โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อัพเดตธีมลงทุน EV car รับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ามาแรง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ย 2566 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2566 เวลา 11.22 น.

อัพเดตธีมลงทุน EV car รับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ามาแรง กับ “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนฟินโนมีนา จำกัด

วันที่ 11 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสรถยนต์ไฟฟ้าในปีนี้มาแรงมาก ๆ เพราะว่าถ้าใครออกไปใช้รถใช้ถนนในช่วงนี้อาจจะเห็นจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็มากจากเทรนด์การรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ ESG รวมถึงราคาพลังงานที่ยังแพงอยู่

โดย Prachachat Wealth EP.นี้ เราจะพามาร่วมอัพเดตธีมการลงทุน EV car กับทาง “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนฟินโนมีนา จำกัด

Q : ปัจจุบันทางฟินโนมีนามีมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนในธีม EV car นี้อย่างไรบ้างในปีนี้และก็ในอนาคต

ปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในการเติบโตของเทรนด์ของ EV car ในระยะยาว ประกอบไปด้วยอะไรบ้างเหตุผลของมันนะครับ ผมคิดว่ามีด้วยกันอยู่ทั้งหมด 3 Bullet point ด้วยกัน

Bullet point ที่ 1 ก็คือความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามันไม่ใช่แค่เฉพาะในไทยมันเกิดขึ้นทั่วโลก ถามว่ามันเกิดจาดอะไรทำไมความต้องการของ EV car ถึงเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่ามันเกิดมาจาดเรื่องแรกก็คือเรื่องความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและก็เรื่องมลพิษที่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine : ICE) ก่อให้เกิดตัวคาร์บอนและก็เกิดภาวะโลกร้อนและก็กลายเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) หรือเป็นเรื่องของลมฟ้าอากาศสุดโต่ง (Extreme weather) ที่บอกว่าทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล

ซึ่งทำให้ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกไม่ว่าจะประเทศไหน ๆ ให้ความสนใจเรื่องนี้ และก็มันจึงนำมาซึ่งข้อตกลงเขาเรียกว่า Paris Agreement ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เทรนด์เรื่อง EV มันไม่ใช่เทรนด์แค่ของผู้บริโภคเท่านั้นแต่รัฐบาลก็ให้การสนับสนุนทั่วโลกด้วยเช่นเดียวกัน

Bullet point ที่ 2 ก็นำมาซึ่งก็คือจึงเป็นที่มาที่ว่ารัฐบาลสนับสนุนในการใช้รถยนต์ EV car วิธีการสนับสนุนก็อย่างเช่น ลดภาษีสรรพสามิต มีการให้เงินอุดหนุนสำหรับใครที่ซื้อ รถยนต์ EV car ไปหรือว่าตั้งเป้าหมายยอดขายรถยนต์ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้เป็นสัดส่วนอาจจะให้เท่ากับหรือเทียบเท่าเป็นสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลา 5-6 ปีข้างหน้าหรือ 10 ปีข้างหน้าก็แล้วแต่ประเทศ

Bullet point ที่ 3 ก็คือการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน EV ต้องบอกว่ามันเร็วและมีประสิทธิภาพมาก ๆ โดยเฉพาะการแตกไลน์ตัวโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) ในเรื่องของเซมิคอนดักเตอร์มันทำให้จีนเองไม่ได้พึ่งพาการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากเจ้าอื่นและหันมาผลิตเอง และด้วยความที่ขนาดของรถมันใหญ่ เมื่อรถมันใหญ่ตัวทรานซิสเตอร์ หรือว่าตัวเซมิคอนดักเตอร์มันไม่จำเป็นต้องเล็กขนาดที่เอาไปใส่ในสมาร์ทโฟน

ซึ่งจีนเรียกว่ามีศักยภาพในการทำสิ่งที่เขาทำมาตลอดเรียกว่า Copy and Development มันก็เลยเป็นที่มาที่ว่าจีนก็สามารถที่จะเร่งเข้าสู่กระบวนการที่เรื่องว่าเทคโนโลยี EV car ได้เร็ว พอสปีดของจีนเร็วขึ้นมันก็เลยทำให้ผู้นำยานยนต์ในเครื่องยนต์สันดาปแบบอื่น ๆ ต้องหันและพันตัวตามมา นี่คือ 3 Bullet point ที่มันทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่รถยนต์ไฟฟ้าจะอยู่บนถนนมากขึ้น

