โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนอดีต Super Famicom กับเครื่องเกมที่ชาวไทยยุค 90 โปรดปราน

GamingDose

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2562 เวลา 05.30 น. • GamingDose - ข่าวเกม รีวิวเกม บทความเกมจากเกมเมอร์ตัวจริง

เชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่ติดตามอ่านเว็บ GamingDose ของเราส่วนใหญ่มักจะมีจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่โลกของวิดีโอเกมในยุคอย่าง PlayStation หรือ PC มาก่อนเป็นอย่างแรกแน่นอน แต่สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะเก่ากว่านั้น คือไปในยุคของ NES หรือ Famicom กันเลย แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องเกมในยุคกึ่งกลางระหว่าง Famicom และ PlayStation กับเครื่องเกมแบบ 16-bit ที่ดีที่สุดในโลกอย่าง Super Famicom กันครับ

Super Famicom หรือชื่อที่ขายในฝั่งตะวันตกคือ Super Nintendo Entertainment System(SNES) คือเครื่องเกมที่ผลิตโดย Nintendo หรือปู่นินที่เราเรียกกันติดปากนั่นเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 1983 พวกเขาประสบความสำเร็จจากการวางจำหน่ายและผลิตเกมให้กับเครื่อง Famicom หรือ NES มาอย่างยาวนานจนกลายเป็นตำนานค้างฟ้าของวงการเกม รวมไปถึงมีเกมในตำนานเกิดขึ้นในยุคนี้อย่างมากมายหลายร้อยเกม

เวลาผ่านไป  การแข่งขันในสงครามเครื่องคอนโซลก็ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง Sega ที่ปล่อยเครื่อง Mega Drive หรือ Sega Genesis ที่เป็นเครื่องเกมคอนโซลแบบ 16-bit ที่ยกระดับกราฟฟิกขึ้นไปหลายเท่า ทั้งเม็ดสี ความสดใส และความลื่นไหลของภาพและเสียงที่เหนือกว่า Famicom แบบไม่เห็นฝุ่น และไหนจะมีเครื่อง PC Engine ของ NEC ออกมาอีก เรียกว่าฟัดกันอุตลุด ไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

Mega Drive เครื่องเกมระดับตำนานของ Sega

แน่นอนว่า Nintendo ไม่ยอมอยู่เฉย แต่ก็ไม่ได้รีบเร่งที่จะออกเครื่องคอนโซลตัวใหม่ของตนเองออกมา โดยได้ตัวคุณ Masayuki Uemura ที่เคยมีผลงานออกแบบเครื่อง Famicom มาก่อนมารับหน้าที่นี้เช่นเดิม แน่นอนว่าเมื่อวันวางจำหน่ายในปี 1990 เครื่อง Super Famicom ก็กลายเป็นเครื่องเล่นเกมยอดฮิตไปในทันที ด้วยยอดขายในวันเปิดตัวที่ญี่ปุ่นมากกว่า 300,000 ชุดภายในหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

Super Famicom ถิอได้ว่าเป็นเครื่องเกมที่ยกระดับในด้านภาพ เสียง และรูปแบบการเล่นที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้น แถมด้วยตัวจอยที่เปลี่ยนจากแบบ 2 ปุ่มมาเป็น 6 ปุ่ม ทำให้มีปุ่มใช้งานได้มากขึ้น แถมตัวจอยยังมีการออกแบบที่เหมาะมือไม่ต่างจากในสมัย Famicom อีกด้วย

Super Mario Bros

แน่นอนว่าเกมที่มาลงแต่ละเกมนั้นล้วนเป็นเกมระดับตำนานแทบทั้งสิ้น ทั้งจาก Nintendo เองอย่าง Super Mario World, Super Donkey Kong, Metroid หรือเกมระดับตำนานอื่น ๆ อย่าง Street Fighter II, Double Dragon และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกว่าเกมที่อยู่ในความทรงจำหลายเกมนั้นอยู่ในยุคนี้เกือบทั้งสิ้น

ส่วนในบ้านเรา เครื่องที่เข้ามาส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเครื่องจากญี่ปุ่นหรือหิ้วมาจากต่างประเทศเป็นส่วนมาก

แต่แน่นอนว่าในยุคนั้น วิดีโอเกมถือเป็นของเล่นสำหรับคนที่มีเงินถุงเงินถัง

เพราะแค่ตัวเครื่องเพียว ๆ ก็ล่อไปเกือบหมื่นบาทได้ แถมตลับแท้ก็ราคาแพงหูฉีกเป็นหลักพันไปจนถึงหลายพัน ซึ่งแน่นอนว่าบ้านเราในยุคนั้นยังนิยมในการเล่นเกมแบบเถื่อนอยู่มาก จึงมีการหาทางเจาะและดัดแปลงเครื่อง รวมไปถึงเกมต่าง ๆ ให้เล่นได้ในราคาที่ถูกลง

