โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชีพจร ‘เที่ยวไทย’ ไตรมาสแรก ย้อน 3 ปีรายได้ (ยัง) ฟื้นตัวต่อเนื่อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 09.14 น.

หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือนแรกของปี 2568 พุ่งไปอยู่ในระดับ 3.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 22.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสร้างรายได้รวมกว่า 1.82 แสนล้านบาท หลายฝ่ายต่างมีความมั่นใจว่าตลอดทั้งปีนี้ ภาคการท่องเที่ยวของไทยจะสามารถผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใว้

กล่าวคือ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 39 ล้านคน สร้างรายได้ 3 ล้านล้านบาท กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับปี 2562 ก่อนโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน

จากนั้นเดือนกุมภาพันธ์พบว่า ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดือนกุมภาพันธ์ตกลงไปเกือบครึ่ง เหลือเพียงแค่ 3.7 แสนคน ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ยิ่งทำให้สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดจีนอ่อนแรงลง ส่งผลให้ภาพรวมของไตรมาสแรกของปี 2568 นี้เติบโตต่ำ

ย้อนรายได้ไตรมาสแรก 3 ปี

หากย้อนดูสถิตินักท่องเที่ยว 3 ปีย้อนหลังของกระทรวงการท่องเที่ยวฯพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรก (1 มกราคม-31 มีนาคม) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดยปี 2566 มีจำนวน 6,465,737 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งปีจำนวน 28.04 ล้านคน แบ่งเป็น เดือนมกราคม จำนวน 2.14 ล้านคน กุมภาพันธ์ 2.11 ล้านคน และมีนาคม 2.20 ล้านคน สร้างรายได้ 256,194 ล้านบาท

ปี 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรก จำนวน 9,370,297 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งปี 35.54 ล้านคน แบ่งเป็น เดือนมกราคม จำนวน 3.03 ล้านคน กุมภาพันธ์ 3.35 ล้านคน และมีนาคม 2.98 ล้านคน สร้างรายได้ 454,653 ล้านบาท

ล่าสุดปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกจำนวน 9,549,004 คน แบ่งเป็น เดือนมกราคม จำนวน 3.70 ล้านคน กุมภาพันธ์ 3.12 ล้านคน และมีนาคม 2.72 ล้านคน สร้างรายได้ 462,747 ล้านบาท (ดูตารางประกอบ)

กราฟฟิก จำนวนนักท่องเที่ยว

ปัจจัยลบรุมเร้ารอบทิศ

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายหนึ่งวิเคราะห์ว่า แม้ว่าบรรยากาศโดยรวมการท่องเที่ยวของไทยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ไม่คึกคักและเผชิญกับปัจจัยลบเรื่องความเชื่อมั่นจากปัญหาด้านความไม่ปลอดภัย และทำให้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่ฟื้นตัวกลับมาตามเป้าหมาย แต่ภาพรวมยังถือว่าภาคการท่องเที่ยวยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้

“ถ้าดูในรายละเอียดจะเห็นว่าตัวเลขทั้งจำนวนและรายได้จากการท่องเที่ยวตลาดอินบาวนด์ในไตรมาส 1 จะเห็นว่าการเติบโตไม่มากนัก แต่เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์พอสมควร เพราะเราเจอทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ และเรื่องความไม่ปลอดภัย”

และให้ข้อมูลด้วยว่า สำหรับปี 2568 นี้ เดือนมกราคมยังเป็นเดือนที่มีสถิตินักท่องเที่ยวสูงที่สุด เนื่องจากปีนี้เทศกาลตรุษจีนตรงกับช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องต้นเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ปีก่อน ๆ เทศกาลตรุษจีนจะอยู่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์

ยันท่องเที่ยวสร้าง “เศรษฐกิจ”

“สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากข้อมูลของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวฯพบว่า เดือนมีนาคมที่ผ่านมาประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งสิ้น 2.72 ล้านคน ลดลง 8.79% และรายได้ปรับตัวลดลง 2.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ถึงแม้ว่าจะมีการลดลงในแง่ของจำนวนการเดินทางและรายได้ แต่ก็ยังถือว่าการท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมรายได้จากภาคบริการและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

พร้อมระบุว่า การลดลงของจำนวนและรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มีผลกระทบทั่วโลก รวมถึงสถานการณ์โรคระบาดที่ยังคงส่งผลต่อการเดินทางข้ามประเทศ แม้จะมีความพยายามจากรัฐบาลไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการยกเลิกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม แต่ผลกระทบจากปัญหาภายนอกประเทศยังคงส่งผลต่อจำนวนการเดินทางที่ลดลง

“มาเลย์” พุ่งเทียบชั้นจีน

ทั้งนี้ หากแบ่งตามภูมิภาคจะพบว่า ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกสูงสุดเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนถึง 61.91% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด รองลงมาคือยุโรป ที่มีสัดส่วน 31.43% และอเมริกาที่ 5.57%

ขณะที่ตะวันออกกลางและแอฟริกามีสัดส่วนอยู่ที่ 0.69% และ 0.40% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงการยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม ในเดือนล่าสุดคือเดือนมีนาคมนั้น นักท่องเที่ยวจากจีนยังคงเป็นกลุ่มใหญ่ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุด โดยมีจำนวน 297,113 คน สร้างรายได้ถึง 16,335.11 ล้านบาท

โดยนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาส่วนใหญ่เดินทางมายังกรุงเทพฯ, ชลบุรี และภูเก็ต ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการอำนวยความสะดวกจากการยกเลิกวีซ่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการดูแลนักท่องเที่ยวจีนให้ปลอดภัย

รองลงมาคือ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย จำนวน 292,436 คน ใกล้เคียงกับอันดับ 1 สร้างรายได้ 6,018.54 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซียส่วนใหญ่เดินทางไปยังจังหวัดสงขลา, กรุงเทพฯ และยะลา ซึ่งได้รับผลดีจากการยกเลิกบัตร ตม.6 ในด่านพรมแดนชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และการเข้าสู่ช่วงเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียเลือกเดินทางไปยังสถานที่อื่นมากกว่า

ส่วนรัสเซียถือเป็นตลาดอันดับ 3 มีจำนวน 235,682 คน สร้างรายได้ 13,949.97 ล้านบาท ส่วนใหญ่เดินทางไปยังกรุงเทพฯ, ชลบุรี และภูเก็ต ซึ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็นอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางมายังประเทศไทย

อินเดียตามมาเป็นอันดับ 4 มีจำนวน 187,973 คน สร้างรายได้ 7,240 ล้านบาท ส่วนใหญ่เดินทางไปยังกรุงเทพฯ, ชลบุรี และภูเก็ต นักท่องเที่ยวอินเดียได้รับประโยชน์จากมาตรการยกเลิกวีซ่า

โดยในช่วงเทศกาล HOLI มีความใกล้เคียงกับประเพณีสงกรานต์ของไทย ที่จัดขึ้นภายในประเทศอินเดีย อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การเดินทางออกนอกประเทศลดลง

และอันดับ 5 คือ เกาหลีใต้ จำนวน 120,775 คน สร้างรายได้ 4,884.83 ล้านบาท ส่วนใหญ่เดินทางไปยังกรุงเทพฯ, ชลบุรี และเชียงใหม่ โดยนิยมเดินทางในช่วงวันหยุดเทศกาล SAMILJEOL ซึ่งเป็นวันแห่งการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม การลดลงของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลและปัญหาสภาพอากาศหนาวเย็นอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเดินทางของตลาดเกาหลีใต้ลดลง

กทม.-ชลบุรี-ภูเก็ต ยังฮอต

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า กรุงเทพฯ, ชลบุรี และภูเก็ต ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีที่มีเมืองพัทยาเป็นจุดสำคัญที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวยังคงเป็นที่นิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวจากจีน, รัสเซีย, มาเลเซีย, อินเดีย และเกาหลีใต้ ที่มักจะเลือกเดินทางมายังเมืองเหล่านี้เพื่อสัมผัสความสวยงามและวัฒนธรรมของประเทศไทย

จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น รวมถึงนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลจะช่วยเสริมสร้างการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคตอย่างยั่งยืน

อัตราเข้าพักโรงแรม มี.ค.ร่วง ลุ้นสงกรานต์ดันยอดเดือนเมษาฯ

จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม (Hotel Business Operator Sentiment Index) เดือนมีนาคม 2568 โดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) และธนาคารแห่งประเทศไทย (สำรวจระหว่างวันที่ 10-26 มีนาคม 2568 จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 126 แห่ง) พบว่า เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ธุรกิจโรงแรมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 66% ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 77%

เป็นการลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยว ที่ลดลงในช่วงปลายฤดูท่องเที่ยว ที่ปรับลดลงในทุกระดับดาวและทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตามอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในไตรมาส 1 ของปีนี้ ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อน

โดยลูกค้าต่างชาติ 3 อันดับแรก ได้แก่ ชาวยุโรปตะวันตก ชาวเอเชีย และชาวจีน (ไม่รวมอาเซียน) ซึ่งส่วนมากเข้าพักในโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป และในพื้นที่ภาคกลาง

สำหรับในเดือนเมษายนนี้ ผู้ประกอบการที่พักคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ประมาณ 63% ต่ำกว่าเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลของการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เริ่มเข้าสู่ Low Season

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่พักคาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยอดขาย การจองที่พัก การใช้บริการ รวมถึงการใช้จ่ายของประชาชนและนักท่องเที่ยวจะเพิ่มสูงขึ้น จากบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมโรงแรมไทยระบุว่า แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์หลังแผ่นดินไหว เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ยอดจองที่พักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงการเดินทางทางอากาศ และจำนวนเที่ยวบินยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

และหากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันในการสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย พร้อมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว

รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้มากขึ้น

ขณะที่ “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ว่า เดือนเมษายนนี้ ประเทศไทยมีเทศกาล “สงกรานต์” โดย ททท.คาดการณ์ว่าในช่วงระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2568 (รวม 5 วัน) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยราว 476,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 3% และสร้างรายได้ประมาณ 7,324 ล้านบาท

และหากรวมตลาดในประเทศ หรือ “ไทยเที่ยวไทย” ด้วย คาดว่าในช่วง 5 วันดังกล่าวนี้ ประเทศไทยจะมีรายได้ท่องเที่ยวราว 26,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยเทศกาลสงกรานต์จะเป็น “บิ๊กอีเวนต์” สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของภาคธุรกิจท่องเที่ยว และผลักดันอัตราการเข้าพักของธุรกิจโรงแรมในเดือนเมษายนนี้ ให้เพิ่มขึ้นด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชีพจร ‘เที่ยวไทย’ ไตรมาสแรก ย้อน 3 ปีรายได้ (ยัง) ฟื้นตัวต่อเนื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...