ประสบการณ์ฟันฝ่าอคติเรื่องสีผิว-เชื้อชาติของซูซี่ ณัฐวดี ลูกครึ่งไทย-มาลี ขวัญใจชาว Tiktok
ซูซี่ ณัฐวดี ขวัญใจชาว TikTok กับประสบการณ์ฟันฝ่าอคติเรื่องสีผิว-เชื้อชาติ
ธันยพร บัวทอง & วิดีโอโดย พริสม์ จิตเป็นธม ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
"สมัยเด็กแต่งหน้าเต้น คนอื่นได้แต่งหน้ากรีดอายไลน์เนอร์ แต่หนูไม่ได้กรีด ช่างแต่งหน้าบอกว่าครูบอกว่าไม่ต้องกรีดอายไลน์เนอร์ให้ กรีดไปก็ไม่เห็นหรอก หนูก็เลยเป็นคนเดียวที่แต่งหน้าเหมือน (อันนี้จะเป็นแต่งหน้าไม่เหมือนชาวบ้านไหมนะเพราะอดกรีดต๊า) ชาวบ้านชาวช่องเขา" นี่คือประสบการณ์ที่เกิดกับ "ซูซี่" ณัฐวดี ไวกาโล เด็กหญิงลูกครึ่งที่มีแม่เป็นคนไทยและพ่อเป็นชาวแอฟริกันจากประเทศมาลี และเธอยังไม่ลืม
"หนูดำเท่าอายไลน์เนอร์เลยเหรอถามจริง …แรง" ซูซี่ เล่าในเชิงตลกร้าย
เด็กหญิงซูซี่ในตอนนั้นยังเด็กเกินไปและไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไปจนถึงการถูกครูและเพื่อน ๆ ในโรงเรียนล้อเลียนเพราะสีผิวกับผมที่หยิกดำของเธอนั้นคืออะไร จึงได้แต่ตั้งคำถามกับแม่ว่า "แม่ทำไมล่ะ ก็แค่นี้ผิวสีนี้ มันขนาดนั้นเลยหรือ"
วันนั้น-- แม่ไม่มีคำตอบให้ แต่เมื่อเติบโตมาเรื่อย ๆ เธอได้รู้และชินไปเองว่า "การมีผิวสีนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่น่ายอมรับในสังคมไทยนี่เอง"
- รถคันใหญ่กับใจกล้า ๆ ของผู้หญิงขับรถไฟฟ้าบีทีเอส
- เส้นทางสู่ไอดอลอาชีพในจีนแผ่นดินใหญ่ เด็กน้อยต้องทุ่มเทแค่ไหนกว่าจะไปถึงฝัน
- จากการค้าทาส สู่ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ถึง จอร์จ ฟลอยด์
หลังจากเป็นที่รู้จักจากการคัฟเวอร์คลิปลิปซิงค์เสียง "ส้มหยุด" ในแอปพลิเคชันติ๊กต่อก (TikTok) ซูซี่ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่ลูกครึ่งอย่างเธอซึ่งเติบโตในไทยต้องเผชิญ ท่ามกลางกระแส BlackLivesMatter ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
PARIS JITPENTOM/BBC THAIวันนี้-- ซูซี่ ในวัย 25 ปี ถ่ายทอดสิ่งที่เกิดขึ้นข้างต้นเหมือนเรื่องๆ หนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต เธอบอกว่าการบูลลี่ (Bullying) หรือการกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติเพราะเรื่องสีผิวที่เธอเจอมา ดูเหมือนจะไม่หนักเท่าในอดีต และ "แฮปปี้" เมื่อเห็นการเริ่มเปิดกว้างยอมรับของผู้คนในโลกโซเชียลที่ไม่มีใครนำเรื่องสีผิวเชื้อชาติมาทำให้เกิดความรู้สึกอย่างอื่น จากการตอบรับที่ดีนี่เอง เธอหวังว่าจะทำให้หลายคนเข้าใจกลุ่มเด็กลูกครึ่งผิวดำอย่างเธอมากขึ้น
"มันดีต่อเด็กลูกครึ่งรุ่นหลังที่เขาอยากจะเป็นอะไรในโลกใบนี้ และคนก็เริ่มอ้าแขนตอบรับเขา" เธอกล่าว และเสริมว่า อยากให้เด็กลูกครึ่งที่มีความสามารถออกมาโชว์ศักยภาพของตัวเอง เพื่อลบล้างอคติที่ยังพอมีให้เห็นอยู่
ซูซี่ เกิดและโตที่กรุงเทพมหานคร วัยเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาล ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เองเป็นสังคมแรก ที่เธอเผชิญกับการถูกกลั่นแกล้ง
INSTAGRAM/@SUZIEWADEE
