โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวเล่าเหตุการณ์เรือคว่ำในทะเลตรัง โยนบาปให้ผู้ประสบเหตุ

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 พ.ค. 2567 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2567 เวลา 09.58 น. • The Bangkok Insight

สาวเล่าเหตุการณ์เรือคว่ำในทะเลตรัง การช่วยเหลือล่าช้าจนแม่สามีไม่รอด โยนบาปให้ผู้ประสบเหตุ ทุกคนเชื่อฟังคนขับเรือ แต่ไม่มีใครบังคับให้ใส่ชูชีพ

จากกรณีเรือนำเที่ยวล่มในทะเลตรัง ลอยคอ 14 ราย ดับ 1 ราย นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เล่านาทีระทึก เปิดอีกมุมโต้กลับการช่วยเหลือทางทะเลล่าช้ามาก ไม่มีหน่วยงานจากภาครัฐมาถึงที่เกิดเหตุ ใช้เวลาช่วยเหลือนานเกินกว่า 30 นาที ทั้งที่อยู่ห่างจากฝั่งแค่ 2 กิโลเมตร จนแม่สามีเสียชีวิต ลูกปอดติดเชื้อ พร้อมบอกว่าทุกคนบนเรือไม่ได้ถูกบังคับให้ใส่เสื้อชูชีพทั้งหมด ตามคำให้ข่าวของข้าราชการระดับสูงรายหนึ่ง

หญิง อายุ 40 ปี หนึ่งในนักท่องเที่ยว ที่ประสบอุบัติเหตุเรือหางยาวนำเที่ยวล่มในทะเลตรัง บริเวณร่องน้ำใกล้สะพานปากเมง พื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.ไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนทำให้นักท่องเที่ยว 11 คน คนเรืออีก 3 คน รวม 14 คนต้องลอยคอในทะเลและต้องพยายามเกาะเรือ เอาชีวิตรอด

ส่งผลทำให้แม่ของสามีของตน ซึ่งว่ายน้ำไม่เป็น และติดอยู่ใต้เรือ ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่วนลูกสาวของหญิงผู้รอดชีวิต วัย 11 ขวบ ยังคงต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตรัง ด้วยอาการปอดติดเชื้อ เนื่องจากติดอยู่ใต้ลำเรือที่คว่ำนานกว่า 30 นาที จนกว่าจะมีการช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุนายท้ายเรือบอกว่า เชือกคันโยงที่ใช้บังคับเรือขาด

หญิงผู้รอดชีวิตกล่าวว่า ตนมาท่องเที่ยวก่อนจะลูกๆ จะเปิดเทอม โดยมากันทั้งหมด 2 ครอบครัว ทั้งหมด 11 คน อีกครอบครัว 6 คน ครอบครัวตนมีตน สามี ลูก 2 คน และคุณแม่สามี รวม 5 คน จังหวะเกิดเหตุกำลังแล่นเรือกลับฝั่งกัน ตนเมาเรือก็เอนหลังในเรือแต่ไม่ได้หลับ ก่อนจะรู้สึกว่าเรือคว่ำทันทีในขณะที่กำลังแล่นอยู่ โดยไม่มีอะไรบอกเหตุ ไม่มีคำเตือนใดๆ ก่อนเลย ทุกคนตกอยู่ในน้ำ และถูกเรือที่คว่ำหงายท้องครอบอยู่

สามีคว้ามือตนได้ แล้วดึงออกมา จนเห็นแสงสว่าง และมุดออกมาได้ จึงมาเกาะเข้ากับขอบเรือ ตนจึงเห็นว่ามีคนหายไป 4 คน นอกนั้นลอยคอและเกาะเรือกันอยู่ ตนจึงตะโกนว่าลูกคนเล็กของตนอยู่ไหน แม่สามีอยู่ไหน และคนอื่นๆอยู่ไหน รวมที่หายตนนั้นเป็นคนสูงอายุ 3 คน เด็กคือลูกสาวของตนอีก 1 คนอายุ 11 ขวบ

ตนตกใจมากพยายามเรียกให้คนมาช่วย จนเด็กเรือซึ่งมือถือของเขายังใช้งานได้ โดยน่าจะโทรบอกเจ้าของเรือว่าเกิดเหตุขึ้น ก่อนที่เจ้าของเรือจะแล่นเรือมาที่เกิดเหตุ แต่ปรากฏว่าบนเรือไม่ได้มีอุปกรณ์อะไรเลย เช่น แว่นตาดำน้ำ เพราะเด็กเรือ 2 คนพยายามที่จะช่วยเหลือ 4 คนที่ติดอยู่ในเรือ

