความเห็นว่าลูกต้องการให้แม่ช่วยอะไรบ้าง

9. เพราะลูกไม่อยากให้พ่อแม่ไปเล่าต่อ

คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะลืมตัว เผลอเอาเรื่องหนักใจของลูกไปเล่าต่อ แสดงออกว่าเป็นเรื่องขบขัน หรือนำไปเปรียบเทียบกับเรื่องราวของคนอื่น นั่นทำให้ลูกรู้สึกว่า คุณไม่เคารพปัญหาของเขา หรือทำให้เขารู้สึกเขินอายต่อหน้าคนอื่น

เทคนิคเปิดใจ: สังเกตอาการของลูกทุกครั้งว่าลูกยินดีที่จะถูกพูดถึงหรือไม่ หากเห็นว่าลูกเริ่มอึดอัดหรือไม่พอใจ ควรให้เกียรติด้วยการขอโทษและไม่ทำอีก

อ้างอิง

Theasianparent

Pantip

Dek-d

medium

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...