“ลีน่าจัง” ลั่น ไม่ขอร่วมงาน “แพรรี่” หลังศาลยกฟ้องคดี
เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับกรณีที่พิธีกรฝีปากกล้า “ลีน่าจัง” ดึงวิกผมของพิธีกรคนดัง “แพรรี่ ไพรวัลย์” กลางรายการหนึ่ง จนเกิดเหตุฟ้องร้องกันเกิดขึ้น นั้น
ล่าสุด (6 ก.ย. 67) มีรายงานว่า ศาลได้ยกฟ้อง เนื่อจากเมื่อฟังข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง
โดย ลีน่าจัง ได้เปิดใจครั้งแรกกัยสำนักข่าวอมรินทร์ หลังศาลยกฟ้อง ว่า เพิ่งได้ไปศาลมาสดๆร้อนร้อนเมื่อเมื่อเช้านี้เลยในคดีที่ทาง"แพรรี่ ไพรวัลย์" ในคดีที่ทำให้เดือดร้อน จากการกระชากวิก แต่ทางศาลได้ยกฟ้องเพราะว่าทางโจทก์ ได้เอาโปรดิวเซอร์รายการดัง ที่ได้เชิญตนไปออก ได้ค่าตัวมาเพียงแค่ 10,000 เดียว แต่กลับโดนคดีซึ่งทางศาลได้พิจารณาว่าทางโจทก์ได้เอาโปรดิวเซอร์รายการมาเบิกความซึ่งไม่ได้ มีผลประโยชน์ใด ๆ กับตัวเขา และไม่เคยมีปัญหาอะไรกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่คำเบิกความเป็นประโยชน์ว่าในขณะที่ถ่าย เป็นรายการที่บันทึกเทป ที่จะไปตัดต่อและออกในวันถัดไป แต่เหตุการณ์ที่กระชากวิกมันเป็นเหตุการณ์ที่หลังจากการถ่ายทำแล้ว และเป็นการหยอกล้อเล่นกัน มีการหัวเราะกันสนุกสนาน ซึ่งเวลาตนกับทางแพรรี่ เวลาเจอกันก็จะล้อเล่นกันตลอดเป็นปกติ เลยไม่มีความผิดในคดีอาญา ศาลเลยยกฟ้อง ส่วนที่เรียกค่าเสียหาย 1,000,000 บาท ศาลก็ให้พับคดีไม่ต้องชดใช้ค่าละเมิด
เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังที่ศาลยกฟ้อง ลีน่าจัง เผยว่า ขอบคุณศาลเป็นอย่างมากเลยที่ความเป็นธรรมในประเทศไทยยังมีอยู่ ตนอายุ 65 ตนเครียดมาตั้งแต่ ปี 66-67 เครียดจนป่วยเกือบเป็นซึมเศร้าเพราะว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะตนก็รักเขามาก หากย้อนกลับไปดูในโซเชียลจะเห็นว่าเค้าด่าตนแบบแรง ๆ ก็ไม่เคยโกรธ ในวันนั้นที่ไปรายการตัวก็ไม่รู้ว่าเขาได้ไปออกด้วย ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่คิดว่าจะมาเป็นดราม่าอะไรเลย ขนาด “มดดำ” ยังไม่รู้สึกเลย หลังจากนั้น “แพรรี่” ก็ได้มาไลฟ์สดร้องไห้ จน “มดดำ” ได้ทักมาบอกให้ตนอัดคลิปขอโทษ ตนก็ไม่รู้ว่าผิดอะไรแค่เล่นกัน จนมีแฟนคลับเข้ามาถล่มตนหนักจนแทบนอนไม่หลับ ถึงขนาดที่เพจของตนโดน AI ปิดกั้นการมองเห็น พอศาลตัดสินก็รู้สึกโล่งเพราะว่าตนป่วย ไม่เคยมีความสุขมาแต่ปีที่แล้ว
ทางด้าน “แพรรี่” ก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ตนก็บอกว่ามันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่สามารถห้ามเค้าได้แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล ส่วนแฟนคลับที่เข้ามาโจมตีนั้นตนก็จะไม่ยุ่ง แค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้ว พอหลังจากนั้นตนก็ฟ้องเขาไปเพิ่มอีก 3 คดี ซึ่งทั้งหมดนั้นศาลได้รับฟ้องหมดเลย ศาลนัดสืบพยานปีหน้าเดือนพฤษภาคม ปี 68 เมื่อเช้า ที่ได้เบิกความกับศาลศาลยังบอกเลยว่าตนสามารถฟ้องเพิ่มได้อีกหนึ่งคดีคือแจ้งความเท็จ เพราะว่าได้นำทีมงานมาเบิกความ มายืนยันกับศาลว่าไม่ได้มีการไลฟ์สด และบอกรายการมีสคริปต์ ซึ่งไม่เคยเห็นเลย แต่ตนก็คิดว่าคงไม่ฟ้องรายการ เจอกันที่ศาลตนก็สะบัดหน้าหนี
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ กับการร่วมงานกับทางรายการดังนี้และตัว “แพรรี่” จะมีอีกไหมนั้น เจ้าตัวก็เผยว่า ไม่มีการร่วมงานแล้ว จ้างล้านหนึ่งก็ไม่ไปเพราะเข็ดแล้ว รวมถึงตัวรายการด้วย เพราะก่อนที่ต้นจะออกคนดูไม่เยอะแต่พอตนแชร์มาที่หน้าเพจคนดูเพิ่มขึ้นเยอะมากจนถึงหลักล้านวิว ตนซวยแทบหมดตัวเครียดเป็นซึมเศร้า อีกทั้งโดนสาวกของมันเป็นแสนมารุมด่าอีก