โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

อย่าเล่นจนเพลิน! FaceApp หรือ แอปหน้าแก่ มีอะไรที่ควรตระหนัก?

BT Beartai

อัพเดต 19 ก.ค. 2562 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 09.16 น.
อย่าเล่นจนเพลิน! FaceApp หรือ แอปหน้าแก่ มีอะไรที่ควรตระหนัก?

ช่วงนี้แอป“FaceApp” หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า “แอปหน้าแก่” กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก [คลิกอ่านรีวิว]

แต่ว่าเมื่อลองไปดูเงื่อนไขว่าแอปนี้ทำอะไรกับรูปเราบ้าง อาจต้องตระหนักกันซะแล้ว หรือว่าอาจเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเปล่านะ?

โดยทางสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าChuck Schumer ซึ่งเป็นผู้นำเสียงข้างน้อยวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้FBI และ FCT (Federal Trade Commission) ตรวจสอบเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของชาติรวมถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวของ FaceApp ซึ่งเป็นแอปที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ โดยได้ส่งจดหมายไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ทำไมสหรัฐฯ ถึงกังวล?

สาเหตุที่สหรัฐฯ เริ่มกังวลเป็นเพราะว่า FaceApp เป็นแอปที่ถูกพัฒนาขึ้นในรัสเซีย และภายใต้เงื่อนไขของ FaceApp ก็ยังระบุอีกด้วยว่า FaceApp อาจจะนำรูปไปใช้ประโยชน์อะไรก็ได้ ก็เลยทำให้เกิดความกังวลว่า FaceApp จะเอาข้อมูลของเราไปให้ AI เรียนรู้และวิเคราะห์ หรือที่แย่ไปกว่านั้น ก็คืออาจจะเอาข้อมูลของเราไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง แบบที่ Facebook เคยโดนกล่าวหามาแล้วครั้งหนึ่งกับกรณี Cambridge Analytica

อย่างที่ทราบกันว่าแอปนี้มาจากรัสเซียและทุกแอปไม่ว่าจะเป็นของประเทศไหนที่ต้องประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ มันก็ต้องนำข้อมูลผู้ใช้ไปเก็บในเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองอยู่แล้ว ก็เลยมีความกังวลเกิดขึ้น เพราะถ้าเผลอมีนักการเมืองสหรัฐฯ เล่นแอปนี้ มันอาจจะกลายเป็นฝันร้าย ข้อมูลส่วนตัวของนักการเมืองอาจจะถูกล้วงไปได้ ทางคณะกรรมาธิการแห่งชาติพรรคเดโมแครตก็เลยส่งหนังสือแจ้งเตือนผู้สมัครเลือกตั้งที่จะทำการหาเสียงสำหรับปีการเลือกตั้ง 2020 ในสหรัฐฯ ว่าให้ระวังและลบแอปออกซะ (อันนี้ก็สืบเนื่องมาจากที่มีการกล่าวหาว่ารัสเซียมีเอี่ยวกับการที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง)

แต่อย่างไรตาม ตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ บ่งชี้ว่า FaceApp เอาข้อมูลไปให้กับทางรัฐบาลรัสเซีย และทางผู้พัฒนา FaceApp ก็ได้แถลงผ่าน The Guardian ว่าแอปของเราอัพโหลดเฉพาะรูปที่คุณเลือกเท่านั้น ไม่ได้ดูดรูปทั้งเครื่อง และรูปที่อัปโหลดไปก็จุดประสงค์เพื่อในไปประมวลผล และจะลบออกภายใน 48 ชั่วโมง และถึงแม้ว่าแอปนี้จะเป็นของรัสเซีย แต่ก็ใช้ระบบ Cloud ของ Amazon และ Google ซึ่งเป็นของสหรัฐฯ และทางผู้พัฒนาไม่มีความคิดที่จะนำข้อมูลไปขายแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เราจะรู้ได้ไงว่าภายใน 48 ชั่วโมง ทีมงาน FaceApp จะทำอะไรกับรูปไหม?

เรื่องน่ารู้ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น

  • ความจริงแล้วแอปทุกแอปที่ให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตต้องเข้าถึงข้อมูลแล้วนำข้อมูลไปไว้บน Server อยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเป็น App ที่มีความปลอดภัยจะต้องเข้ารหัสข้อมูลที่แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ก็เปิดดูไม่ได้ และเข้าถึงข้อมูลที่ผู้ใช้อนุญาตเท่านั้น
  • การที่ผู้ให้บริการแอปได้ข้อมูลเราไป หลายครั้งมีการนำไปใช้ประโยชน์จริง แต่เพียงเป็นการแค่ให้ระบบ AI เรียนรู้เท่านั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดดูได้ เช่นกรณีของ Google Photos ที่ให้อัปรูปฟรีในความละเอียดไม่เกิน 16 ล้านพิกเซลได้ไม่จำกัดเนื้อที่ เหตุเพราะว่า Google ต้องการให้ระบบ Machine Learning ของต้นได้เรียนรู้จากภาพจำนวนมากเพื่อให้ระบบฉลาดขึ้น แยกแยะสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยรูปภาพในระบบนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดดูได้ มีแค่ AI ในระบบที่เห็นกันเองเท่านั้น [คลิกอ่านแถลงจาก Google]
  • แต่จากกรณีดังกล่าวก็ทำให้บางหน่วยงานไม่ไว้ใจที่จะใช้บริการ อย่างล่าสุดก็คือ “โรงเรียนในเยอรมันเลิกใช้ Office 365 ด้วยเหตุเพราะกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและกังวลว่าอาจเป็นสายลับให้สหรัฐอเมริกา (คำพูดคล้ายๆ กรณีนี้เลยแหะ)”
  • แต่อย่างไรก็ตามก็มี App บางส่วนที่แอบเข้าถึงข้อมูลนอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้เช่นกัน อันนี้ต้องอ่านเงื่อนไข ดูรีวิวให้ดี และตัดสินใจว่ายังจะใช้อยู่หรือไม่

ซึ่งความเห็นจากคุณนู๋เนย โปรแกรมเมอร์ไทยในสหรัฐอเมริกาก็ออกมาบอกว่าประเด็น FaceApp เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ การขอใช้สิทธิ์ต่าง ๆ ก็ปกติ สุดท้ายก็คือความเชื่อใจที่ผู้ใช้จะมีให้นักพัฒนาว่าต้องการให้เข้าถึงข้อมูลของเรารึเปล่า และน่าจะเป็นประเด็นที่ว่าเป็นแอปรัสเซีย จึงทำให้เกิดกระแสปั่นขึ้นมาด้วย

ปัจจุบัน FaceApp มีคนโหลดแล้วกว่า 80 ล้านผู้ใช้ และมี CEO ชื่อว่า Yaroslav Goncharov ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้บริหารของ Yandex ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีว่าเป็น “Russia’s Google”

อ้างอิง:

The Guardian, Faceapp , Forbes , TechCrunch, AppleInsider, The Verge, 9to5macEnterprise IT Pro, Google Blog Reuters

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...