โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แม่ทองสุกฟันธง ! ราคาทองปี 67 เตรียมทำระดับนิวไฮต่อเนื่อง ชี้มีโอกาสได้เห็น 40,000 บาท

Wealthy Thai

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2566 เวลา 06.31 น.

ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะโดดเด่นและน่าลงทุนในปี 2567 จากปัจจัยบวกมากมาย ทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนตัว ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ช่วยหนุนราคาทองคำให้เป็นขาขึ้นชัดเจน และมีโอกาสทำนิวไฮใหม่ในปีหน้า
โดยรายละเอียดของราคาทองคำในปี 2567 จะเป็นอย่างไร น่าสนใจลงทุนแค่ไหน และกลยุทธ์การลงทุนควรทำอย่างไร Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงไปยัง “แม่ทองสุก” หนึ่งในผู้ค้าทองรายใหญ่ของไทยเพื่อหาคำตอบให้แล้ว
นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก เปิดเผยว่า ในปี 2567 น่าจะเป็นปีทองสำหรับทองคำเมื่อเทียบกับปี 2566 ที่กำลังจะหมดไป
เพราะปีนี้ราคาทองคำถูกกดจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จากระดับ 4.25% มาที่ 5.5% หรือปรับขึ้นประมาณ 1% ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ปีหน้าเฟดมีนโยบายที่จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าจะลดประมาณ 3 ครั้งหรือมากกว่านั้น เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนับเป็นประเด็นบวกต่อทองคำค่อนข้างมาก
ประเด็นรองลงมาเกี่ยวกับตัวเลขการเงินต่างๆ ที่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) จะปรับลงตาม ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่น โดยทั้งสองประเด็นดังกล่าวข้างต้นจะนำไปสู่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งเราจะทราบกันว่าเมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำจะดีดขึ้น
นอกจากนี้ในปี 67 จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทำให้ต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ดัชนีดาวโจนส์เป็นบวก ไม่อย่างนั้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีอาจลำบาก
รวมไปถึงการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐระยะกลางจะครบกำหนดจำนวนมาก หมายความว่าโอกาสที่จะเกิดภาวะเงินตึงตัว หรือโอกาสที่จะเกิดภาวะที่สหรัฐฯ ดิ้นรนในการหาเงินเพื่ออุดงบดุลที่ติดลบค่อนข้างสูง ดังนั้นจากปัจจัยที่กล่าวมาจะเป็นประเด็นที่เกื้อหนุนราคาทองคำในปี 2567ทำให้ราคาทองคำเป็นเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน

ลุ้นราคาทองคำทำนิวไฮใหม่

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน มองราคาทองคำโลกในปี 2567 มีโอกาสปรับขึ้นทะลุนิวไฮเดิมในปีนี้ เพราะปี 2566 ในภาวะที่เป็นมีปัจจัยลบกดดันราคาทองคำอย่างมาก แต่ราคาทองคำในตลาดโลกยังสามารถปรับตัวขึ้นมาได้ 11% ดังนั้นในปีหน้าซึ่งมีปัจจัยบวกจำนวนมาก จึงมองว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 11% หรือคิดเป็นจำนวนราว 220 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ราคาทองคำขึ้นไปแตะระดับประมาณ 2,300ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ มองปัจจุบันเป็นช่วงต้นของราคาทองคำที่ดีดกลับขึ้นมา ประเมินราคาทองคำในตลาดโลกบริเวณ 2,050-2,060 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นบริเวณที่สามารถเก็บสะสมได้
ส่วนราคาทองคำไทย มองราคาทองคำไทยในปี 2567 มีโอกาสจะปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 13% เช่นกัน หรือประมาณ 5,000 บาทต่อบาททองคำ ทำให้มีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำไทยแตะที่ระดับ 38,000-40,000 บาทต่อบาททองคำ ทำนิวไฮใหม่ จากปีนี้ที่ปรับขึ้นไปแล้ว 13% แม้มีปัจจัยกดดันต่อเนื่อง โดยประเมินบริเวณ 33,500-33,700 บาทต่อบาททองคำ น่าจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม และมองบริเวณ 34,000 – 34,500 บาทต่อบาททองคำ เป็นเป้าหมายในการขายทำกำไร
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม หากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐกลับมาสูงขึ้น ส่งผลให้เฟดกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐปรับตัวดีขึ้น ไม่แย่เหมือนที่หลายคนคาดหวัง ก็อาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า นับเป็นกดดันต่อราคาทองคำ ซึ่งทั้งสองประเด็นเป็นเรื่องที่นักลงทุนจะต้องติดตามต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่ Outperform ในปี 2567 จากการศึกษาของเราย้อนกลับไปยัง Cycle การลดดอกเบี้ยของเฟด 3 รอบหลังสุดตั้งแต่ปี 2543 พบว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปรับตัวโดดเด่นมากที่สุด โดยในช่วงแรกมีการปรับตัวสูงขึ้นผกผันไปกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่มีทิศทางอ่อนค่า
ส่วนในช่วงถัดไปหลังจากนั้น ยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้อีก แม้เงินดอลลาร์สหรัฐ จะเริ่มแข็งค่าขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาด้งกล่าวมักจะมีเหตุการณ์วิกฤติบางอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติ Dot-com bubbleใน ปี 2544 วิกฤติ Lehman ในปี 2551 และวิกฤติ Covid ในปี 2563 ซึ่งกลายมาเป็นปัจจัยที่ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยและทองคำก็ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์นั้นด้วย โดยหาจังหวะเข้าซื้อในช่วงไตรมาสแรกของปี 22567 ที่เฟดจะยังไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยใดๆ เกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...