โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"กทม." จับมือ "นิคมฯ บางชัน" เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมและฝุ่น PM 2.5

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 29 ก.ย 2565 เวลา 12.11 น.

"ชัชชาติ" จับมือ "นิคมอุตสาหกรรมบางชัน" เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมและฝุ่น PM 2.5 หวังสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนกว่า 65 โรงงานในนิคมฯบางชัน เผย นิคมฯ บางชันมีสถานีสูบน้ำที่สามารถสูบน้ำได้มากถึง 16,800 ลบ.ม./ชม.และแนวเขื่อนกั้นน้ำรอบพื้นที่ พร้อมเร่งขอตรวจสอบมลพิษจากรถบรรทุกเข้า-ออกนิคมฯบางชันทุกคัน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมหารือกับนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายไพโรจน์ จันทรอด ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี ผู้บริหารเขตคันนายาว นายประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี ที่ปรึกษาผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ นางสาวกังสดาล พงษ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นางลัดดาวัลย์ อ่อนกำปัง ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชันและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อความร่วมมือในการแก้ปัญหาผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 และน้ำท่วม ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เขตมีนบุรี

นายชัชชาติ กล่าวภายหลังประชุมหารือแผนรับมือน้ำว่า การหารือร่วมกันระหว่าง กทม.และ กนอ.ในครั้งนี้เพื่อตรวจดูความพร้อมของนิคมฯ เนื่องจากมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ ซึ่งทราบว่า กรุงเทพมหานครมีนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นิคมอุตสาหกรรมบางชัน และนิคมอุตสาหกรรมอัญธานีที่เขตประเวศ ซึ่งทุกแห่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจและแหล่งสร้างงานที่สำคัญของเมืองและประเทศ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมบางชันมีพื้นที่อยู่ทั้งสิ้น 678 ไร่ โรงงานจำนวน 65 โรงงาน แรงงาน 15,000 คน เงินลงทุนรวมกว่า 5,000 ล้านบาท มีนักลงทุนชาวไทย 55% จีน 25% ญี่ปุ่น 15% และอื่นๆ 5% ดังนั้นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากงานเป็นเรื่องสำคัญของเมือง ผู้ประกอบการที่สร้างงานจึงเป็นส่วนสำคัญของเมือง โดยนิคมอุตสาหกรรมบางชันเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของประเทศไทย และทางนิคมฯได้ให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องของน้ำท่วม

สำหรับพื้นที่นิคมฯ มีคลองที่สำคัญที่อยู่ในพื้นที่ ได้แก่ คลองแสนแสบ คลองหลอแหล และคลองบางชัน ซึ่งได้มีการสร้างแนวเขื่อนกั้นน้ำรอบพื้นที่นิคมฯเพื่อป้องกันน้ำจากคลองแล้ว โดยเป็นเขื่อนของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ยาว 5.7 กม. เป็นเขื่อนของกทม. ยาว 2.5 กม. รวมถึงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมฯเอง ก็มีสถานีสูบระบายน้ำฝนที่สามารถสูบน้ำได้ 16,800 ลบ.ม./ชม. ดังนั้นหากมีฝนตกหนักในพื้นที่ทางนิคมอุตสาหกรรมฯก็อาจจะต้องใช้เวลาบ้างในการสูบน้ำออก แต่ทางนิคมอุตสาหกรรมยืนยันว่าสามารถรับมือได้แน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีฝนตกหนักปริมาณ 120-170 มม.ก็สามารถดำเนินการสูบน้ำออกได้ภายใน 2 ชั่วโมง จุดอ่อนจุดเดียวที่ยังมีปัญหาคือ ทางเชื่อมต่อบริเวณวัดบำเพ็ญเหนือกับตลาดขวัญเรียมซึ่งยังมีจุดฟันหลออยู่ ก็ได้แก้ไขปัญหาโดยการใช้แนวกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วม อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาคือการประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือกับคนในชุมชนพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งทางนิคมฯก็สามารถบริหารจัดการได้ดีและได้รับความร่วมมือเนื่องจากคนในชุมชน ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือคนที่ทำงานให้นิคมอุตสาหกรรมฯอีกด้วย

อีกหนึ่งปัญหาที่ได้พูดคุยหารือร่วมกันคือการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งทางนิคมอุตสาหกรรมบางชันก็ได้มีการควบคุมปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างเข้มข้น รวมถึงมีแผนป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 โดยมีการควบคุมปล่องระบายมลพิษทางอากาศ ของโรงงาน และในอนาคตกทม.จะขอความร่วมมือในการตรวจสอบมลพิษจากรถบรรทุกและรถขนส่งแรงงานที่เข้า-ออกบริเวณนิคมอุตสาหกรรมฯ เพื่อให้มั่นใจว่า นิคมอุตสาหกรรมบางชันไม่ใช่ต้นเหตุของการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 รวมถึงจะขอข้อมูลแบบ Real Time จากเครื่องมือตรวจจับปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 จากปล่อง Boiler แต่ละปล่องของโรงงานผลิตไฟฟ้าภายในนิคมอุตสาหกรรมฯ เพื่อให้กทม.ได้รับทราบปริมาณการปล่อยปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ทันทีอีกด้วย ถือเป็นความร่วมมือที่ดี ต้องขอขอบคุณทางนิคมอุตสาหกรรมฯ ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน การฟื้นฟูเศรษฐกิจ การสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน การจ่ายภาษี ซึ่งกทม.และสำนักงานเขตพื้นทีาจะทำงานร่วมกันกับนิคมอุตสาหกรรม ให้เป็นเนื้อเดียวกันเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา

ด้านนายวีริศ กล่าวว่า วันนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้รับเกียรติจากผู้ว่าชัชชาติและทีมงาน รวมถึงผู้อำนวยการเขตมีนบุรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคันนายาว ขอบคุณที่ทุกท่านมีความเป็นห่วงเรื่องการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่สถานการณ์มีพายุเข้ามาโดยจากการที่ได้พูดคุยกับผู้ว่าฯชัชชาติและผู้อำนวยการเขต มองว่ายังพอรับมือได้อยู่ไม่น่ามีปัญหาโดยเฉพาะเขื่อนที่อยู่ในนิคมฯและมีความเข้าใจเป็นอย่างดีกับทางชุมชน เพราะฉะนั้นจึงอยากให้พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบนิคมฯวางใจในความร่วมมือระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับชุมชน

จากนั้น นายชัชชาติและนายวีริศ พร้อมคณะได้เดินไปดูเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของนิคมอุตสาหกรรมบางชัน บริเวณสะพานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งก่อนเดินทางกลับ นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า "มั่นใจ"

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...