โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ตองยี" ดึงทุนเชียงรายลงทุนเว้นภาษี 7 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2562 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2562 เวลา 13.30 น.
ศูนย์ธุรกิจ - หอการค้าจังหวัดเชียงรายได้นำนักธุรกิจกว่า 40 คนเดินทางไปเมืองตองยี ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐฉาน ประเทศเมียนมาซึ่งพบว่าศูนย์ธุรกิจเมืองตองยียังมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยค่อนข้างมาก

40 นักธุรกิจเชียงรายยกทัพบุก “ตองยี” เมียนมา สำรวจลู่ทางขยายการค้าจูงใจลงทุน 150 ล้านบาท ยกเว้นภาษีเงินได้ 5-7 ปี เผยเร่งพัฒนา “สนามบินเฮโฮ” เป็นสนามบินนานาชาติใน 2 ปี

นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ล่าสุดทางคณะหอการค้า จ.เชียงราย ได้นำภาคเอกชนและนักธุรกิจกว่า 40 ราย เดินทางไปเยือนเมืองตองยี ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่เคยไปลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ในการพัฒนาร่วมกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ตองยี มูเซ และหาลู่ทางลงทุนการจับคู่ทางธุรกิจ รวมทั้งการผลักดันเส้นทางการบินเชื่อมกันระหว่างท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กับสนามบินเฮโฮ ซึ่งเป็นสนามบินหลัก ทั้งนี้ทางคณะหอการค้าได้มีโอกาสหารือกับนายซอ ยุ้น หลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและเศรษฐกิจรัฐฉาน ทำให้ได้รับทราบว่าปัจจุบันรัฐบาลกลางเมียนมาได้อนุมัติสนามบินเฮโฮให้เป็นสนามบินนานาชาติแล้ว โดยอยู่ระหว่างขยายทางวิ่ง อาคารที่พักผู้โดยสาร ระบบต่าง ๆ ฯลฯ ภายใน 1-2 ปีนี้ รวมทั้งมีการสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่รองรับ ส่วนด้านการค้าการลงทุนนั้น ทางรัฐฉานยินดีต้อนรับนักธุรกิจไทย หากโครงการลงทุนมีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 150 ล้านบาท ทางรัฐฉานมีอำนาจในการอนุมัติโครงการได้โดยตรง และที่น่าสนใจคือนักลงทุนใหม่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นระยะเวลา 5-7 ปี แล้วแต่ประเภทธุรกิจด้วย

นอกจากนี้ ทางหอการค้าตองยีได้พาเยี่ยมชมศูนย์ธุรกิจเมืองตองยี ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าต่าง ๆ ทำให้พบว่าตลาดรัฐฉานมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอาหารทะเลแช่แข็ง และยังขาดเทคโนโลยีเรื่องการแช่แข็งด้วย หมอนและที่นอนจากยางพารา ธุรกิจด้านความงาม ร้านอาหาร นวัตกรรมการเกษตร ปุ๋ย โฟมซีเมนต์ การจัดการอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งหอการค้าตองยีได้เชิญชวนให้นักธุรกิจไทยไปร่วมลงทุน ซึ่งในการหารือนักธุรกิจไทยและรัฐฉานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะได้เริ่มมีการแยกไปหารือเรื่องการลงทุนเป็นกลุ่มย่อยแล้ว

นายอนุรัตน์กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันรัฐฉานได้สร้างศูนย์ธุรกิจเมืองตองยีตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง มีการจำหน่ายสินค้า มีที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม โกดัง ลานจอดรถบรรทุก อาคารพาณิชย์ ฯลฯ ให้ได้เลือกลงทุนครบครัน ขณะเดียวกันทางคณะหอการค้าได้ไปชมนิคมอุตสาหกรรมเอตาย่า ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า และมี เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ได้เข้าไปลงทุนโรงงานผลิตอาหารสัตว์จากข้าวโพดโดยมีไซโลขนาดใหญ่ โรงงานผลิตผักปลอดสารพิษอบแห้งเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวก็ยังคงเปิดกว้าง เพื่อให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ

ในการไปเยือนครั้งนี้ได้มีการสำรวจเส้นทางต่าง ๆ พบว่า ที่ผ่านมาสินค้าอุปโภคบริโภคจะใช้การขนส่งจาก อ.แม่สอด จ.ตาก เข้าไปยังถนนสายเมียวดี-มัณฑะเลย์ ทำให้ในอนาคตหากมีการพัฒนาถนนสายท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง-ตองยี จะเป็นช่องทางส่งออกสินค้าไทยได้อีกช่องทางหนึ่ง นอกจากนี้ พบว่าเส้นทางที่สะดวกที่สุดในการไปเยือนรัฐฉานตอนนี้ คือการบินจากสนามบินท่าขี้เหล็กตรงกันข้าม อ.แม่สาย สามารถใช้เครื่องบินปีกใบพัดหมุนขนาด 80 กว่าที่นั่งไปยังสนามบินเฮโฮใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะเส้นทางทางบกยังไม่มีการพัฒนา และคดเคี้ยวไปตามภูเขา ทำให้ต้องใช้เวลาไป 2-3 วัน ขณะที่สนามบินเฮโฮนั้นใช้เวลาน้อย และจากสนามบินเดินทางไปยังตัวเมืองตองยีมีถนน 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

“ปัจจุบันมีอย่างน้อย 2 สายการบินที่สนใจจะบินเชื่อมระหว่างเชียงราย-ตองยี โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเปิดปฐมฤกษ์ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหากมีเส้นทางการบินเชื่อมกันจะเป็นการนำร่องไปสู่การค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างภาคเหนือของไทยและรัฐฉานได้มากขึ้น และยังสามารถเชื่อมโยงเป็นการท่องเที่ยวระหว่างต่างประเทศ-เชียงราย-ตองยี เป็นแบบรูชทัวร์ครบเส้นทาง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวในภูมิภาค” นายอนุรัตน์กล่าวและว่า

น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า รัฐฉานถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะมีจุดผ่านแดนถาวรที่ติดกับประเทศไทยเพียงจุดเดียวคือจุดผ่านแดนถาวร จ.ท่าขี้เหล็ก ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีมูลค่าการค้าชายแดนมูลค่ามหาศาล และปัจจุบันยังมีด่านการค้าระหว่างรัฐฉาน-จีนตอนใต้ คือด่านมูเซกับด่านรุ่ยลี่ ประเทศจีน ดังนั้น หากมีเส้นทางคมนาคมด้านต่าง ๆ สะดวกจะเป็นช่องทางที่ทำให้สามารถขยายไปสู่การค้าการลงทุนกันได้อีกมาก แม้แต่ในปัจจุบันแม้การคมนาคมไม่สะดวก แต่นายซอ ยุ้น หลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและเศรษฐกิจรัฐฉาน แจ้งว่าหากนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนด้วยมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทางรัฐฉานสามารถอนุมัติเองได้ภายใน 30 วัน โดยสิ่งที่รัฐฉานต้องการมากคือ กิจการด้านการเกษตร นักลงทุนด้านการเกษตรแปรรูป โรงแรม โรงพยาบาล ฯลฯ และได้ตื่นตัวด้านการเชื่อมโยง จึงได้มอบหมายให้หอการค้าตองยีทำหน้าที่ประสานกับหอการค้า จ.เชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าการเปิดเส้นทางการบินเชียงราย-ตองยีแล้วอย่างต่อเนื่องด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...