Q : หากย้อนดูไป 1 ปีที่แล้วจะเห็นว่ามันติดลบค่อนข้างเยอะ ปีที่แล้วมีปัจจัยอะไรทำให้กลุ่มนี้มันติดลบ

ภาพใหญ่ของธีม EV car มันคือธีมที่เรียกว่า Green energy หรือ Clean energy คือพลังงานสะอาด ธีมพลังงานสะอาดมาพร้อมกับคุณโจ ไบเดน ตอนที่เขาได้ตำแหน่งประธานธิบดีตอนชิงกับคุณโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะว่าคุณโจ ไบเดน คือเขาสานฝันเขามีลูกชายคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ว่าลูกชายคนนี้ทำหน้าที่แล้วก็อุทิศตัวเองเพื่อที่จะรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม พยายามที่จะทำทุกอย่างเพิ่อโปรโมต Green energy

ซึ่งโจ ไบเดน ก็ถึงขั้นเอาแผนตัว Infrastructure เอาเข้ามากำหนดกลยุทธ์เป็นแผนเศรษฐกิจระยะยาวของสหรัฐ แต่จังหวะมันไม่ได้ก็ตรงที่ว่าโควิด-19 มันมา คือเราเร่งแค่ว่าจะเอาแผนพลังงานสะอาดระยะยาวมาแต่เมื่อมันยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน และด้วยความมันเกิดอุปสรรคแน่ ๆ ที่ว่าหลายประเทศล็อกดาวน์กันเกิดขึ้นมามันทำให้แผนนี้มันถูกลากและดีเลย์ออกไปมันจึงทำให้มีการปรับฐานลงมานี่คือเหตุผลเรื่องที่หนึ่ง

เหตุผลเรื่องที่สอง ก็คือว่าปี 2022 (2565) เป็นปีที่จีนปิด ๆ เปิด ๆ เมืองเยอะมาก ๆ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่ามาร์เก็ตแคปของตัว EV car เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อมันชะลอลงมันเลยส่งผลให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ามีลดลงด้วย

เรื่องต่อมาก็คือว่า มันเริ่มมีการแข่งขันที่รุนแรงของข้างในผู้ผลิตในจีนเองเราจะเห็นว่าแบรนด์รถยนต์ฟ้าที่อยู่จีนเองมันมีจำนวนเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็น BYD ไม่ว่าจะเป็น NEO ไม่ว่าจะเป็น Xiaopeng และผู้ผลิต EV ที่เรียกว่า Eco car จำนวนเล็กมีจำนวนมาก เมื่อมันแข่งกันจำนวนมากมันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคำว่า Price war คือแข่งขันกันด้านราคา เมื่อแข่งขันกันด้านราคา มาร์จิ้นที่เคยคิดว่าจะได้เท่านี้มันก็ยิ่งลดลงอาจจะยังขาดทุนอยู่ด้วยซ้ำไป มันทำให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนประมาณการณ์ว่าถึงยอดขายจะโตขึ้นแต่กำไรไม่โตตามแล้วผู้ถือหุ้นจะได้อะไรก็เลยมีแรงเทขาย

เรื่องสุดท้ายก็คือในช่วงที่ผ่านมาพอมันมีเรื่องสงครามการค้า (Trade war) มันมีเรื่องราคาแบตเตอรี่ที่เพิ่มมากขึ้น ราคาแบตเตอรี่เขาบอกว่าโครงสร้างต้นทุนของการผลิตรถยต์ EV แบตเตอรี่คิดเป็นต้นทุน (Cost) แถว ๆ สักประมาณ 50-70% เมื่อราคาต้นทุนของแบตเตอรี่มันเพิ่มขึ้น มันก็เลยผลักทำให้ตัวต้นทุนในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้น มองแบบนี้ครับเบสคือต้นทุนในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้นแต่ในขณะที่ตลาดเล่น Price war มารจิ้นก็ยิ่งบางกันไปใหญ่ มันก็เลยทำให้ตลาด EV ในภาพรวมของปี 2022 จึงแรงเทขายออกมาเยอะ

