โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟป่าเผาเกาะมรดกโลกชื่อดังของออสเตรเลีย วอดแล้ว 42%

Xinhua

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2563 เวลา 08.22 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : นักดับเพลิงต่อสู้กับไฟป่าใกล้เมืองทารี รัฐนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย วันที่ 11 พ.ย. 2019)

ซิดนีย์, 1 ธ.ค. (ซินหัว) -- วันอังคาร (1 ธ.ค.) ประชาชนท้องถิ่นและผู้เดินทางมายังเกาะเฟรเซอร์ (Fraser Island) ของออสเตรเลีย ได้รับแจ้งให้เตรียมตัวรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หลังไฟป่าลุกลามเข้าใกล้รีสอร์ตท่องเที่ยวชื่อดังของเกาะ

ไฟป่าเผาไหม้พื้นที่บนเกาะมรดกโลกนอกชายฝั่งตะวันออกของรัฐควีนส์แลนด์แล้วกว่า 450,000 ไร่ หรือร้อยละ 42 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีต้นเพลิงจากการตั้งแคมป์ไฟผิดกฎหมายเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน

รายงานระบุว่าวันอังคาร (1 ธ.ค.) เป็นวันแรกของฤดูร้อนในออสเตรเลีย ทำให้มีอากาศร้อนและลมพัดแรงซึ่งทำให้ไฟป่าลุกลามจนยากต่อการควบคุมยิ่งขึ้น

หน่วยงานบริการดับเพลิงและภาวะฉุกเฉินรัฐควีนส์แลนด์ (QFES) ระบุว่าทิศทางการเผาไหม้ของไฟป่ามุ่งสู่คิงฟิชเชอร์ เบย์ รีสอร์ต แอนด์ วิลเลจ (Kingfisher Bay Resort and Village) โดยอากาศยานทิ้งระเบิดน้ำกำลังพยายามชะลอการลุกลามของไฟ

"คุณต้องเตรียมพร้อมทำตามแผนเอาชีวิตรอดจากไฟป่า" หน่วยงานระบุในแถลงการณ์ "หากคุณไม่มีแผนหรือคิดจะอพยพหนี คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมอพยพออกจากพื้นที่เพราะสถานการณ์อาจย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว"

พยากรณ์อากาศคาดว่าเกาะเฟรเซอร์จะเผชิญสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อไฟป่าตลอดช่วงเย็นวันอังคาร (1 ธ.ค.) สร้างความกังวลให้กับประชาชนท้องถิ่นและนักเดินทางที่ยังหลงเหลืออยู่บนเกาะ

"ร่องความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนตัวมายังฟากตะวันตกของควีนส์แลนด์ในช่วงบ่ายและเย็นวันอังคาร (1 ธ.ค.) จะทำให้มีลมแรง เมื่อประกอบกับคลื่นความร้อนแล้ว สถานการณ์ไฟป่าจะทวีความอันตราย" สำนักอุตุนิยมวิทยาของรัฐควีนส์แลนด์ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...