โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ทักษิณ' ลุย - 'อุ๊งอิ๊ง' รับ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 ก.ย 2567 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2567 เวลา 11.30 น.

เมนูข้อมูล | นายดาต้า

‘ทักษิณ’ ลุย – ‘อุ๊งอิ๊ง’ รับ

ระหว่าง “ความฝัน ความเชื่อ” ที่เป็นภาพ “จินตนาการ” กับ “ความเป็นจริง” ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ใช่ว่าจะดำเนินสอดคล้องกันเสมอ

เมื่อผ่านประสบการณ์มาระดับหนึ่งทุกคนต้องต่างรับรู้ว่ามีมากมายที่เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่ฝันที่เชื่อว่าจะเป็น

มีไม่น้อยที่ “ภาพจินตนาการงดงาม” กลับทำลายสิ่งที่พยายามสร้างตามความคิดให้เป็นจริง

คนจำนวนมาก โดยเฉพาะที่รู้สึกสิ้นหวังกับความเป็นไปของชาติใน “ยุทธการแช่งแข็งประเทศ” ซึ่งเริ่มต้นการรัฐประหารเมื่อปี 2549 และอีกครั้งเมื่อปี 2557 มีปฏิบัติการต่อเนื่องมาอีก 10 ปี หลังได้ฟังปาฐกถาแสดง “วิชั่น” เมื่อเร็วๆ นี้ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ “แพทองธาร ชินวัตร” ทายาทของครอบครัวจะทำพาประเทศไปทางไหน ด้วยวิธีการใด ย่อมเกิดความรู้สึกว่า “ความหวังที่สลายหายไป” นั้นเริ่มมีวี่แววที่จะฟื้นคืนแล้ว

เพราะแต่ละโครงการที่อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าเป็นผู้นำที่สร้างผลงานพัฒนาสู่ความรุ่งเรืองได้ชัดเจนผู้นี้แสดงไว้ในวิชั่น สามารถนำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤตที่สะสมมาเกือบ 20 ปีได้

แต่อย่างที่บอก นั่นเป็น “ความเชื่อ ความหวัง” ที่ยังเป็นไปได้ว่านำมาลงมือปฏิบัติการให้เป็นจริงแล้ว จะเกิดอุปสรรคขัดขวางมากมาย จนอาจจะไม่สำเร็จ

หรือบางโครงอาจจะถึงขั้นเริ่มต้นปฏิบัติไม่ได้

“นิด้าโพล” ล่าสุด สำรวจเรื่อง “ทักษิณคิด นายกฯ อุ๊งอิ๊งทำ…ดีไหม?” โดยนำเอาบางโครงการที่ “ทักษิณ” เสนอในการแสดงวิสัยทัศน์มาให้ถามความเห็นประชาชน ผลออกมาว่า

“การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสดให้แก่กลุ่มคนเปราะบางและกลุ่มคนพิการ ในเดือนกันยายนนี้” ร้อยละ 53.74 เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 21.14 ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 17.56 ไม่เห็นด้วยเลย, และร้อยละ 7.56 ไม่ค่อยเห็นด้วย

“การเวนคืนรถไฟฟ้าบางสายจากภาคเอกชนมาให้รัฐบาลบริหาร เพื่อให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลง” ร้อยละ 43.82 เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 25.88 ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ18.09 ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 8.93 ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 3.28 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

“การให้สิทธิชาวต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบการเช่าที่ดิน 99 ปี หลังจากนั้นจึงจะโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของรัฐ” ร้อยละ 70.92 ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 14.11 ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 7.79 ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 6.26 เห็นด้วยมาก และร้อยละ 0.92 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

“การออกใบอนุญาตการลงทุนเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่มีทั้งกาสิโน สวนสนุก และโรงแรม” ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 19.39 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 17.79 ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 16.72 ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 1. ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

“การแก้ไขปัญหาธุรกิจที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อนำภาษีที่จัดเก็บได้มาพัฒนาด้านการศึกษา” ร้อยละ 34.81 เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 34.20 ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 21.60 ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 8.63 ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.76 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

