โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 ตุลาคม 2463 “เรือหลวงพระร่วง” เรือรบลำแรกของไทย มาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 00.11 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 00.00 น.
เรือหลวงพระร่วง (ภาพจากประชุมภาพประวัติศาสตร์ทหารและตำรวจ พิมพ์ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี)

7 ตุลาคม 2463 “เรือหลวงพระร่วง” เรือรบลำแรกของไทย มาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา

กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงกำหนดเส้นทางและทรงนำ “เรือหลวงพระร่วง” กลับโดยพระองค์เอง โดยออกเดินทางจากประเทศอังกฤษในวันที่ 20 กรกาคม 2463 ถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยาใน 7 ตุลาคม 2463

สืบเนื่องจากในปี 2457 ประเทศไทยมีการจัดซื้อเรือรบสำหรับการป้องกันพระราชอาณาจักรทางทะเล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง ราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2457 เพื่อเป็นผู้ดำเนินการเรี่ยไรเงินจากประชาชนทั่วประเทศ สำหรับจัดหาเรือรบดังกล่าว และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร (ม.ร.ว.ลพ สุทัศน์) เป็นสภานายกและเหรัญญิก ของสมาคมฯ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบด้วย 80,000 บาท, สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ 40,000 บาท และได้เงินที่พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการได้พร้อมใจกันออกทุนเรี่ยไรถวายเมื่อครั้งจัดงานพระราชพิธีทวีธาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งยังเหลือจากการใช้จ่ายเป็นจำนวนเงิน 116,324 บาท

แม้แต่ย่าเหล่-สุนัขทรงเลี้ยง ที่เสียชีวิตไปก่อน (เมื่อปี 2456) ก็ยังบริจาค โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงิน 100 บาท เข้าร่วมสมทบการซื้อเรือรบในนามของย่าเหล่

เมื่อรวมกับเงินที่เรี่ยไรทั่วประเทศแล้ว ได้จำนวนเงินทั้งหมด 3,514,604 บาท 1 สตางค์ จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็น “ข้าหลวงพิเศษ” ออกไปเลือกสรรจัดซื้อ

แล้วก็ได้ข้อสรุปที่เรือพิฆาตตอร์ปิโด้ จากสหราชอาณาจักร

เรือดังกล่าวมีชื่อเดิมว่า เรเดียนท์ เป็นเรือของอังกฤษ เคยใช้รบในสงครามโลกครั้งที่ 1 สร้างที่ บริษัท ทอร์นิครอฟท์ เมืองเซาธัมพ์ตัน สหราชอาณาจักร เมื่อกุมภาพันธ์ 2460 มีระวางขับน้ำ 1,046 ตัน, ความเร็ว 35 นอต, อาวุธประจําเรือ ได้แก่ ปืนใหญ่ขนาด 102 มิลลิเมตร จํานวน 3 กระบอก ปืนใหญ่ขนาด 76 มิลลิเมตร จํานวน 1 กระบอก ปืนขนาด 40 มิลลิเมตร จํานวน 2 กระบอก ปืนขนาด 20 มิลลิเมตร จํานวน 2 กระบอก ตอร์ปิโด 21 นิ้ว จํานวน 4 ท่อ รางปล่อยระเบิดลึกและแท่นยิงระเบิดลึก จํานวน 2 แท่น และกําลังพลประจําเรือ 135 นาย

ถือว่าเป็นเรือรบที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น

การนำ “เรือหลวงพระร่วง” กลับมาประเทศไทยนั้น กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงกำหนดเส้นทาง และทรงนำเรือกลับโดยพระองค์เอง โดยออกเดินทางจากประเทศอังกฤษในวันที่ 20 กรกาคม 2463 ถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยาในวันที่ 7 ตุลาคม 2463 รวมเวลาประมาณ 90 วัน ซึ่งในเวลานั้นเทคโนโลยีที่จะช่วยในการเดินเรือ มีเพียงเรดาร์ และเครื่องวิทยุสำหรับติดต่อราชการ การนำเรือหลวงกลับด้วยพระองค์เป็นพระอัจฉริยภาพโดยแท้จริง