Q : สำหรับใครที่มีความสนใจจะลงทุนในธีม EV car เราแนะนำยังไงบ้างทั้งกองทุนและหุ้นด้วย

เวลาเราเรียกกันว่า EV car นักลงทุนอาจจะไปมองว่าเราต้องไปซื้อหุ้นหรือไปลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ผู้ผลิต EV แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรามี Supply Chain มันมีธุรกิจที่อยู่ต้นน้ำ กลางน้ำและก็ตัวผู้ผลิตรถยนต์คือมันอยู่ที่ปลายน้ำแล้ว ต้นน้ำมีใครบ้าง ก็คือผู้ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องผลิตวัตถุดิบ เช่น พวกโลหะ, พลาสติก, ยาง, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่พวกนี้คือได้ประโยชน์จากการที่ EV มันเติบโตขึ้นแน่นอน กลางน้ำคือผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น มอเตอร์, อินเวอร์เตอร์, แผงโซลาเซลล์, ระบบชาร์จไฟ พวกนี้ได้ประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน

และก็ธุรกิจปลายน้ำของตัว EV car ก็คือผู้ผลิตรถยนต์อันนี้เรารู้กันอยู่แล้ว, ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ หรือจริง ๆ แล้วมีอีกคนหนึ่งที่น่าสนใจคือผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ซึ่งเราเห็นสถานีชาร์จในปัจจุบันเราอาจจะมองว่าเยอะแล้วแต่เพื่อให้ Ecosystem ของตัว EV car มันสามารถซัพพอร์ตประเทศนั้น ๆ ที่เรามีอยู่สำหรับผมคือยังไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำไป คราวนี้ถ้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในโลกนี้อันดับหนึ่งในแง่ของทั้งยอดขายและในแง่ของทั้งกำไรตอนนี้ก็คือ เทสลา (Tesla)

อันดับสองถ้าลงมาดูในแง่ของจำนวนยอดขายจริง ๆ แล้ว BYD ยอดขายของรถทุกซีรีส์รวมกันมากกว่าเทสลาไปแล้วแต่ถ้าในแง่ของมาร์เก็ตแคป BYD ยังเล็กกว่า ถ้าคุณบอกว่าไหนว่ามันมีพวกหุ้นผู้ผลิตรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปที่กำลังจะเปลี่ยนตัวเองมาเป็น EV และพวกนี้ราคาหุ้น (Valuation) ถูกมาก ๆ คือตลาดให้ราคาหุ้น EV แพงหูฉี่เลยแต่กับผู้ผลิตเดิม ๆ อย่างเช่น พวก Volkswagen, GM หรือว่า FORD พวกนี้ให้ P/E ให้ Book value ต่ำมาก ๆ ธีมการลงทุนที่มันเป็นเฉพาะเจาะจงแบบนี้ที่ไม่ได้ไปลงทุนกระจาย Diversity ในหลาย ๆ อุตสาหกรรม เราถือว่าธีมแบบนี้เรียกว่า Thematic Investment

Thematic Investment ถ้าตาม PlayBook เลยเราไม่ควรจะลงสัดส่วนในธีมใดธีมหนึ่งมากกว่า 10% ของพอร์ตเกินไป แต่ถ้าไม่แนะนำตามตำรามันก็ต้องบอกว่าเราเห็นนักลงทุนหลาย ๆ คนประสบความสำเร็จด้วยการไม่ใช่กระจายความเสี่ยงแต่ว่าลงทุนในอุตสาหกรรมหรือว่าธุรกิจที่ตัวเองเชื่อมั่นมาก ๆ แล้วผมคิดว่าธีม EV มันมีหลาย ๆ หุ้นหลาย ๆ ตัว

“ผมเชื่อว่ามันจะเป็นหุ้นที่อาจจะสามารถเติบโตระดับ 10 เด้งขึ้นไปแล้วสามารถสร้างผลตอบแทนที่เปลี่ยนชีวิตคุณได้เหมือนกัน แต่จำเป็นนะที่จะต้องก็คือหาความรู้ให้เวลากับมันและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งถ้าทำได้ไม่มากพอก็ย้อนกลับมา Diversity ในระดับไม่เกิน 10% ของพอร์ต” นายชยนนท์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...