โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรากฏการณ์ "มดล้มช้าง" ความพ่ายแพ้บ้านใหญ่บางบอน สะท้อนอะไร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 พ.ค. 2566 เวลา 19.47 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2566 เวลา 19.41 น.

จากผลการเลือกตั้งปี 2566 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการเมืองไทยได้เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังของฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มผลิดอกออกผลให้ผู้คนได้ชมเป็นขวัญตาแล้ว

สิ่งหนึ่งที่น่าพูดถึงและเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ในการเลือกตั้งปีนี้คือการแลนด์สไลด์กรุงเทพฯ ของพรรคก้าวไกลที่เอาชนะการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเกือบทั้งเมือง

ปรากฏการณ์ครองกรุงเทพฯ ของพรรคก้าวไกลสร้างความประหลาดใจให้แก่หลายคนพอสมควร

หนึ่งเขตการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ที่ดุเดือดคือเขตที่ 28 บางบอนเหนือ, จอมทอง-แขวงบางขุนเทียน, หนองแขม ซึ่งเป็นสนามการแข่งขันของนักการเมืองหน้าใหม่ ไอซ์-รักชนก ศรีนอก ตัวแทนพรรคก้าวไกล

และอีกสองบ้านใหญ่ย่านบางบอนคือ วัน อยู่บำรุง แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย และตระกูลม่วงศิริที่ส่ง วณิชชา ม่วงศิริ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์

ปรากฏว่าศึกการเลือกตั้งนี้จะจบลงตรงที่ชัยชนะเป็นของรักชนกที่คว้าคะแนนไปได้กว่า 4.7 หมื่นคะแนน ทิ้งห่างจากอดีต ส.ส.ปี 2562 วัน อยู่บำรุง ที่ได้คะแนนไป 2.6 หมื่นคะแนน

ศึกการเลือกตั้งครั้งนี้จึงนับว่าเป็นปรากฏการณ์ มดล้มช้าง ที่หน้าใหม่สามารถล้มบ้านใหญ่ทางการเมืองทั้ง 2 ตระกูลได้อย่างราบคาบ

ในฐานะคนบางบอนที่เกิดและเติบโตมากับการเมืองบางบอนมาเกือบ 30 ปี ผู้เขียนมองว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันของนักการเมืองต่างเจเนอเรชั่นเท่านั้น

แต่ยังสะท้อนให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างในมิติทางการเมือง

ทั้งการตีความบทบาทการเป็น ส.ส.จากคนต่างเจน

บทบาทความสำคัญของตระกูลทางการเมืองระดับท้องถิ่นภายในกรุงเทพฯ

กลยุทธ์การใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่แข่งขันทางการเมือง

และความพ่ายแพ้ของตระกูลทางการเมือง

ความพ่ายแพ้

ของบ้านใหญ่เขตบางบอน
สะท้อนอะไร

หากพูดถึงบ้านใหญ่เขตบางบอนเราคงต้องพูดถึงครอบครัวทางการเมือง 2 ตระกูลที่แข่งขันกันตลอดมาคือตระกูลม่วงศิริและตระกูลอยู่บำรุง

หากแนะนำโดยย่นย่อ ตระกูลม่วงศิริถือเป็นตระกูลนักการเมืองที่อยู่คู่ฝั่งธนฯ มานานหลายรุ่น นับตั้งแต่ราวปี 2522 ที่ ปลิว ม่วงศิริ จากพรรคประชากรไทยที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.

ข้อมูลจากวิกิพีเดียกล่าวว่า ม่วงศิริเป็นตระกูลทางการเมืองที่ได้รับการเลือกเป็น ส.ส.มากที่สุดของประเทศ ซึ่งมี ส.ส.ทั้งหมด 5 คนด้วยกัน ได้แก่ ปลิว, ประเสริฐ, สุวัฒน์, สากล และ สามารถ รวมถึงสนามการเลือกตั้ง ส.ก.ปี 2565 ณรงศักดิ์ ม่วงศิริ ก็สามารถคว้าชัยชนะตำแหน่ง ส.ก.ไปได้ สำหรับผู้เขียนแล้วไม่มีช่วงไหนในชีวิตเลยที่ครอบครัวม่วงศิริหายไปจากการเมืองฝั่งธนฯ (ยกเว้นตอนรัฐประหารปี 2557)

และในศึกการเลือกตั้งใหญ่ปีนี้พรรคประชาธิปัตย์ลงทุนส่งผู้สมัครจากครอบครัวม่วงศิริมาลงสนามฝั่งธนฯ พร้อมกันถึง 3 เขต (เขต 26 – สุวัฒน์, เขต 27 – สากล, เขต 28 – วณิชชา) แต่กลับคว้าน้ำเหลวไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียว

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ทั้งของพรรคประชาธิปัตย์และครอบครัวม่วงศิริอีกด้วย