จากความเห็นของประชาชนที่ออกมาเช่นนี้ ย่อมสะท้อนว่าความรู้สึกนึกคิดของคนไทยส่วนใหญ่ ยังมีจุดจุดแบ่งระหว่างประโยชน์ที่ตัวเองได้รับการบางสิ่งบางอย่างที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ยึดถือเป็นคุณค่าของส่วนรวมในใจ

ชัดเจนว่ามีความเห็นดีเห็นงามเต็มที่กับประโยขน์ที่ได้รับ ไม่ว่าจะเงินที่ได้รับแจกจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต การได้รับค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ถูกลง และการได้รับการศึกษาที่ดีกว่า

แต่ในโครงการที่คิดทำ เพราะจำเป็นต้องหาเงินมาเป็นงบประมาณเพื่อจ่าย ซึ่งต้องเสี่ยงกับเส้นที่ยึดถือว่าเป็นศีลธรรมที่เชื่อว่าเป็นอันดี หรือเป็นค่านิยมที่คุ้นชินของสังคมไทย จะแสดงออกถึงการไม่ยอมที่จะสูญเสียเพื่อแลก แม้จะเป็นรายได้ที่จำเป็นต้องแสวงหามาจัดทำโครงการที่ทำให้ชีวิตคนส่วนใหญ่ดีขึ้น อย่างเช่น การไม่เห็นด้วยกับ “โครงการให้เช่าที่ดิน 99 ปี” หรือ “โครงการสร้างบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย”

กรอบความคิดเช่นนี้ ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าย้อนแย้งอย่างยิ่ง และเป็นไปได้ที่จะก่อปัญหาให้กับรัฐบาลที่มีหน้าที่จัดการนำพาประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรื่อง

เนื่องจากความคิดของผู้บริหารเห็นความจำเป็นกู้วิกฤตและดูแลชีวิตของประชาชนโดยต้องสร้างช่องทางหารายได้มาเพื่อจ่าย

แต่ประชาชนส่วนใหญ่แม้พร้อมจะรับในประโยชน์ที่รัฐบาลเสนอให้ แต่กลับไม่พร้อมที่จะยอมรับการสูญเสียค่านิยมบางอย่างที่เคยชินไป

ท่ามกลางการเมืองที่ยังระอุอยู่กับเกมช่วงชิงอำนาจ แม้จะมีสัญญาณว่า “ทักษิณ ชินวัตร” มีแนวโน้มจะกุมอำนาจได้อย่างมีเสถียรภาพระดับหนึ่ง

แต่เพราะถึงที่สุดแล้วผู้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับแรงต้าน อันหมายถึงต้องรับความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทำลายเป็น “แพทองธาร” ซึ่งรับรู้กันอยู่ว่าเป็น “ไข่ในหิน” ที่ “ครอบครัวชินวัตร” จะยอมให้ต้องรับชะตากรรมเหมือน “ทักษิณ ผู้พ่อ” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นอา” ไม่ได้

ทำให้โครงการที่อ่อนไหวต่อการต่อต้าน จะต้องถูกทำมาทบทวนอย่างหนัก ว่าคุ้มค่า หรือจะฝ่าต้านการต่อต้านไปโดยไม่มีอันตรายหรือไม่

ซึ่งหากที่สุดเห็นว่าเสี่ยงเกินไป ย่อมมีโอกาสที่จะชะลอ ล้มเลิกไป

ซี่งหากเป็นเช่นนั้น ย่อมหมายความว่าโครงการที่จะหาเงินมาเพื่อใช้จ่ายต้องหยุดไป ซึ่งทำให้กระทบต่อการดำเนินโครงการในฝั่งที่ต้องใช้เงิน ที่อาจจะต้องชะงักไปโดยปริยาย

“ความฝัน ความเชื่อ” อาจจะเป็น “จินตนาการในภาพที่เป็นความหวัง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะเกิดขึ้น

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทักษิณ’ ลุย – ‘อุ๊งอิ๊ง’ รับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...