โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปีแห่ง “Shoppertainment” ดันตลาดอีคอมเมิร์ซทะลุล้านล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 06.59 น.

เข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2568 อุตสาหกรรม “อีคอมเมิร์ซ” ในฐานะธุรกิจดาวรุ่ง และแกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยยังคงมีหลายสิ่งน่าจับตา ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าตลาดที่โตต่อเนื่องทุกปี สะท้อนผ่านรายงาน “e-Conomy SEA 2024” ของ Google, Temasek และ Bain & Company ที่ระบุว่า มูลค่าสินค้ารวมภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยปี 2567 อยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (8.8 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 19% และมีโอกาสที่จะทะลุ 1 ล้านล้านบาท ถ้าในปี 2568 เติบโตในอัตราที่ใกล้เคียงเดิม

รวมถึงเทรนด์ “Shoppertainment” หรือการซื้อสินค้าผ่านการรับชมคอนเทนต์ความบันเทิง ทั้งจากไลฟ์ (Live Commerce) และการติดตะกร้าบนวิดีโอสั้น (Affiliate Marketing) ที่จุดติดมาแล้วประมาณ 2 ปี กำลังจะเป็นกระแสหลักในปี 2568 ที่ผู้ประกอบการไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป

ไลฟ์คอมเมิร์ซโตต่อ

“กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ” นายกสมาคมผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยปี 2567 น่าจะมีส่วนแบ่งยอดขายจากไลฟ์คอมเมิร์ซประมาณ 30% ขยับขึ้นจากปี 2566 ซึ่งมีส่วนแบ่ง 15-20%

สอดคล้องกับภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ปี 2567 ไลฟ์คอมเมิร์ซน่าจะมีส่วนแบ่งอยู่ราว 40% เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ 20-30% แนวโน้มที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าไลฟ์คอมเมิร์ซกำลังเป็น “Game Changer” ของอุตสาหกรรม

“อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของไทยมีหลายส่วนที่โตล้อไปกับจีน ซึ่งปัจจุบันอีคอมเมิร์ซจีนมีส่วนแบ่งจากไลฟ์คอมเมิร์ซประมาณ 70% จึงเชื่อว่าไลฟ์คอมเมิร์ซในไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ทั้งจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาซื้อของผ่านไลฟ์มากขึ้น และจำนวนของผู้ขายหรือครีเอเตอร์ที่ไลฟ์ขายสินค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

เชื่อมฐานแฟนด้อมหนุนรายได้

ปกติ “ผู้ขาย” (Seller) ที่ขายสินค้าผ่านไลฟ์จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.แบรนด์ที่ไลฟ์ขายสินค้าเอง และ 2.KOLs ที่นำสินค้าของคนอื่นมาไลฟ์ขาย ซึ่งปัจจุบันกลุ่มที่ 2 มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีหลายคนที่ขึ้นแท่น “นักไลฟ์มือทอง” สร้างยอดขายจากการไลฟ์มูลค่ามหาศาล เช่น ตี๋โอ-วุฒิพงษ์ ลิขิตชีวัน เจ้าของเพจ “อาตี๋ รีวิว” ที่โด่งดังจากการสร้างยอดขายสินค้าผ่านไลฟ์ช่วงแคมเปญ 9.9 ปี 2566 กว่า 22 ล้านบาท เป็นต้น

สำหรับปี 2568 “กุลธิรัตน์” มองว่า ผู้ขายหรือครีเอเตอร์จะเชื่อมโยงกับฐานแฟนคลับมากขึ้น จนเกิดเป็นวัฒนธรรม “แฟนด้อม” และการแสดงพลังสนับสนุนคนที่ชื่นชอบผ่าน “Gifting” หรือการโดเนตของขวัญต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