นอกเหนือจากกระแสประชาชนไม่ต้องการรัฐบาล 3 ป.แล้ว ผู้เขียนมองว่าอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์บ้านม่วงศิริถูกมองในแง่ลบคือข่าวเฟกนิวส์ที่นำภาพคู่แข่งอย่างรักชนกไปบิดเบือนและเผยแพร่ลงกรุ๊ปไลน์ทีมม่วงศิริในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นไม่กี่วัน

การพลาดท่าของแชมป์เก่า

ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 หลายคนรู้จัก ส.ส.วันในแง่สีสันของสภา ความโด่งดังของวันนอกเหนือจากการเป็นทายาทรัฐมนตรี เฉลิม อยู่บำรุง วันยังสร้างพื้นที่สื่อของตนเอง ทั้งจากอภิปรายด่ารัฐบาลแบบจัดจ้าน การตั้งสโลแกน ‘ใจถึงพึ่งได้’ การมีช่องทางกรุ๊ปเฟซบุ๊กสื่อสารกับแฟนคลับ และการหมั่นไลฟ์พูดคุยกับลูกเพจหรือคนที่ติดตามเป็นเนืองนิตย์

รวมถึงกิจกรรมที่วันทำตามค่านิยมนักการเมืองรุ่นเก่าอย่างการเข้าหาชาวบ้านในพื้นที่ด้วยการไปเป็นประธานงานบวช งานแต่ง หรือการส่งพวงหรีดแสดงความเสียใจในงานศพ

ซึ่งการเข้าถึงประชาชนลักษณะนี้ของนักการเมืองถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมตระกูลการเมืองบ้านใหญ่อย่างชัดเจน

โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อธิบายถึงในรายการพอดแคสต์ นอกBangKOK ถึงกลไกที่ทำให้วัฒนธรรมตระกูลการเมืองแบบบ้านใหญ่ยังอยู่ในสังคมไทยไว้ดังนี้

“ตระกูลการเมืองทุกๆ จังหวัดจะเป็นผลผลิตของความบิดเบี้ยวของระบบรัฐราชการไทย โครงสร้างดังกล่าวมันลงตัวกับวิถีวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่น มันก็เลยทำให้เกิดคนที่เป็นที่พึ่งหวังของชุมชนนั้นได้ บางครั้งชาวบ้านจำนวนมากจำเป็นต้องพึ่งพาระบบราชการ ต้องพึ่งพากลไกของรัฐ แล้วปรากฏว่ากลไกของรัฐมันไม่ตอบสนองเขา

สอง-ปัญหาในทางเศรษฐกิจ บางครั้งชาวบ้านไม่มีเครดิต ไม่มีสลิปเงินเดือน เวลามีปัญหาทางเศรษฐกิจ 3,000-5,000-7,000 บาท พึ่งพาใครไม่ได้ ซึ่งโครงสร้างที่มันบิดเบี้ยวแบบนี้มันดูแลประชาชนไม่ได้ ประชาชนจึงจำเป็นต้องเบียดเสียดตัวเองเข้าหาโบรกเกอร์หรือว่าตัวกลางที่สามารถทำให้เขาเข้าถึงกลไกอำนาจบางอย่างของรัฐ และเข้าถึงการพึ่งพาในทางเศรษฐกิจ”

ถึงแม้ว่าวันจะเป็นขวัญใจชาวบ้านและชาวเน็ต แต่ข้อเสียเปรียบที่ทำให้เขาพ่ายต่อศึกการเลือกตั้งในครั้งนี้คือการเปลี่ยนเขตการเลือกตั้งใหม่ของ กกต. ที่เดิมเมื่อปี 2562 พื้นที่การเลือกตั้งของบางบอนมีเพียงเขตบางบอนและหนองแขมเท่านั้น

แต่ในปี 2566 เขตการเลือกตั้งบางบอนถูกแบ่งใหม่ให้ไปรวมบางส่วนของจอมทองและตัดแขวงบางบอนใต้ออกทำให้ฐานเสียงเดิมของวันมีน้อยลง

ชัยชนะของรักชนกสะท้อนอะไร

แม้ว่ารักชนกจะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ที่เพิ่งลงสนามการเลือกตั้งนี้เป็นครั้งแรก ทว่า เธอก็ไม่ได้เป็น Nobody ที่ไม่มีใครรู้จักเสียทีเดียว

ก่อนหน้าที่จะได้รับการทาบทามจากพรรคก้าวไกล รักชนกโด่งดังจากโลกโซเชียลในผู้ก่อตั้งห้องพูดคุยประเด็นทางการเมืองต่างๆ ในคลับเฮาส์ และเคลื่อนไหวทางการเมืองทวิตเตอร์