แต่เขาบอกว่ามองไม่เห็นใต้น้ำ ดำน้ำไม่ได้ เพราะไม่มีแว่นตากันน้ำ แต่เด็กเรือรู้ว่ามีคนติดอยู่ เพราะไปจับถูกมือของคนที่ติดในเรือได้ จนในจังหวะนั้นผู้สูงอายุ 1 ราย ซึ่งเป็นอีกครอบครัวหลุดออกมาจากเรือได้ เด็กเรือจึงกระชากขึ้นมาได้ ทำให้มีผู้ติดในเรืออยู่อีก 3 คน จนมีเรือหางยาวที่อยู่บริเวณนั้นแล่นเข้ามาที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่มีอุปกรณ์หรือแว่นตาดำน้ำเช่นกัน

ต่อมาตนก็ไม่รู้ว่าเจ้าของเรือโทรหาใคร แต่น่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ ตนก็พยายามตะโกนบอกคนที่อยู่บนเรือที่แล่นเข้ามาหาว่า ให้ช่วยคนที่ติดอยู่ในเรือ แต่ไม่มีใครเข้าไปช่วยคนที่ติดในเรือ 3 คนเลย ขณะนั้น ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ต่อมาแม่สามี ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต น่าจะหมดแรง ทำให้เด็กเรือนำออกมาได้ ก่อนจะนำมาไว้บนท้องเรือที่หงายอยู่ แต่ปรากฏว่าเด็กเรือก็ไม่ได้ช่วยปั๊มหัวใจ น่าจะซีพีอาร์ไม่เป็น ซึ่งแฟนตนก็ว่ายมาช่วยปั๊มหัวใจแม่ที่ไม่รู้สึกตัวแล้ว จนมีคุณลุงรายหนึ่ง ซึ่งมากับเรือหางยาวอีกลำเข้ามาช่วยด้วย ก่อนตนจะรีบบอกว่าทำไมไม่รีบพาแม่แฟนขึ้นฝั่งส่งโรงพยาบาล ก่อนที่เรือสปีดโบ๊ต 1 ลำจะช่วยแม่แฟนขึ้นฝั่ง แต่จังหวะนั้นอีก 2 คนยังติดอยู่ใต้เรือ

จนมีคนโทรหาหน่วยงานรัฐว่ามาหรือยัง ซึ่งการช่วยเหลือทั้งหมดใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งลูกตนกินน้ำทะเลเข้าไปเยอะจนปอดติดเชื้อ ก่อนจะถูกส่งตัวต่อมาที่ โรงพยาบาลตรัง จังหวะนั้นมีคนขับเรือ 1 คน เด็กเรือ 2 คน ซึ่งคนขับเรือก็มีอายุตอนเกิดเหตุเขาบอกว่า เขาหมดแรงช่วยไม่ไหว ก็ขึ้นไปอยู่บนเรือสปีดโบ๊ตที่เข้ามาช่วย แต่เด็กเรือทั้ง 2 คนซึ่งยังเป็นเด็กอายุ 10 กว่าปี ก็พยายามช่วยเต็มที่ ซึ่งเด็กเรือ 2 คน ก็บอกเราตลอดว่าถ้าเขามีแว่นตาดำน้ำเขาจะช่วยได้ดีกว่านี้

ตนก็เข้าใจว่าเขาไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้เช่นกัน ส่วนเรือลำดังกล่าวทราบว่าเพิ่งทำเสร็จมาได้ประมาณ 2 เดือน แต่สังเกตว่าโครงหลังคาซึ่งเป็นไม้หนามาก และหลังคาเป็นในลักษณะของปูนพลาสเตอร์ ซึ่งมันก็น่าจะมีน้ำหนักที่มากอยู่ ทั้งที่จริงๆ สมควรจะเป็นวัสดุที่เบา เช่น ผ้าใบ อาจจะเป็นผลทำให้เรือหนักจึงเกิดอุบัติเหตุด้วยหรือไม่

ส่วนประเด็นที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า นักท่องเที่ยวนั่งฝั่งเดียวกันจนทำให้เรือเอน บอกเลยว่าไม่เป็นความจริง ทุกคนจดจำตำแหน่งที่นั่งได้หมด และนั่งบาลานซ์กัน ก่อนหน้าจะเกิดเหตุมีคนไปนั่งที่ไม่บาลานซ์ คนเรือก็บอกให้ขยับเราก็ทำตาม ซึ่งไม่มีที่นักท่องเที่ยวคนไหนไม่เชื่อฟังคนเรือ เราเลยรู้สึกเสียใจจากคำให้ข่าวของข้าราชการรายหนึ่ง