“จริง ๆ เรื่องการส่งของขวัญให้ครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบมีในไทยมาพักใหญ่ ๆ แล้ว อาจไม่โตเท่าในญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ แต่เชื่อว่าปี 2568 ภาพน่าจะชัดเจนขึ้น เพราะเราอยู่ในยุคของการมีบุคคลในดวงใจ ต้องสนับสนุนให้คนที่ชื่นชอบเติบโต สิ่งนี้น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ของครีเอเตอร์อีกทาง นอกจากการทำ Affiliate หรือไลฟ์ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว”

YouTube เข้าร่วมสมรภูมิ

อีกมูฟเมนต์ที่เกิดขึ้นในปี 2567 และน่าจะส่งผลอย่างมากกับตลาดอีคอมเมิร์ซในปี 2568 คือการเปิดตัวโปรแกรม “YouTube Shopping” ที่ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากการติดตะกร้าสินค้าที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มพาร์ตเนอร์ในวิดีโอของตนเอง โดยในไทย YouTube สร้างความร่วมมือกับ Shopee และเริ่มให้บริการช่วงปลายเดือน ต.ค. 2567 พร้อมดึงดูดใจเหล่าครีเอเตอร์ด้วยการไม่หักส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นในช่วง 6 เดือนแรก

สำหรับครีเอเตอร์ที่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้จะต้องอยู่ในกลุ่มของ YouTube Partner Program (YPP) หรือกลุ่มที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการโฆษณาบน YouTube ซึ่งมีการกำหนดคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ต้องมียอดผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คน และต้องไม่ใช่ช่องที่สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับเพลง หรือดนตรี เพราะมีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ และข้อกำหนดในการใช้แพลตฟอร์ม

ก่อนที่ YouTube จะให้บริการโปรแกรมนี้อย่างเป็นทางการ ได้มีครีเอเตอร์ลองขายสินค้าผ่านโปรแกรมนี้แล้วหลายคน เช่น ingck (อิ๊ง-ชยธร กิติยาดิศัย) ยูทูบเบอร์สายบิวตี้ และเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ INGU ที่มีผู้ติดตามช่องกว่า 7.5 แสนคน สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นหลังจากเข้าร่วมโปรแกรมเดือนแรกมากกว่า 115%

จับตาศึก Affiliate

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นก้าวใหม่จาก YouTube ที่เขย่าวงการโซเชียลคอมเมิร์ซอยู่ไม่น้อย และทำให้หลายฝ่ายจับตาศึกการทำ Affiliate Marketing กับอีกค่ายที่โดดเด่นเรื่องนี้มาก ๆ อย่าง “TikTok”

“กุลธิรัตน์” มองว่า ความร่วมมือระหว่าง YouTube และ Shopee สะท้อนว่าเป็นยุคของ “Partnership” หรือการนำจุดแข็งของทั้งคู่มาสร้างซินเนอร์ยี่ระหว่างกัน โดย Shopee มีกลุ่มผู้ขาย ส่วน YouTube มีฐานคนดูจำนวนมาก และยังทำให้มีช่องทางในการขายสินค้าเพิ่มขึ้น เป็นการส่งเสริมการแข่งขัน ส่งผลดีกับทั้งผู้ขายและผู้บริโภค

สำหรับ TikTok มองว่าเป็น “น้องใหม่มาแรง” ในตลาดอีคอมเมิร์ซ และน่าจะโตแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพราะ TikTok มีจุดแข็งเรื่องการออกแบบประสบการณ์ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ มีการทำธุรกรรมที่คล่องตัว สามารถซื้อสินค้าได้สะดวกและรวดเร็ว จนเกิดการซื้อซ้ำอยู่เรื่อย ๆ

“ความสะดวกในการใช้งาน TikTok ทำให้แพลตฟอร์มสามารถดึงกลุ่มผู้ใช้หน้าใหม่ และสร้างฐานผู้ใช้ Gen Z และ Millennials จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว”

