BEMกำไรดีดรุนแรงQ3 ยกระดับจ่ายปันผลขึ้น
ทันหุ้น-สู้โควิด โบรกเชื่อ BEM ฟื้นไว กำไรดีดรุนแรงไตรมาส 3/63คาดทางด่วนปกติ มิ.ย.นี้ ปัจจุบันขึ้นมาระดับ 1.1 ล้านเที่ยวแล้ว ชี้โครงสร้างต้นทุนลดลงหลังต่อสัมปทานทางด่วน เตรียมยกระดับจ่ายปันผล แถมได้เปรียบการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก และสายสีม่วง ชี้จุดดีไม่มีการเพิ่มทุน เคาะเป้า 13 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BEM แม้งบไตรมาส 2 จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19เต็มๆจาก พรก.ฉุกเฉินฯ และ การ Work from Home แต่การฟื้นตัวของผู้ใช้ทางด่วน และ ผู้ใช้รถไฟใต้ดิน ทำได้รวดเร็วตามประมาณการ ทำให้คาดจะเห็นการดีดกลับของกำไรที่รุนแรงในไตรมาส 3ได้ โดยผู้บริหารยังได้ส่งสัญญาณที่ดี 2 เรื่องแก่ ผู้ถือหุ้น คือ อัตราการจ่ายปันผลที่จะสูงขึ้น และการปกป้องนักลงทุนด้วยการใช้ตราสารหนี้ดอกเบี้ยที่ต่ำขยายธุรกิจแทนที่ใช้เงินเพิ่มทุน หรือ Infra fund ซึ่งวิธีนี้จะส่งผลดีต่อ EPS growth และ ROE ในระยะยาว
@ยกระดับจ่ายปันผล
โดย BEM กำลังพิจารณายกระดับการจ่ายปันผลขึ้นจากระดับจ่ายจริงราว 40% ก่อนหน้า เนื่องจากการได้ต่อสัมปทานทางด่วนอีก 15 ปี 8 เดือน ก่อนหน้าทำให้โครงสร้างต้นทุนลดลงกว่า 2 พันล้านบาท/ ปี และ แผนการลงทุนใหม่ๆนั้น ตลาดตราสารหนี้ และ สถานบันการเงินให้การสนับสนุนในดอกเบี้ยที่ต่ำน่าพอใจมาก จึงทำให้สภาพคล่องเพียงพอเหลือเฟือ ดังนั้นจากแหล่งเงินที่เพียงพอ และ D/E ที่ต่ำ 1.7 เท่า ณ สิ้นปี 2562 BEM ยืนยันถึงการใช้การกู้ เป็นแหล่งเงินในการขยายธุรกิจเติบโตต่อ แปลว่า BEM จะไม่ใช้การเพิ่มทุนซึ่งมีต้นทุนสูง (Ks ราว 8.2%) ในการขยายธุรกิจ และผู้ถือหุ้นจะไม่โดนผลกระทบของ Dilution effect ในระยะยาว และมีโอกาศที่ EPS growth, Dividend yield, ROE ที่สูงขึ้น
ผู้บริหารเผยว่าล่าสุดจำนวนรถขึ้นทางด่วนได้ทะลุ 1.077 ล้านคัน/ วัน เรียบร้อยแล้ว (จากปกติ 1.344ล้านคัน/ วัน) และคาดจะปกติในเดือนมิถุนายน ส่วนรถไฟใต้ดินวันทำงานที่ 2.11 แสนเทียวคน/ วัน ยังล้าหลังอยู่ -45%จากปกติ 3.82 แสนเที่ยวคน/ วัน และคาดจะปกติในไตรมาส 3/63ซึ่งทั้ง 2 สอดคล้องกับประมาณการของเราแล้ว เราจึงคงประมาณการไว้ตามเดิม และคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 13.00บาท/ หุ้น อิง SOTP
@เต็งชนะส้ม-ม่วง
BEM มี upside risk คือ การประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.23แสนล้านบาท ซึ่งผู้บริหารเชื่อมั่นว่าจะชนะประมูล เชื่อว่าเส้นสีส้มจะมีมูลค่าราว 70%ของสายสีน้ำเงิน นอกจากนี้แผนการของรัฐในการขยายสายสีม่วงตอนใต้ยังคงเดินอยู่ (BEM ให้บริการตอนเหนือ) และยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริการเผยว่าในสัญญาต่อสัมปทานทางด่วนใหม่นั้น BEM ยังได้สิทธิต่อทางด่วนเป็นรายเส้นไปจนแตะ 20 ปีได้อีกด้วย (4-11ปี) และได้สิทธิ์ในการศึกษาความเป็นไปได้และก่อสร้างทางด่วนระดับ 2 (Double Deck)
ด้านบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า ระบุว่า มีมุมมองบวกต่อ BEM นอกจากทางด่วนที่ฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 1.1ล้านเที่ยว แล้ว ในส่วนของธุรกิจรถไฟฟ้าเป็น 2.1แสนเที่ยวแล้ว และยังมีอัพไซด์ที่ตลาดยังไม่ไม่ให้มูลค่า คือ การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก มอง BEM+CK เป็นตัวเต็งในการประมูลเนื่องจากเป็นสายรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งเส้น ซึ่ง CK เป็นบริษัทที่มีศักยภาพและประสบการณ์ในการสร้างและขุดเจาะอุโมงค์ และจะเชื่อมกับสายสีน้ำเงินบนสถานีศูนย์วัฒนธรรม และสถานีบางขุนนนท์ ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างต่ำกว่าคู่แข่ง
@รออัพราคาหลังคว้าสีส้ม
เบื้องต้น เราประเมินสายสีส้มหาก Saturate จะมีจำนวนผู้ใช้ ราว 40-70%ของสายสีน้ำเงินคิดเป็นมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 1.50บาท/หุ้น จากราคาเหมาะสมปัจจุบัน 11.80 บาท ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ครุใน) คาดเป็นระบบ O&M และเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง2563-ครึ่งปีแรก2564 คาด BEM เป็นตัวเต็งอีกเช่นกันจากการที่ปัจจุบันเป็น Operator ในสายสีม่วงเดิม (เบื้องต้นหากเป็นระบบ O&M เนื่องจากส่วนต่อขยายเป็นทางใต้ดิน ทำให้ค่าเดินรถมีโอกาสสูงขึ้นกว่าส่วนแรกที่ได้ราว 1.8พันลบ. ต่อปี) ส่วนโครงการทางด่วน Double Deck ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ EIA คาดเห็นความชัดเจนในปี 2564-65หากเกิดขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณจำนวนผู้ใช้และอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการต่ออายุสัมปทานทางด่วนเพิ่มเติมในอนาคต