จุดแข็งหนึ่งของรักชนกที่ถือเป็นความสามารถโดดเด่นของเธอ คือการมีทักษะความเป็น Content Creator ที่ใช้กลยุทธ์หาเสียงผ่านวัฒนธรรมโซเชียลมีเดีย

เช่น การนำตัวเองไปเป็นมีมถือกระดาษเปล่าให้ชาวเน็ตมีส่วนร่วมเขียนข้อความอะไรก็ได้ลงไปจนเป็นที่รู้จัก

ซึ่งการใช้มีมเป็นเครื่องมือทางการเมืองก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นเหมือนมีมชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เดินถือถุงแกง (ที่ถึงแม้เจ้าตัวไม่ได้เป็นคนทำเองก็ตาม) เมื่อภาพกลายเป็นมีมและส่งต่อกันจนกลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล คนที่อยู่ในมีมถูกจดจำไปโดยปริยาย ก็นับว่าเป็นการโฆษณาแบบหนึ่งที่สร้างสรรค์ไม่น้อย

นอกเหนือจากการใช้มีมแล้ว ทักษะหนึ่งของรักชนกคือการทำคอนเทนต์เป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ เข้าใจง่ายผ่านติ๊กต็อก (https://www.tiktok.com/@nanaicez/video/7193993792465177882)

ที่สำคัญจากสถิติการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ มีผู้หญิงที่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ แบบแบ่งเขตมากถึง 83 คน โดย 39 จังหวัดจะมี ส.ส.หญิงอย่างน้อย 1 ราย และมี 38 จังหวัดที่ไม่มี ส.ส.หญิงเลย

และพรรคที่มี ส.ส.เขตเป็นผู้หญิงมากที่สุดคือพรรคก้าวไกล

บางบอนสำคัญอย่างไร

สำหรับกรุงเทพมหานคร
และประชากรแฝงและคนที่ถูกลืม

ถ้าพูดในแง่ตำแหน่งที่ตั้งบางบอนเป็นเขตที่มีถนนเอกชัยซึ่งเป็นเส้นทางที่ขนานคู่กับถนนพระรามสองมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนถนนบางบอน 1-5 เป็นเส้นทางที่สามารถทะลุออกไปเขตบางแคและภาษีเจริญได้

เมื่อพูดถึงพื้นเพของประชากร ส่วนมากประกอบไปด้วยชาวสวนที่อยู่มานานหลายชั่วอายุคน คนชนชั้นกลางตามหมู่บ้านจัดสรร เจ้าของโรงงานขนาดเล็ก

แต่ประชากรที่ผู้เขียนอยากพูดถึงเป็นพิเศษนอกคือ พลเมืองแฝง และ กลุ่มชนชั้นล่างที่ถูกหลงลืม

ตัวอย่างคนเหล่านี้คือใคร? หากคุณยังจำข่าวเหล่านี้ได้ นี่คือพวกเขา

ข่าวแก๊งวัยรุ่นบุกเข้าไปภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ขณะสอบ GAT-PAT เมื่อปี 2562

ข่าวแรงงานต่างด้าวติดเชื้อโควิด-19 จากแพกุ้งมหาชัย เมื่อปี 2563

ข่าวออง ซาน ซูจี เยี่ยมเยียนแรงงานพม่าที่ตลาดทะเลไทย เมื่อปี 2559

ประชากรแฝงเหล่านี้หลายคนที่มีตัวตนอยู่ที่บางบอนแต่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงในพื้นที่ บ้างก็เป็นคนบ้านนอกที่เข้ามาทำโรงงานขนาดเล็กหรือทำโรงงานในมหาชัย บ้างก็เป็นแรงงานต่างด้าวที่อาศัยรวมกันเป็นชุมชนบริเวณแยกบางบอน

ท้ายที่สุดผู้เขียนวาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า…

ในวันที่มดล้มช้างได้ เสียงของมดงานทุกตัวรวมกันจะสำคัญและดังกว่าเสียงของช้างในสภา เราปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลใหม่จะเห็นค่าและช่วยให้มดงานกลุ่มนี้มีสิทธิ์มีเสียง มีตัวตน และมีชีวิตไปในทิศทางที่ดีขึ้นเท่าที่มนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีพึงจะมีได้

อ้างอิง

– EP03 ทำไม ‘กำนันเป๊าะ’ ถึงเป็น ‘เจ้าพ่อ’ ในชลบุรี? – โอฬาร ถิ่นบางเตียว” รายการ นอกBangKOK จาก The Matter

– สถิติ ส.ส.หญิงแบบแบ่งเขต ; [2023] Women Electorate MPs – cities with WMP รวบรวมข้อมูลโดย เฌอทะเล สุวรรณพานิช

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1m15MuiLoxXJnKzrSJZNOj8kVA9562jmNQSidzV-bq1o/edit#gid=0

– ข้อมูลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...