คำพูดที่ยกเอาเรื่องรูปลักษณ์ สีผิว มาล้อเลียนนั้น มาจากทั้งเพื่อนนักเรียนและครูบางคนที่ขาดความเข้าใจในเรื่องการเคารพความแตกต่าง ทั้งการตั้งฉายา การทำให้รู้สึกอายในชั้นเรียน ทว่าการถูกล้อเลียนจากเพื่อนทำให้เด็กหญิงเลือกวิธีที่จะอยู่กับเรื่องนี้ด้วยการไม่เงียบ
"ล้อนี่คือเบสิก ทุกคนจะต้องก็เจอ อีดำ อีหยิก อะไรสารพัด มีรังแกแต่ไม่มาก เพราะสู้คนอยู่แล้ว ส่วนมากจะโดนด้วยคำพูด เชื่อไหมว่าคำพูดมันทำให้เราเจ็บหัวใจมากกว่าโดนชกอีกนะ"
PARIS JITPENTOM/BBC THAI
เมื่อต้องเข้าสู่วัยทำงานก็เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับผู้หญิงลูกครึ่งแอฟริกันเช่นกัน ความแตกต่างของเธอทำให้ต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า เธออาจจะไม่ได้งานนั้นเพราะการเป็นลูกครึ่งผิวดำหรือเปล่า
ประสบการณ์เลวร้ายครั้งหนึ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจคือการถูกไล่ออกจากการทำงานที่ร้านอาหารโดยไม่ได้รับแจ้งเหตุผลอะไร แต่เธอรู้จากเพื่อนร่วมงานในภายหลังว่า เป็นเพราะทางร้านมีความคิดว่าตัวตนของซูซี่ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของร้าน
"เราโกหกแม่ไปว่าทำไม่ไหว แต่ตอนนั้นยังไม่รู้เหตุผลว่าทำไมโดนไล่ออก จนเพื่อนร่วมงานบอกว่าที่เขาไล่ออกเพราะว่า ดำ สกปรก ทำให้ภาพลักษณ์ร้านอาหารดูไม่ดี"
การรู้จักเคารพความแตกต่างหลากหลาย เริ่มจากครอบครัว
จากการเติบโตมาในเมืองไทย ซูซี่มองว่า ความไม่เข้าใจที่นำไปสู่การปฏิบัติต่อคนผิวสี คนผิวดำ อย่างไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เหมือนกัน เป็นผลจากหลาย ๆ ปัจจัย สื่อเองก็มีส่วนในการกล่อมเกลาให้เกิดทัศนะเช่นนั้น เช่นการโฆษณาที่นำเอาผิวสีมาทำเป็นเรื่องตลก หรือดูโทรทัศน์ก็มีแต่ดาราผิวขาว
"เราเป็นคนอารมณ์ดี เราชอบเอ็นเตอร์เทนเพื่อน แต่เราไม่ใช่ตัวตลก แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่สังคมไทย สื่อไทย ทำให้คนผิวสีดูเป็นคนตลก คนไทยก็เลยมองและเข้าใจว่าคนผิวสีทุกคนคือตัวตลก แต่จริง ๆ แล้วคือไม่ใช่"
INSTAGRAM/@SUZIEWADEE
ในสายตาของซูซี่ เธอกล่าวว่าคงไม่อาจเหมารวมปฏิกริยาของคนรอบข้างว่าจะเหมือนกันไปเสียทั้งหมด แต่จากประสบการณ์ที่พบเจอมา สีผิวก็ยังเป็นตัวกำหนดทัศนะที่เป็นอคติจากผู้คนบางส่วนที่ได้พบเจอ
"บางคนเขาเลือกปิดเลยค่ะ" เธอกล่าว "เขาไม่รับอะไร เขาจะยืนหยัดในสิ่งที่คิดว่า ผิวสีไม่โอเค ผิวสีคือไม่สวย ผิวสีคือขี้เหร่ ผิวสีคือคนเลว ผิวสีคืออาชญากร ผิวสีคือไม่น่าคบหา บางคนเขาจะยืนหยัดในจุดแบบนี้"
แล้วคนเหล่านั้นจะเรียนรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เราถาม
ซูซี่ซึ่งเป็นแม่ของลูกชายวัย 5 ขวบ ตอบในทันที่ว่า สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พ่อแม่สำคัญมากในการสร้างให้ลูกหลานเป็นเด็กประเภทไหน ไม่ใช่แค่เรื่องผิวสี แต่รวมถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศด้วย
"เหตุการณ์ที่ซูซี่เคยเจอคือไปเดินห้าง แล้วเด็กเขาชี้ว่าแม่ดูไอ้หน้าดำสิ ซูซี่ก็ช็อกแล้วนะ แต่ที่ช็อกกว่านั้นคือแม่เขากลับหัวเราะ มันทำให้ซูซี่รู้สึกว่าจริงๆ ถ้าไม่พร้อมมีลูก คือไม่ต้องมีนะคะ ถุงยางมีค่ะ" เธอกล่าว
INSTAGRAM/@SUZIEWADEE
