TAG Heuer สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ด้วยฟังก์ชั่นแสดง NFT บนสมาร์ทวอทช์สุดหรู
เป็นก้าวสำคัญของผู้ผลิตนาฬิกาสวิส TAG Heuer อีกครั้ง เมื่อพวกเขาประกาศเปิดตัวฟังก์ชั่นใหม่ให้ผู้สวมใส่สมาร์ทวอทช์ TAG Heuer Connected Calibre E4 นำ NFT ของตัวเองมาแสดงบนหน้าปัดได้ โดยเชื่อมต่อกระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ Wallet เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ไม่มีสมาร์ทวอทช์พรีเมียมไหนเคยทำมาก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว TAG Heuer สร้างปรากฏการณ์ให้อุตสากรรมนาฬิกาสวิส ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ TAG Heuer Connected รุ่นแรกออกสู่ตลาด โดดเด่นด้วยดีไซน์ วัสดุ สีสัน และฟังก์ชั่นที่รันผ่านระบบปฏิบัติการของ Google เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใหม่ที่พวกเขาขยายตลาดเข้าไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัว ที่สำคัญทีมงานยังได้พัฒนาและออกแบบแอปพิลเคชั่นและหน้าปัดอันโดดเด่นเอง จึงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ TAG Heuer ที่หาไม่ได้จากที่ไหน
ปีนี้ TAG Heuer ยังผสานเอาความหรูหราของสมาร์ทวอทช์และเทคโนโลยีล้ำสมัยล่าสุดอย่าง NFT รวมไว้ด้วยกัน โดยฟีเจอร์ใหม่ใน TAG Heuer Connected Calibre E4 จะรองรับการแสดงสินทรัพย์ดิจิทัล NFT ทั้งไฟล์รูปภาพและที่เป็นภาพเคลื่อนไหวแบบไฟล์ GIF เพียงเราเชื่อมต่อกับ Wallet ผ่านสมาร์ทโฟน NFT ที่เราสะสมไว้จะปรากฏบนหน้าจออันคมชัด ด้วยการนำเสนอ 3 รูปแบบที่ได้รับการดีไซน์ภายใต้แนวคิดใหม่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งทำให้นาฬิกาของคุณแตกต่างจากคนอื่นอย่างชัดเจน
นอกจากนั้น TAG Heuer ยังให้ความสำคัญในการรักษาปลอดภัยขั้นสูง โดยร่วมมือกับ Ledger เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและแสดง NFT บน TAG Heuer Connected ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ฟังก์ชันใหม่นี้ยังรองรับ Metamask เพื่อผู้ใช้สามารถปรับขนาดภาพ ดังนั้นจึงทำงานได้ดีบนหน้าจอกลมของนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ Frédéric Arnault ซีอีโอของTAG Heuer กล่าวด้วยความภูมิใจว่า “ผมมีความสนใจใน NFT มากๆ และได้พบว่าคุณลักษณะของเทคโนโลยีนี้เข้ากับ TAG Heuer ได้อย่างลงตัว สมาร์ทวอทช์ของเราสามารถให้ผู้ใช้งานแสดง NFT ของตัวเองบนหน้าจอได้อย่างภาคภูมิใจ นอกจากนี้คุณยังรื่นรมย์ไปกับการใช้งานฟังก์ชั่นอันหลากหลายของเราได้ไม่รู้จบแน่นอน”
สำหรับสมาร์ทวอทช์TAG Heuer Connected Calibre E4 เป็นเจเนเรชั่นที่ 4 ของ TAG Heuer มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 2 ขนาด 45 มม. โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ต ขอบตัวเรือนเซรามิก เม็ดมะยมขนาดใหญ่ หน้าจอ OLED ขนาด 1.39 นิ้ว และแบตเตอร์รี่อึดกว่าเดิม 30% ส่วนรุ่นใหม่ตัวเรือนขนาด 42 มม. ขอบตัวเรือนเชื่อมต่อหน้าจออย่างเต็มพื้นที่ มาพร้อมความเพรียวบางรับข้อมือคนเอเชียได้ง่ายขึ้น หน้าจอ OLED ขนาด 1.28 นิ้ว หน้าจอทั้ง 2 รุ่นสามารถมองภาพในสภาพแสงจ้าหรือสว่างมากๆ ได้ดีขึ้น
สมาร์ทวอทช์หรูนี้ติดตั้งฟังก์ชั่นและแอปพลิเคชั่นรองรับทุกไลฟ์สไตล์ การออกกำลังกาย สุขภาพ และการใช้งานอันหลากหลาย ทั้งยังมีแอคเซสเซอรีหลากหลายให้มิกซ์แอนด์แมตช์ในสไตล์ของตัวเอง TAG Heuer เปิดตัวและโปรโมตอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการให้แบรนด์แอมบาสเดอร์ ทั้งนักแสดงเกาหลีใต้ชื่อดัง Wi Ha-Jun นักเทสนิสชาวญี่ปุ่น Naomi Osaka และนักกระโดดข้ามรั้วและนักวิ่งระยะสั้นชาวอเมริกัน Sydney McLaughlin สวมใส่ TAG Heuer Connected Calibre E4 ในมาดเท่ๆ ดูดี ซึ่งเราได้เห็นผ่านโฆษณากันไปบ้างแล้ว
Did You Know?
คนที่ยังไม่เข้าใจคำว่า NFT (non-fungible token) อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เป็นคำที่ใช้อธิบายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งมีการติดตามและพิสูจน์ความเป็นเจ้าโดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชน เช่น Ethereum เป็นต้น สำหรับเนื้อหาที่สามารถแสดงเป็น NFT ได้มีตั้งแต่ของสะสมดิจิทัล งานศิลปะ สิ่งของที่มีอยู่ในโลกเสมือนจริง ไปจนถึงการอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินทางกายภาพ เช่น รายการเสื้อผ้าหรืออสังหาริมทรัพย์ ก็ได้เช่นกัน คาดการณ์กันว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า NFT จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก
เรื่องโดย : Panya Lee.