TikTok หนุนแบรนด์โต

“กรณิการ์ นิวัติศัยวงศ์” Head of FMCG, E-Commerce TikTok Shop ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2567 มีร้านค้าและแบรนด์ไทยจำนวนมากแจ้งเกิดบน TikTok Shop พร้อมสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดผ่านการประยุกต์ใช้เครื่องมือทางการตลาด และเข้าร่วมแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดขายที่โตถึง 8 เท่า และยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น 7.8 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2566

ส่วนช่วงแคมเปญ “TikTok Shop 12.12 ลดใหญ่ท้ายปี” ยังพบว่ายอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 300% และยอดขายจากการไลฟ์ติดตะกร้าตั้งแต่ชั่วโมงแรกของแคมเปญโต 3.8 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ส่วนครีเอเตอร์กวาดรายได้เพิ่มโดยรวม 4.8 เท่า และครีเอเตอร์กว่า 5,000 ราย สามารถเพิ่มยอดขายได้ถึง 2 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย รวมถึงการสนับสนุนจากคอมมิวนิตี้และครีเอเตอร์ที่ทำให้เกิดกระแสไวรัลและการค้นพบสินค้าใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มมากขึ้น

“ปัจจัยที่ช่วยให้ร้านค้าและแบรนด์ไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาก ๆ คือเทรนด์ของ Shoppertainment หรือการไถฟีดกดของลงตะกร้า กลายเป็นวิถีการช็อปของผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงการซื้อสินค้าผ่านไลฟ์ติดตะกร้าก็ยังได้รับความนิยมมากขึ้น เห็นได้จากยอดรับชมไลฟ์ช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. 2567 ที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า”

นอกจากนี้ TikTok ยังได้ทำการสรุปภาพรวมของปี 2567 ผ่านแคมเปญ “Year on TikTok 2024” โดยพบว่าโซลูชั่นการตลาดแบบครบวงจร (Full-Funnel Marketing) ของ TikTok ได้ทำให้หลายแบรนด์ประสบความสำเร็จในการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มมาก อย่างเช่น

Mizumi แบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทย ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร เพื่อเปิดตัว UV Jelly Aqua Fresh Sunscreen ในแคมเปญ 7.7 โดยมียอดสั่งซื้อกว่า 10,000 ออร์เดอร์ ในเวลา 3 วัน รวมถึงยอดขายยังเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับแคมเปญ 6.6 ภายใต้งบประมาณที่ใช้เท่าเดิม

Gala Camille แบรนด์ลิปสติกที่ไวรัลบนโลกออนไลน์ ใช้กลยุทธ์การเข้าถึงคอมมิวนิตี้ความงามและใช้ประโยชน์จากเทรนด์บิวตี้บน TikTok เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ พร้อมนำเสนอลิปสติกที่มีเฉดสีเป็นเอกลักษณ์ด้วยกลยุทธ์ 50:50 จนสามารถขายลิปสติกแท่งเขียวที่เป็นสินค้าดังได้ 50,000 ชิ้น ภายในเวลา 7 วัน

ATIPA Shop แบรนด์แฟชั่นที่กระตุ้นยอดขายและขยายฐานลูกค้าผ่านไลฟ์สตรีม ทำให้เมื่อปี 2565 ATIPA Shop บรรลุเป้ายอดขาย 1 ล้านบาท เป็นครั้งแรกภายในเวลา 2 ชั่วโมง และสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขาย 5 ล้านบาท จากการไลฟ์ภายในวันเดียวในแคมเปญ 6.6 ปี 2567

ความสำเร็จของแบรนด์ที่ปรับกลยุทธ์มาขายสินค้าผ่านไลฟ์ และการทำ Affiliate Marketing เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า เทรนด์ Shoppertainment จะผลักดันให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซเติบโตมากขึ้น และยังทำให้แวดวงที่เกี่ยวข้องอย่างอุตสาหกรรม “ครีเอเตอร์” พลอยเติบโตตามไปด้วย จนกลายเป็นอีกเทรนด์ที่น่าจับตาไม่แพ้กัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปีแห่ง “Shoppertainment” ดันตลาดอีคอมเมิร์ซทะลุล้านล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...