โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

สมุนไพรพื้นบ้าน บำรุงหัวใจ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 18 ก.พ. 2564 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2564 เวลา 21.11 น.

โรคหัวใจ คือสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นลำดับต้นๆ เพราะเป็นโรคที่คนไทยเป็นกันเยอะ แต่ไม่รู้ตัวและไม่ได้เข้ารับการรักษา ซึ่งโรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้จากการดำเนินชีวิตของเรา เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง ความเครียด และการขาดการออกกำลังกาย แต่อย่างไรก็ตาม โรคหัวใจก็สามารถป้องกันได้ค่ะ โดยเราต้องทำตัวเองให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือจะใช้สมุนไพรจากธรรมชาติบำรุงก็ได้ ซึ่งในวันนี้ เราก็มีบรรดาสมุนไพรใกล้ตัวที่สามารถช่วยบำรุงหัวใจของเราให้แข็งแรงขึ้น

กระเทียม สมุนไพรที่ทุกคนต้องมีติดบ้าน อย่างกระเทียมถือเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมายทีเดียวเลยค่ะ โดยเฉพาะประโยชน์ดีๆ ที่มีต่อสุขภาพหัวใจ เพราะในกระเทียมมีสารอัลลิซินที่ช่วยลดไขมันเลวในเลือดและลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของหัวใจเลย กระเทียมจึงช่วยลดโอกาสการอุดตันไขมันในหลอดเลือด อันทำให้เกิดโรคหัวใจได้ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่พบว่า กระเทียมมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการแข็งตัวของเลือด ช่วยลดความดันเลือด รวมทั้งเป็นสารต้านการจับตัวเป็นก้อนของเลือดด้วยการทำให้เกล็ดเลือดบางลง จึงป้องกันภาวะหัวใจขาดเลือดหรือสมองขาดเลือดได้ด้วย

กระเทียมที่พูดถึงนี้ไม่ใช่กระเทียมเจียวหอมๆ กรอบๆ ที่เราชอบรับประทานกันนะ แต่ต้องเป็นกระเทียมสด ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า หากรับประทานกระเทียมสดวันละ 2-3 กลีบ จะช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรงขึ้นได้ ส่วนใครยังหวั่นเกรงกลิ่นของกระเทียมหรือกลัวว่ารับประทานแล้วจะคลื่นไส้ แนะนำให้บดกระเทียมให้ละเอียดแล้วรับประทานพร้อมอาหารก็จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น

หอม แม้จะมีกลิ่นฉุน ไม่ถูกปากใครหลายคน แต่หอมหัวใหญ่ หอมแดง และต้นหอม ก็มีข้อดีในเรื่องการช่วยบำรุงเลือดและหัวใจ เนื่องจากในหอมจะมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยยับยั้งไม่ให้เกล็ดเลือดไปรวมตัวกันจนแข็งตัวแล้วไปอุดตันตามเส้นเลือด ทำให้เราลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจลงไปได้นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ หอมต่างๆ ยังช่วยลดอาการอักเสบ แก้หวัด คัดจมูก และยังมีสารเคอร์ซีทินที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระจึงปกป้องเราจากโรคมะเร็งได้ด้วย

พริก สารแคปไซซินที่ให้ความเผ็ดในพริกจะช่วยทำให้หลอดเลือดขยาย ช่วยละลายลิ่มเลือด ลดการหดตัวของเส้นเลือด ลดการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด ลดการสร้างไขมันในร่างกาย และไปยับยั้งการดูดซึมไขมันในเส้นเลือด ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปใช้ได้สะดวกและไม่มีเลือดมาอุดตันตามหลอดเลือด เท่านี้ก็ปกป้องหัวใจของเราได้แล้ว

ใบบัวบก มีธาตุเหล็กสูง ซึ่งธาตุเหล็กเป็นสารช่วยบำรุงหัวใจ แถมในใบบัวบกยังมีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงเลือด ป้องกันการเป็นโรคเลือดจาง ช่วยให้ผนังของหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น และยังช่วยแก้อาการช้ำในและร้อนในด้วย โดยวิธีนำใบบัวบกมาใช้ก็ง่ายๆ ให้นำก้านและใบมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาบดให้ละเอียดและคั้นเอาส่วนที่เป็นน้ำไปต้ม อาจจะเติมน้ำตาลหรือเกลือบ้างเล็กน้อย เสร็จแล้วก็นำมาดื่มได้เลย

บัวหลวง สามารถนำมาใช้บำรุงหัวใจได้ทั้งดอก ดีบัว (เมล็ดในฝักบัว) และไส้ของเมล็ดเลยค่ะ โดยดอกของบัวหลวงจะช่วยบำรุงหัวใจ ใช้เป็นยาชูกำลัง ส่วนดีบัวจะช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนเลือดให้ไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น ช่วยลดความดันเลือดไม่ให้สูงเกินไป และยังสามารถกระตุ้นหัวใจ ช่วยไม่ให้เป็นโรคหัวใจเต้นผิดปกติได้ นอกจากนี้ ไส้ของเมล็ดบัวหลวงยังช่วยบำรุงให้เส้นเลือดหัวใจไม่ตีบได้อีกด้วย