ซึ่งคำตอบของเรื่องนี้ก็คือการใช้บรรดาหัวอ่านตลับแบบดัดแปลง หรือที่เรียกกันว่า “หัวโปร” นั่นเอง ซึ่งเจ้าหัวโปรนี้นอกจากจะเอามาใช้อ่านตลับเกมแล้ว ยังมีฟังก์ชั่นหนึ่งเพิ่มเข้ามา ก็คือการอ่านข้อมูลเกมจากแผ่นฟลอบปี้ดิสก์เพื่อเล่นเกมเถื่อนนั่นเอง ถ้าใครจำกันได้ วิธีการเล่นเกมเถื่อนนั้นก็คือต้องเอาแผ่นดิกส์เสียบเข้าไปให้หัวโปรอ่านข้อมูลเสียก่อน บางเกมที่มีขนาดใหญ่มากก็ต้องใช้หลายแผ่น โหลดเสร็จเปลี่ยนแผ่นใหม่ ถ้าหัวโปรใครมีความจุเยอะ ๆ ก็เล่นเกมได้เยอะเช่นกัน แต่ถ้าใครความจุน้อย เวลาที่โหลดเกมที่ความจุเยอะ ๆ ไปแล้วก็จะเล่นไม่ได้ จอดำช้ำใจกันไป แบบนี้เป็นต้น

แน่นอนละว่าการใช้หัวโปรโหลดเกมจากแผ่นมาเล่นแบบนี้มันคือการละเมิดลิขสิทธิ์แบบไม่ต้องสงสัย แต่ในยุคนั้นที่สำนึกในเรื่องของลิขสิทธิ์ยังไม่ชัดเจนเท่ายุคนี้ รวมไปถึงยังไม่มีผู้จัดจำหน่ายเกมอย่างเป็นทางการในไทยจริงจัง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้เล่นเกมเครื่อง Super Famicom ในไทยจะเล่นกันแบบผิดลิขสิทธิ์กันแทบจะ 100%

เพราะราคาของแผ่นฟลอปปี้แค่แผ่นละ 20 – 30 บาท เกมหนึ่งก็ประมาณ 2 – 3 แผ่น ตีไปเกมละ 60 บาท เทียบกันกับตลับแท้ราคาเป็นพันนี่ต่างกันหลายเท่าอยู่ เอาง่าย ๆ ว่าแค่ลงทุนซื้อเครื่องกับหัวโปรหมื่นต้น ๆ ก็สามารถเล่นเกมใหม่ ๆ ไปได้อีกนานเลยทีเดียว แถมในช่วงหลังมีการพัฒนาเพิ่ม RAM ในหัวโปรให้เพิ่มขึ้นจาก 32MB เป็น 64MB รวมไปถึงโปรแกรมสูตรโกงเกมเพิ่มความสะดวกสบายเข้าไปอีก เรียกว่าเกมยากขนาดไหนก็เล่นกันเพลิน ไม่มีกังวลแน่นอน

ซึ่งอันที่จริงแล้วพวกอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ของ Super Famicom นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่เอามาใช้ละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น

ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทาง Nintendo และผู้พัฒนาเจ้าอื่น ๆ คิดค้นขึ้น และเป็นของใหม่ที่น่าสนใจยิ่ง เช่น Satellaview ที่เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้ง Modem ระบบดาวเทียมเข้าไป ทำให้ผู้เล่นสามารถโหลดไฟล์เสริมของเกมต่าง ๆ มาเล่นได้ด้วย! (นี่มันคือการโหลด DLC ในยุค 90 ชัด ๆ ) แต่น่าเสียดายที่วางจำหน่ายแค่ในญี่ปุ่นและใช้ได้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น นอกจากนั้นก็มี Super Game Boy ที่ทำให้เล่นตลับเกมบอยในเครื่อง Super Famicom แบบมีสีได้ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ถล่มออกกันมาแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

Satellaview อุปกรณ์ที่เชื่อมโลกอินเตอร์เนตเข้าสู่เครื่อง Super Famicom

Super Famicom ถือได้ว่าเป็นเครื่องเกมที่ตอกย้ำชัยชนะในตลาดคอนโซลยุคที่สี่ของ Nintendo อย่างชัดเจนเหนือคู่แข่งอย่าง Sega และ NEC

ก่อนที่ในยุคที่ห้าจะถูก PlayStation ของ Sony เข้ามาบุกตีในเวลาต่อมา และการออกเครื่องเกมอย่าง Nintendo 64 ที่ยังคงใช้สื่อแบบตลับอยู่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เหล่าแฟน ๆ รู้สึกตื่นเต้นแม้แต่น้อย และทำให้ Nintendo เป๋ไปในตลาดเกมคอนโซลอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะกลับมาผงาดได้จากเครื่อง Wii ที่มอบมิติใหม่ในการเล่นเกมคอนโซลอย่างมากทีเดียว

Mini Super Famicom

ปัจจุบันนี้ Nintendo ก็ได้ออกเครื่องเกม Super Famicom และ SNES ขนาดจิ๋วสำหรับการสะสมออกมาวางตลาด(และขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว) เพื่อให้ผู้เล่นได้กลับไปสัมผัสกับความสนุกในอดีตอีกครั้ง แม้ความทรงจำเกี่ยวกับเครื่องเกมคอนโซลในบ้านเราในยุคก่อนนั้นจะค่อนข้างเป็นสีเท่าออกไปทางดำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสนุกที่พวกเราได้รับในยุคนั้นคือประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนจริง ๆ ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่เกมเมอร์อายุหลักสามหลายคนยังจดจำมาได้จนถึงทุกวันนี้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...