โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Life Science โอกาสใหม่ธุรกิจสุขภาพ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2567 เวลา 23.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

การเปลี่ยนแปลงทั้งวิถีทางสังคม เศรษฐกิจ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและระบบสาธารณสุข กลายเป็นปัจจัยให้“กระแสสุขภาพ” เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและกว้างขวาง นั่นจึงนำไปสู่โอกาสของ “ธุรกิจด้านสุขภาพ”ที่เสมือนเป็นBlue Ocean ที่หลายบริษัทกำลังแสวงหาโอกาสและช่วงชิงพื้นที่บนน่านน้ำทะเลสีครามแห่งนี้

จนนำไปสู่การพัฒนาการทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต จนทำให้เกิด Life Science(ชีววิทยาศาสตร์) หรือความรู้ด้านชีววิทยาศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและต่อยอดสู่ธุรกิจด้านสุขภาพ อาทิ เวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การให้บริการทางสาธารณสุข การสร้างเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเพื่อการผลิตยาแผนโบราณ อาหารเสริม และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบเดิมที่มีเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่

ในแง่ภาครัฐมีการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (Thailand Center of Excellence for Life Sciences (Public Company) หรือ TCELS อยู่ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนเกี่ยวกับศาสตร์ด้านชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ เวชศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยา ออกมาเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม (Industrial Biotechnology) การเกษตร (Agro Biotechnology) และด้านการแพทย์ (Medical Biotechnology) เพื่อเป็นเทคโนโลยีชีวภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตยุคใหม่

สำหรับภาคเอกชนแล้ว Life Scienceคือธุรกิจ New S Curveหรือการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าและเทคโนโลยี เพื่อสร้างการเติบโตใหม่จากธุรกิจดั้งเดิม ยกตัวอย่างกรณีบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGCมีการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพ (Life Science Research & Technology Center) โดยมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างการเติบโตและศักยภาพการแข่งขันแก่ธุรกิจกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของโอลีโอเคมี ที่ใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อการดูแลสุขอนามัย และสุขภาพ (Home & Personal Care)

ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTTมีการจัดตั้ง“บริษัท อินโนบิก แอลแอล โฮลดิ้ง จำกัด” เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับการลงทุนในธุรกิจยาในต่างประเทศ ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อการรุกเข้าสู่ ธุรกิจ Life Scienceที่ถือเป็นธุรกิจ New S Curve ตามกลยุทธ์การลงทุน New business มีการดึงตัวบุคลากรผู้เชี่ยวชาญคนไทย ในอุตสาหกรรมยา และ Nutrition หรือโภชนาการจากบริษัทชั้นนำของโลก เข้ามาร่วมงาน ที่จะเริ่มขับเคลื่อนธุรกิจอย่างจริงจังและชัดเจนช่วงปี 2564

สำหรับเป้าหมายธุรกิจ Life Science มุ่งเน้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยา โภชนาการและวัสดุทางการแพทย์ ที่ถูกวางเป็น Product Champion ตัวใหม่ ที่สร้างรายได้และการเติบโตให้กลุ่มปตท.อย่างมีนัยสำคัญช่วง 10 ปีข้างหน้า เริ่มจาก 1-5 ปีแรก เน้นการทำธุรกิจที่เน้นการสร้างเครือข่ายด้านการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย และการขายร่วมกับพันธมิตร, การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ยา ที่เรียกว่า Generic Drugsกลุ่มยาสามัญที่ใกล้หมดสิทธิบัตรคุ้มครองในโรคที่ไม่ติดต่อ อาทิ โรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน พาร์คินสัน เพื่อขึ้นทะเบียนยาและจัดจำหน่าย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการหรืออาหาร ที่มีสรรพคุณเป็นยา รวมทั้งวัสดุทางการแพทย์ ที่มีรากฐานต่อยอดจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เครือปตท.มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เช่น ถุงมือแพทย์ หน้ากากอนามัย และอื่น ๆ

ส่วนช่วง 5-10 ปีข้างหน้า เป็นการตั้งโรงงานผลิตยา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ที่สามารถแข่งขันกับยานำเข้า ที่มีราคาแพง โดยปตท.มีการลงนามสัญญาร่วมพัฒนาโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม เป้าหมายเพื่อทดแทนการนำเข้าและส่งออกสู่ตลาดภูมิภาคต่อไป

ข้อมูลจาก Janus Henderson Global Life Sciences Fund ระบุว่า สถิติ“โรคมะเร็ง”ที่มีการใช้จ่ายรวมทั้งโลก 1.16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี “โรคหัวใจและหลอดเลือด” มีการใช้จ่ายรวมทั้งโลก 8.63 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี “โรคเบาหวาน”มีการใช้จ่ายรวมทั้งโลก 8.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

จึงเพียงพอจะสรุปได้ว่า Life Science คือ New S Curve ของธุรกิจสุขภาพในอนาคตนั่นเอง..!!

สุภชัย ปกป้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...