โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวลำปางโพสต์คลิปหนุ่มหัวร้อน ฉุนเหตุเจ้าตัวขับรถไม่ชินทาง ปาดหน้าจอดดักต่อว่าเล่นโทรศัพท์

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 06 ก.ค. 2567 เวลา 17.06 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2567 เวลา 10.06 น. • Chiang Mai News

สาวลำปางโพสต์คลิปหนุ่มหัวร้อน ฉุนเหตุเจ้าตัวขับรถไม่ชินทาง ปาดหน้าจอดดักต่อว่าเล่นโทรศัพท์ตอนขับรถ เจ้าตัวโต้เปิด GPS ดูทาง แต่ถูกดึงกุญแจรถโยนทิ้ง ต่อหน้าลูก 6 ขวบ ล่าสุดเตรียมเข้าแจ้งความตำรวจ ยันแจ้งความดำเนินคดีคู่กรณี

คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวรายหนึ่งที่บนถนนสายสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี มุ่งหน้าไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ ที่หญิงสาวรายนี้ขับรถอยู่บนเส้นทางแล้วเกิดมีปัญหากับคนขับรถชายคนหนึ่ง ก่อนที่ชายคนนี้จะขับรถแซงขึ้นมาจอดข้างหน้าแล้วลงรถมาต่อว่าหญิงสาวคนนี้ แถมยังดึงกุญแจรถอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วโยนกุญแจรถทิ้งข้างทาง ก่อนจะเดินขึ้นรถตัวเองขับออกไป สร้างความตกใจและทำให้ตนต้องไปตามหากุญแจข้างทางเอง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.30 น. ของวันที่ 3 ก.ค.67 ที่ผ่านมา

ขณะที่ต่อมา ทางเจ้าของคลิปวิดีโอ ได้นำคลิปเหตุการณ์นี้มาโพสต์ลงในโลกโซเชียล พร้อมระบุว่า “เคยเจอแต่ในข่าว ไม่เคยเจอกับตัวเอง เรื่องเกิดขึ้นจาก เราเปิด กูลเกิลแมป Gps จะเดินทางจากลำปางไปศาลจังหวัดเชียงใหม่คะ เราขับรถมากับลูกชาย ละพี่สาวนั่งด้านหลัง คือจังหวะขับขึ้นบนสะพาน เราขับรถอยุ่เลนขวาซึ่งอาจจะขับช้า เขาขัขจี้ตูดเรา และพยายามกดแตรไล่ ซึ่งเราพยายามจะขับเข้าเลนซ้ายแล้วแต่จังหวะนั้น รถเยอะมากค่ะ ไม่สามารถตบเข้าเลนซ้ายได้ แต่พอเราหลบเข้าเลนซ้าย เขาแซง จังหวะนั้นเรากะกดแตร 2 ครั้ง เพื่อที่จะบอกว่าขอโทษจังหวะนั้นก็ยอมรับว่าเรากะโกรธจะรีบอะไรขนาดนั้น เราเลยยกมือถือขึ้น มาอัดคลิปไว้เพราะรถมันก็เยอะด้วยและเรามากับเด็ก เขากับจอดรถปาดหน้า ซึ่งรถด้านหลังเกือบจะชนรถเรา จากนั้นเขาลงมาต่อว่าเรา ลูกตกใจมาก เขายื่นมือเข้ามาคว้ากุญแจรถและโยนทิ้งเข้าป่าข้างทาง และต่อว่าเราว่าเราเล่นโทรศัพท์ เราสามารถยืนยันได้ให้ลูกเป็นพยานเพราะลูกเป็นคนถือโทรศัพท์ให้เราคะตอนเปิด แมป gps ก่อนที่เราจะคว้ามาอัดคลิปไว้“

”ตอนนี้ลูกเราก็ยังผวา และหวาดกลัวกับสิ่งที่บุคคลดังกล่าวกระทำ และถ้าหากมีรถชนท้ายเราเพราะเป็นช่วงลงสะพานคุณจะทำยังไง คุณคิดว่าคุณมีอารมณ์โมโหแต่ไม่ห่วงเพื่อนร่วมทาง สุดท้ายแล้วเราคิดอยู่ว่าจะแจ้งความดีไหม เพราะตอนนี้ลูกกลาบเป็นคนตกใจมาก เเละยังคงหงอยกับเหตการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่“

โดยโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงการกระทำของชายคู่กรณีในคลิปวิดีโอ ที่ต่อว่าการกระที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก และขอให้ชายคนดังกล่าวออกมารับผิดชอบ รวมไปถึงบอกให้ทางหญิงสวเจ้าของคลิปไปแจ้งความดำเนินคดีกับชายคู่กรณีคนนี้ด้วย

ขณะที่ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปหาหญิงสาวเจ้าของคลิปนี้ทราบชื่อคือ นางสาวพิสรินธันญ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาว จ.ลำปาง ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันเกิดเหตุได้ขับรถมากับลูกชายอายุ 6 ขวบ และพี่สาว โดยตนเป็นคนขับมีลูกชายนั่งด้านข้างเบาะหน้า และพี่สาวนั่งเบาะหลัง ซึ่งได้เดินทางมาจากจังหวัดลำปางเพื่อมาทำธุระที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ และได้ขับรถมาตามเส้นทางดังกล่าวแต่ด้วยความที่ไม่ชินทางจึงได้เปิด GPS เพื่อดูเส้นทางไปยังศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยระหว่างนั้นได้ขับมาถึงบริเวณสะพานที่มีทางเบี่ยงออกด้านซ้าย ต้นและคนในรถจึงสับสนว่าจะต้องขับเบี่ยงออกด้านซ้ายหรือมุ่งหน้าขึ้นสะพาน แต่ระหว่างนั้นได้มีรถยนต์คู่กรณีขับตามท้ายมา แล้วได้บีบแตรใส่ทำให้ตนขับเบี่ยงเพื่อให้รถคันดังกล่าวแซงขึ้นมา ด้วยความที่ตนมีอารมณ์จึงได้บีบแตรใส่รถคู่กรณีไป 2 ครั้ง

แต่แล้วจู่ ๆ รถคู่กรณีก็ได้ขับปาดมาจอดข้างหน้าก่อนที่จะมีชายคนขับ คาดว่าอายุน่าจะประมาณ 40 ปี ลงรถมา พร้อมกับต่อว่าตนอย่างแรงว่าตนขับรถเล่นโทรศัพท์ ซึ่งตนก็เปิดกระจกรถพร้อมกับใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิป และโต้แย้งไปว่าไม่ได้ขับรถเล่นโทรศัพท์ แต่เปิด GPS เพื่อดูเส้นทาง แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่ฟังพร้อมกับพุ่งเข้ามาเอามือบิดกุญแจรถของตนแล้วดึงออกไปพร้อมกับตะคอกด่าว่า “ไม่ต้องอัดมันแล้ว และไม่ต้องไป“ ก่อนที่จะโยนกุญแจรถทิ้งข้างทางแล้วเดินขึ้นรถขับไปในที่สุด

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ลูกชายของตนที่นั่งมาด้วยถึงกับตกใจและพี่สาวที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่จะตั้งสติได้แล้วพากันลงรถไปหากุญแจที่ชายคนดังกล่าวโยนทิ้ง ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบ 10 นาทีจึงค้นหาเจอ ขณะที่หลังเกิดเหตุในวันดังกล่าว ตนต้องรีบไปทำธุระทำให้ไม่มีเวลาเดินทางเข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่จะเดินทางกลับจังหวัดลำปาง และต่อมาได้นำคลิปวิดีโอมาโพสต์ในโซเชียลพร้อมกับหารือกับพี่สาวและครอบครัวซึ่งตกลงว่าจะเดินทางเข้าแจ้งความที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง

นางสาวพิสรินธันญ์ (สงวนนามสกุล) บอกด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ตนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตนเองและลูกชายอายุ 6 ขวบ รวมไปถึงพี่สาว โดยหลังเกิดเหตุการณ์ลูกชายก็ยังตกใจและถามว่าชายคนดังกล่าวทำไมกระทำแบบนี้ ซึ่งตนก็ต้องพยายามอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ลูกชายเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามชายคู่กรณีก็ไม่ควรแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการในลักษณะเช่นนี้ที่เป็นการสร้างความเดือดร้อนและสร้างความตกใจให้กับคนอื่น พร้อมทั้งอยากฝากถึงคู่กรณีว่าไม่ควรใจร้อนและ ไปก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้กับใครอีก โดยตนยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...