เมื่อมาอ่านข่าว ว่าเกิดเหตุเพราะนักท่องเที่ยวไม่เชื่อฟังคนเรือ เพราะมันแทบจะไม่มีคำเตือนอะไรจากใครเลย ส่วนอีกประเด็นที่ให้ข่าวว่า ทุกคนสวมเสื้อชูชีพนั้น ตนบอกเลยว่าไม่ได้ใส่เสื้อชูชีพหมดทุกคน ตอนลงเรือที่หน้าถ้ำมรกตใส่กันหมดทุกคน เพราะต้องลงน้ำเข้าถ้ำ จนขึ้นกลับมาบนเรือด้วยความเหนื่อยบางคนก็ใส่ บางคนก็ไม่ใส่ ซึ่งทางคนเรือก็ไม่ได้เน้นเรือเสื้อชูชีพบังคับหรือกำชับใดๆเลยว่าต้องใส่ตลอดเวลา เพียงแค่เน้นเรืออุปกรณ์ดำน้ำถ้าหากทำหายต้องมีค่าปรับเท่าไร

“ถ้าทุกคนใส่เสื้อชูชีพกันจริงๆเหมือนให้ข่าวไปก่อนหน้า แล้วจะมีใครต้องเสียชีวิตแบบนี้ แต่ที่เสียชีวิตเพราะติดอยู่ใต้ท้องเรือนาน ต้องเกาะจนหมดแรง ตนเคยท่องเที่ยวนั่งเรือสปีดโบ๊ต จำได้ดีว่าจะถูกกำชับและบังคับว่าต้องใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลา เราก็ยอมรับว่าชะล่าใจเมื่อไม่ได้ถูกบังคับ

วันนี้อยากจะบอกว่าแพทย์ พยาบาล และคนที่ช่วยเหลือบนฝั่งทุกคนดูแลช่วยเหลือดีมาก จนมาเห็นคลิปข่าวรู้สึกเสียใจมากว่ามีคนให้ข่าวเกิดขึ้นเพราะนักท่องเที่ยวเป็นฝ่ายประมาท ไม่เชื่อฟังคนขับเรือ อย่าโยนตราบาปให้เรา ทั้งๆ ที่เราเป็นผู้สูญเสียทำเหมือนว่า เราเป็นฝ่ายประมาทเอง แต่คงจะเรียกร้องอะไรกลับมาไม่ได้แล้ว เพราะคนในครอบครัวเราเสียชีวิตไปแล้วประเมินค่าไม่ได้” หญิงผู้รอดชีวิต กล่าว

หญิงผู้รอดชีวิต กล่าวว่า ยอมรับว่ามีคนมาที่เกิดเหตุเร็วจริงๆ ซึ่งก็เป็นเรือท่องเที่ยว และเรือในละแวกนั้น แต่ไม่มีใครที่จะเข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ใต้เรือได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเรือจากหน่วยงานภาครัฐไม่ได้มีมาตั้งแต่ต้น มาถึงก็ตอนที่ทุกคนหลุดออกจากใต้เรือได้แล้ว

ซึ่งก่อนที่เราจะมาเที่ยวกันยอดจองที่พัก และเรือเต็มเกือบทุกที่ และนักท่องเที่ยวบนเกาะดานเต็ม เพราะเป็นวันหยุดยาว แต่ติดใจที่ว่าทำไมไม่มีทีมช่วยเหลือที่สแตนบายไว้ตลอดเวลา ทั้งที่นักท่องเที่ยวเยอะ ยกตัวอย่างเหมือนเกิดเหตุไฟไหม้ก็จะมีนักดับเพลิงมาอย่างรวดเร็ว แต่นี่กลับไม่มีหน่วยกู้ภัยทางน้ำ หรือน้ำประดาน้ำสแตนบายไว้เลยหรือ ทั้งๆที่จุดเกิดเหตุก็อยู่ห่างจากฝั่งแค่ประมาณ1-2 กิโลเมตร มองเห็นฝั่งอยู่ แต่ต้องใช้ระยะเวลาถึง30 นาที กว่าจะช่วยได้จากพลเมืองดี

ขอบคุณข้อมูล โหนกระแส

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...