กระเจี๊ยบแดง นำกระเจี๊ยบแดงมาต้มกับน้ำ แล้วเติมน้ำตาลเข้าไปเล็กน้อยเพื่อลดความเปรี้ยว ดื่มบ่อยๆ จะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันเลือด บำรุงเลือดให้ไหลเวียนดีขึ้น และบำรุงร่างกายของเราได้ หรือจะนำกระเจี๊ยบแดงมาต้มกับพุทราจีนก็สามารถช่วยกำจัดไขมันไม่ดีในร่างกายได้

ดอกคำฝอย นำมาต้มน้ำดื่มช่วยป้องกันโรคหัวใจและรักษาหลอดเลือดได้เหมือนกันนะคะ เพราะน้ำมันจากดอกคำฝอยมีฤทธิ์ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันเลือดสูง บำรุงเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น ช่วยป้องกันโรคหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเส้นเลือดหัวใจตีบได้

เสาวรส นำเสาวรสที่แก่จัดหลายๆ ลูกมาล้าง แล้วคั้นเป็นน้ำผลไม้ เติมเกลือกับน้ำตาลเข้าไปสักนิด ดื่มบ่อยๆ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ทำให้ไม่เป็นโรคหัวใจได้นะคะ เพราะการที่เส้นเลือดของเรามีไขมันสูงมากเกินไปจะไปกระตุ้นทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ ขณะเดียวกัน เสาวรสก็ยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมถึง 384 มิลลิกรัม ต่อเสาวรส 100 กรัม ซึ่งโพแทสเซียมมีความสำคัญต่อเซลล์และของเหลวในร่างกายของเรา รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย

ใบเตยหอม หากรู้สึกกระหายเวลาเหนื่อยๆ ต้องเติมความสดชื่นให้ร่างกายด้วยน้ำใบเตยสักแก้ว โดยนำใบสดมาคั้นดื่ม ครั้งละประมาณ 2-4 ช้อนแกง (4-8 ช้อนโต๊ะ) หรือต้มใบเตยกับน้ำเปล่าแล้วดื่ม จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เพราะใบเตยมีฤทธิ์บำรุงกำลังและระบบประสาท พร้อมกับช่วยบำรุงหัวใจด้วยนะคะ หรือหากใครมีอาการความดันโลหิตสูงก็สามารถต้มน้ำใบเตยเอาไว้ดื่มเช้า-เย็น เพื่อให้ใบเตยช่วยปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติก็ได้เช่นกัน

ชาเขียว ที่เรานิยมดื่มกันมีสารที่สามารถป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือด แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดไขมันชนิดไม่ดี LDL และเพิ่มไขมันที่ดีอย่าง HDL ซึ่งช่วยป้องกันหลอดเลือดตีบและช่วยให้เลือดแข็งตัวยากขึ้น ทำให้โรคหัวใจไม่มาเข้าใกล้ แต่ไม่ใช่แค่นั้นเพราะชาเขียวยังช่วยลดระดับน้ำตาลและความดันเลือดให้ลงมาเป็นปกติได้ พร้อมช่วยย่อยอาหาร ล้างสารพิษ และช่วยให้เม็ดเลือดขาวสร้างตัว ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นอีกด้วย จึงเห็นได้ว่าในประเทศจีนมีการนำชาเขียวมารักษาโรคต่างๆ นานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในชาเขียวก็มีคาเฟอีนอยู่ไม่น้อย ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าคาเฟอีนจะไปกระตุ้นการหลั่งสารอะดรีนาลีน ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ซึ่งก็จะทำให้บางคนที่ดื่มชาเขียวมากเกินไปอาจมีอาการใจสั่นได้เหมือนกัน ดังนั้นแล้วหากจะดื่มชาเขียวควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เกินวันละ 3 ถ้วยนะคะ และที่สำคัญคือ ควรดื่มชาเขียวแบบชง ไม่ใช่แบบสำเร็จรูปสะดวกซื้อซึ่งผสมน้ำตาลเยอะ และมีปริมาณชาเขียวที่เจือจาง รับประทานแล้วเสี่ยงต่อโรคอ้วนมากกว่าจะช่วยดูแลหัวใจ

นอกจากที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีสมุนไพรหาง่ายอีกมากมายที่นิยมนำดอกมาทำเป็นยาหอมไว้ชงรับประทานบำรุงหัวใจ เช่น พิกุล กระดังงา มะลิลา และกุหลาบมอญหรือดอกยี่สุ่น ซึ่งถ้าใครสนใจจะหายาหอมมารับประทานแล้วต้องการให้ช่วยบำรุงหัวใจด้วย ก็ควรเลือกยาหอมที่มีส่วนผสมจากดอกของสมุนไพรต่างๆ เหล่านี้

สมุนไพรไทยของเรานี่มีประโยชน์มากมาย แถมยังหาง่ายและใช้งานสะดวกอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม จะพึ่งแค่สมุนไพรเพื่อช่วยบำรุงหัวใจไม่ได้นะคะ เพราะเรายังต้องรับประทานอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนเยอะๆ และต้องไม่เครียด เพื่อไม่ให้หัวใจของเราอ่อนแอลงไป

ขอบคุณข้อมูลจาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...