ในงานเลี้ยงฉลอง เรือหลวงพระร่วง ที่ สมาคมสหทัยสมาคม (9 ตุลาคม 2463) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่รับสั่งชมกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ว่า

“…ส่วนกรมหลวงชุมพร ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วว่า เป็นนายทหารเรือไทยคนแรก ที่นำเรือรบไทยมาจากต่างประเทศได้ และที่ยากมากปานใด ในการนำมานั้น ท่านทั้งหลายคงพอจะเดาได้ เมื่อทราบว่าบรรดาลูกเรือนั้น เป็นชาวต่างประเทศทั้งนั้น และที่นำมาได้โดยสวัสดิภาพ ก็แสดงให้เห็นได้ว่า เป็นผู้ชำนาญทะเลจริงๆ นับว่าสมควรที่จะได้รับความขอบใจ ของข้าพเจ้าและท่านทั้งหลาย…”

ส่วนชื่อ “พระร่วง” นั้น พระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 6 ถึงเจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร ตอนหนึ่งว่า “ส่วนเรือที่สั่งเข้ามาตามความคิดนั้น เจ้าพระยาอภัยราชา ขอให้เราคิดนามให้เราได้นึกถึงนามวีรกษัตริย์ อันเป็นที่นับถือของชาวไทย ทั่วไปคือ ‘พระร่วง’ ซึ่งถือกันโดยทั่วไปว่า ‘ขลัง’ ”

เรือหลวงพระร่วง ขึ้นระวางประจําการเพื่อใช้ราชการกองทัพเรือ ตั้งแต่ 11 ตุลาคม 2463 – 19 มิถุนายน 2502 ก็ปลดระวางประจําการ รวมเป็นเวลาถึง 39 ปี ในภารกิจเพื่อความมั่นคงของประเทศทางทะเลตามเจตนารมย์ในการซื้อเรือหลวงพระร่วงตั้งแต่ต้น นอกจากนี้เรือหลวงพระร่วงยังทำหน้าสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือรับพระศพกรมหลวงชุมพรฯ กลับกรุงเทพฯ

ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 40 วันที่ 23 พฤษภาคม 2466 ลงข่าว นายพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวง ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สิ้นพระชนม์แล้ว ในประกาศข่าวสิ้นพระชนม์ดังกล่าวนั้น ตอนหนึ่งแถลงว่า “วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม เจ้าพนักงานได้เชิญพระศพเสด็จกลับโดยเรือเจนทะเล สู่กรุงเทพมหานคร แล้วเปลี่ยนเรือเชิญพระศพลงสู่เรือพระร่วงที่บางนา แล่นขึ้นมาตามลําแม่น้ำเจ้าพระยา ทอดอยู่ท่าน่าวัดราชาธิวาส เวลา 1 นาฬิกาก่อนเที่ยง เชิญพระศพขึ้นรถพยาบาลของ สภากาชาดสยามไปสู่วังของท่าน…”

ด้วยเป็นรับสั่งก่อนสิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรฯ-นายทหารเรือไทยคนแรก กับเรือหลวงพระร่วง-เรือรบของไทยลำแรก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี. ประชุมภาพประวัติศาสตร์ทหารและตำรวจ พิมพ์ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี, เมษายน 2525

ถ.ถุง. “เรือหลวงพระร่วง เรือของปวงชนชาวไทย” , นาวิกศาสตร์ ปีที่ 95 เล่มที่ 11 พฤศจิกายน 2555

วรชาติ มีชูบท. ราชสำนักรัชกาลที่ 6, สำนักพิมพ์มติชน มีนาคม 2561

เรือหลวงพระร่วง http://www.info.ru.ac.th สืบค้นเมื่อ 4 ตุลาคม 2562

เอกสารสโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา 15 ตุลาคม 2558

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 ตุลาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 ตุลาคม 2463 “เรือหลวงพระร่วง” เรือรบลำแรกของไทย มาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...