"เด็กคือผ้าขาวอย่างที่คนไทยพูดจริง ๆ มันอยู่ที่ว่าเราจะแต่งเติมอะไรจริง ๆ ค่ะ ถ้าเราแต่งเติมเขาอย่างดี สอนให้เขารู้ว่าการเหยียดการบูลลี่คนไม่ดี เด็กยังไงก็ไม่บูลลี่"
ซูซี่สอนลูก
เมื่อมีลูก ซูซี่บอกว่าหากลูกต้องเข้าโรงเรียนในเมืองไทย เธอกังวลว่าลูกอาจได้รับประสบการณ์ที่ไม่ต่างจากเธอในวัยเด็ก
"ต่อให้เราดูเหมือนจะแข็งแรง แต่เอาจริง ๆ ถ้าให้ลูกมาโดนเหมือนเรา เราก็เจ็บหัวใจเหมือนกัน ก็ยังคิดว่า เรายังไม่แข็งแรงพอที่จะให้เขาเจอแบบนั้น" เธอบอก "คำพูดพวกนี้มันทำให้เราไม่มั่นใจ"
เธอเลี้ยงลูกด้วยตัวเองมาเป็นเวลาห้าปีแล้วตั้งแต่ลูกเกิด และพยายามสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกภูมิใจ เป็นตัวของตัวเอง
"ซูซี่ถามเขา (ลูกชาย) เลยว่า ชอบผิวนี้ไหมเขาบอกว่าเขาชอบซูซี่ถามว่าผิวนี้สวยไหม เขาบอกว่าสวย ชอบไหม เขาบอกว่าชอบ อยากขาวไหม เขาก็บอกว่าไม่ ซูซี่ก็ดีใจ… ซูซี่พยายามให้เขารู้สึกว่า ผิวเขาน่ะมีค่านะ ไม่ใช่เขาไม่หล่อไม่สวย"
INSTAGRAM/@SUZIEWADEE
พลังงานที่ดี
ท่าทางและบุคลิกภาพที่มั่นใจในแต่ละคลิปวิดีโอผ่านเพจเฟซบุ๊ก Blasian Chick หลายต่อหลายคลิป บ่งบอกให้รู้ว่าซูซี่มีทัศนคติที่ดีต่อตัวเองอย่างยิ่ง
"ต้องมั่นใจ และต้องไปอยู่ในที่ที่ถูกจุด อยู่ในที่ ๆ ตัวเองสามารถ shine (เปล่งประกาย) ได้ อยู่ในที่ ๆ คุณรู้สึกมีค่า"
ซูซี่กล่าวว่าในช่วงวัยรุ่น เคยเจอประสบการณ์ที่แวดล้อมด้วยคนรอบตัวที่ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เธอถามตัวเองว่าทำไมต้องรู้สึกแย่เพราะคนรอบข้าง และได้คำตอบว่า "เราจะแย่ไม่ได้ ชีวิตเรา เราต้องความสุขกับมันสิ"
"บางคนไปถามหาความมั่นใจ แต่ยังอยู่ผิดที่ผิดทางอยู่เลย ยังอยู่ในเพื่อนที่… เฮ้ยแต่งตัวอะไร เฮ้ยไปลดน้ำหนักได้แล้วป่ะ เฮ้ยทำไมดำอย่างนี้ คุณก็ไม่มีวันสวย ไม่มีวันถ้ายังอยู่ในสังคมแบบนี้อยู่ เพราะฉะนั้นลอง เปลี่ยนค่ะเราต้องกล้าเปลี่ยน"
Black Lives Matter
ซูซี่ ณัฐวดี เจ้าของเพจ Blasian Chick ที่โด่งดังจากการคัฟเวอร์เสียงใน Tiktok เปิดใจประเด็นการเป็นคนดำในไทย "ไม่ว่าจะประเทศไหน หรือไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เราไม่สมควรโดนปฏิบัติแตกต่างเพียงเพราะแค่สีผิว"
โพสต์โดย บีบีซีไทย - BBC Thai เมื่อ วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2020
นักคัฟเวอร์หญิงลูกครึ่งยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแส Black Lives Matter การชุมนุมประท้วงเพื่อสิทธิคนผิวดำจากการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันในสหรัฐฯ ว่า ในสังคมไทยก็มีการเลือกปฏิบัติเช่นกัน แต่ "ของคนไทยเป็นฟีลติดตลก" อย่างไรก็ตาม ซูซี่บอกว่าก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าในสังคมใด และความคิดที่ว่า "ผิวสีก็เหยียดเอเชีย" ถูกกระทำแบบนั้นก็ดีแล้วนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรคิดแบบเหมารวม เพราะการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ซึ่งเป็นพ่อของลูกสาวสองคน เป็นเรื่องที่น่าหดหู่
"ไม่ว่าจะประเทศไหนหรือประเทศใดก็แล้วแต่ เราไม่สมควรโดนปฏิบัติแตกต่าง เพียงเพราะแค่สีผิว มันเป็นอะไรที่ไม่มีเหตุผลเลย… เพราะว่าคนดำก็คือคน แค่สีผิว สีผิวแค่นี้ แต่หัวใจความรู้สึกเราเหมือนพวกคุณหมดเลยทุกอย่าง"