หุ้นสหรัฐฯ ร่วง หลังข้อมูลเศรษฐกิจชี้การเติบโตอ่อนแอ; ฤดูกาลประกาศผลประกอบการยังดำเนินต่อ
#หุ้นสหรัฐ #ทันหุ้น - หุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงอีกในวันพุธ หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยออกมาหลายชุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอตัว ขณะที่นักลงทุนก็ยังต้องรับมือกับผลประกอบการจากบริษัทต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 09:35 น. ตามเวลา ET (13:35 GMT) ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 415 จุด หรือ 1% ดัชนี S&P 500 ลดลง 82 จุด หรือ 1.5% และดัชนี NASDAQ ลดลง 360 จุด หรือ 2.1%
เดือนนี้ถือเป็นเดือนที่ปั่นป่วนในวอลล์สตรีท โดยดัชนีหลักค่อย ๆ ลดการขาดทุนของเดือน หลังจากที่ต้นเดือนมีการประกาศภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเทขายอย่างหนัก และผลักดันให้ดัชนี S&P 500 เข้าสู่ภาวะตลาดหมีชั่วคราว
เศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวในไตรมาส 1
การร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อต้นเดือนเมษายนเกิดจากความกังวลว่าภาษีนำเข้าจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวอย่างไม่คาดคิดในไตรมาสแรก โดยข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันพุธระบุว่า GDP หดตัว 0.3% (คิดเป็นรายปี) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม เทียบกับการเติบโต 2.4% ในไตรมาสที่ 4 ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตเล็กน้อยที่ 0.2%
นอกจากนี้ นายจ้างภาคเอกชนของสหรัฐฯ จ้างงานใหม่ได้น้อยกว่าที่คาดไว้มากในเดือนเมษายน โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 62,000 ตำแหน่ง ลดลงจากตัวเลขเดือนมีนาคมที่ถูกปรับลดเหลือ 147,000 ตำแหน่ง ตามรายงานการจ้างงานของ ADP
ต้นสัปดาห์นี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020 ขณะที่จำนวนตำแหน่งงานว่าง JOLTS สำหรับเดือนมีนาคมลดลงเหลือ 7.192 ล้านตำแหน่ง จาก 7.48 ล้านตำแหน่ง
การผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าเป็นปัจจัยบวก
ความรู้สึกในตลาดเริ่มดีขึ้นเมื่อมีความหวังว่าการประกาศภาษีนำเข้าอาจผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้ว โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งสองฉบับก่อนตลาดปิดในวันอังคาร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษีนำเข้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยให้เครดิตภาษีและยกเว้นภาษีวัสดุบางรายการ
คำสั่งดังกล่าวออกมาในช่วงที่ทรัมป์เดินทางเยือนรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ ก่อนที่ภาษีนำเข้า 25% สำหรับชิ้นส่วนรถยนต์จะเริ่มมีผลบังคับใช้
อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีพาณิชย์ ฮาเวิร์ด ลัทนิก กล่าวกับ CNBC ว่าสหรัฐฯ ใกล้จะประกาศข้อตกลงการค้าฉบับใหญ่แล้ว
ผลประกอบการของ Microsoft และ Meta เป็นจุดสนใจ
สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์สำคัญของฤดูกาลประกาศผลประกอบการ โดยมีบริษัทในดัชนี S&P 500 ราวหนึ่งในสามมีกำหนดรายงานผล โดยนักลงทุนให้ความสนใจกับผลของ Microsoft (NASDAQ:MSFT) และ Meta Platforms (NASDAQ:META) ซึ่งจะประกาศหลังปิดตลาดในวันพุธ
บริษัทเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม"Magnificent Seven" กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีกำหนดรายงานในสัปดาห์นี้ โดย Apple (NASDAQ:AAPL) และ Amazon (NASDAQ:AMZN) จะรายงานผลหลังปิดตลาดวันพฤหัสบดี กลุ่มนี้เคยนำตลาดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้ยังให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีนัก
ในวันพุธ หุ้น Starbucks (NASDAQ:SBUX) ร่วงลงอย่างมาก หลังยอดขายเปรียบเทียบทั่วโลกลดลงเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน โดยกลยุทธ์พลิกฟื้นธุรกิจยังไม่สัมฤทธิ์ผล
Caterpillar (NYSE:CAT) รายงานกำไรไตรมาสแรกที่ลดลงเนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
หุ้น Norwegian Cruise Line (NYSE:NCLH) ดิ่งลง หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่น่าผิดหวัง พร้อมปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี อ้างถึงความต้องการที่อ่อนตัว
Super Micro Computer (NASDAQ:SMCI) หุ้นร่วงหลังจากบริษัทผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ปรับลดคาดการณ์รายได้และกำไรไตรมาสสาม อันเนื่องมาจากการใช้จ่ายของลูกค้าที่ล่าช้า ทำให้เกิดความกังวลเพิ่มเติมว่าการลงทุนใน AI อาจเริ่มชะลอตัว
Snap (NYSE:SNAP) หุ้นดิ่งแม้รายได้ไตรมาสแรกออกมาดีกว่าคาด แต่บริษัทปฏิเสธที่จะให้แนวโน้มรายได้ในอนาคต โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจกระทบต่อความต้องการโฆษณา
น้ำมันดิบจ่อร่วงรายเดือนมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี
ราคาน้ำมันร่วงลงในวันพุธ และกำลังจะปิดเดือนด้วยการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี เนื่องจากสงครามการค้ายังคงกดดันต่อการคาดการณ์ความต้องการใช้พลังงานทั่วโลก
ทั้งสัญญาน้ำมันดิบ WTI และ Brent สูญเสียมูลค่ากว่า 15% ในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นการลดลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2021
ความกังวลเกี่ยวกับความต้องการใช้น้ำมันภายใต้สถานการณ์สงครามการค้ากดดันจิตวิทยาตลาด นักลงทุนยังได้รับผลกระทบจากข้อมูลภาคการผลิตของจีนที่อ่อนแอ ซึ่งเปิดเผยเมื่อช่วงเช้าของวันพุธ
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้