โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เผยเทคนิค “ปลูกมัลเบอร์รี” ให้ผลดก ออกผลนอกฤดู

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 10 เม.ย. 2567 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2567 เวลา 02.00 น.

มัลเบอร์รีมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ มีแหล่งกำเนิดกระจายกว้างขวางทั่วโลก ตั้งแต่เขตร้อน เขตอบอุ่น เขตหนาว วัตถุประสงค์หลักเป็นการปลูกเพื่อนำใบไปเลี้ยงไหม แต่มีอีกหลายสายพันธุ์มีการพัฒนานำไปใช้ประโยชน์ด้านการรับประทานสด ด้านการแปรรูป การปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน สถานที่สาธารณะต่างๆ ตลอดจนเป็นพืชอาหารสำหรับสัตว์ป่า

ต้นหม่อน หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า “มัลเบอร์รี” (mulberry) เป็นไม้ยืนต้น ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับต้นปอสา ขนุน และโพธิ์ ฯลฯ มีคุณค่าทางแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทุกวันนี้ใบและผลหม่อนจึงถูกนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะ“อาหาร และเครื่องดื่ม” หลากหลายรูปแบบ เช่น ชาวอีสานยังนิยมนำยอดหม่อนและใบหม่อนมาปรุงใส่อาหารเมนูพื้นบ้าน เช่น ต้มยำไก่ ฯลฯ นอกจากนี้ ใบหม่อนยังสามารถแปรรูปเป็นชาชงดื่ม เพื่อลดความดันโลหิตสูง มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด

มัลเบอร์รี สามารถเจริญเติบโตและปรับตัวได้ดีในหลายสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกแบบไม่มีการจัดการแต่ยังสามารถให้ผลผลิตปีละ 1-2 ครั้ง ในช่วงที่อากาศอบอุ่นหรือช่วงฤดูร้อน ทนทานต่อโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี จึงเป็นไม้ผลที่มีศักยภาพสูงในการผลิตเชิงระบบเกษตรอินทรีย์เพราะไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตผลมัลเบอร์รีเป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ มีทั้งขนาดผลสั้นและผลยาวสีขาวแดงและม่วงเข้ม สามารถรับประทานสดและแปรรูปได้หลากหลาย เช่น แต่งหน้าเค้ก ทำแยม น้ำมัลเบอร์รีเข้มข้น น้ำมัลเบอร์รีพร้อมดื่ม เป็นต้น

การขยายพันธุ์มัลเบอร์รีสามารถทำได้หลากหลายวิธี

1. ปักชำลงในแปลง โดยเลือกกิ่งมัลเบอร์รีที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป (สังเกตกิ่งเป็นสีน้ำตาล) นำมาตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร จุ่มด้วยยาป้องกันเชื้อราที่โคนกิ่ง จากนั้นเตรียมแปลงผสมปุ๋ยคอก แกลบเผา แกลบดิบ ปรับสภาพแปลงให้มีความร่วนซุยแล้วจึงปักท่อนกิ่งพันธุ์ให้ห่างกันระยะ ประมาณ 10×10 เซนติเมตร ลึกลงในวัสดุชำประมาณ 3 ใน 4 ส่วน แล้วจึงคลุมแปลงด้วยวัสดุต่างๆ เช่น ฟางข้าว เศษหญ้าแห้ง แกลบ ฯลฯ เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดด ช่วยรักษาความชื้น ป้องกันการงอกของวัชพืช และรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอจนกว่าอายุได้ 6 เดือน ก็สามารถนำไปปลูกได้

2. ปักชำในถุงพลาสติก วิธีนี้คล้ายกับการปักชำในแปลง แต่ต่างกันที่เปลี่ยนจากแปลงมาเป็นชำในถุงพลาสติกขนาด 3×10 นิ้วแทน วัสดุชำประกอบด้วยดินดำ : แกลบดิบหรือแกลบเผา : ปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 3 : 3 : 3 หลังปักชำแล้วประมาณ 3 เดือนก็สามารถนำต้นกล้ามัลเบอร์รีไปปลูกได้

3. การตอนกิ่ง เหมือนการตอนกิ่งไม้ผลทั่วไป ซึ่งทำได้ง่ายๆ ดังนี้ เลือกกิ่งที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป ให้มีความยาวกิ่งประมาณ 1.50 เมตร เหตุผลที่ต้องเลือกกิ่งยาว 1.50 เมตร เพราะช่วยย่นระยะเวลาในการปลูกหม่อนให้รวดเร็วขึ้น (เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีกิ่งพันธุ์จำนวนมากๆ) หลังตอนกิ่งทิ้งไว้ 30 วันก็จะเริ่มแตกรากออกมา รอต่อไปอีกจนครบ 45 วัน รากก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจึงตัดกิ่งนำมาปักชำในถุงทิ้งไว้ 2-3 เดือน ก็สามารถนำไปปลูกในแปลงได้

4. การติดตาบนต้นตอในกรณีที่เกษตรกรมีต้นตอมัลเบอร์รีเดิมอยู่แล้ว วิธีนี้จะเป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ดีและรวดเร็วที่สุด โดยการตัดแต่งต้นตอเดิมให้มีกิ่งเหลือแค่ 1 กิ่ง แล้วเลือกตำแหน่งที่จะทำการติดตาสำหรับเทคนิคการผลิตมัลเบอร์รีระบบค้างนี้ ขอแนะนำให้ทำการติดตาที่ระดับความสูงจากพื้นดินขึ้นไป 40-50 เซนติเมตร โดยวิธีติดตาแบบชิพบัดดิ้ง (chip budding) ทิ้งไว้ 30 วัน เพื่อให้รอยแผลเชื่อมกันก่อน แล้วจึงตัดยอดต้นตอบริเวณเหนือรอยแผลขึ้นไป ประมาณ 1 นิ้ว ออกทิ้งแล้วปล่อยให้ตาพันธุ์ดีเจริญเติบโตต่อไป

การจัดทำค้าง

มัลเบอร์รีเป็นไม้ยืนต้น เมื่อนำมาจัดการกิ่งขึ้นค้างถือเป็นเทคนิคการจัดการแบบใหม่ จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงนิสัยการเจริญเติบโต เพราะมัลเบอร์รีจะติดดอกออกผลบนยอดอ่อนที่แตกขึ้นมาใหม่ ดังนั้น หลักการคือต้องทำให้มีการแตกยอดอ่อนอยู่เสมอจึงจะได้ผลผลิตอย่างเสมอเช่นกัน การจัดกิ่งมัลเบอร์รีจึงต้องทำให้โค้งลงแบบคันธนู เพื่อบังคับหรือกระตุ้นให้ยอดอ่อนแตกออกมาตามบริเวณกิ่ง cane

ดังนั้น ถ้าเราทำการจัดเรียงกิ่ง cane ให้เป็นระเบียบแบบก้างปลาบนค้าง และบังคับให้กิ่ง cane มีขนาดและความยาวของกิ่งที่สม่ำเสมอกันทั้งต้น จะได้จำนวนกิ่ง cane ประมาณ 40 กิ่งต่อต้น (ระยะปลูกระหว่างแถว 3 เมตร ระหว่างต้น 3 เมตร) ในแต่ละกิ่ง cane จะมีความยาวประมาณ 1-1.50 เมตรสามารถบังคับให้เกิดยอดใหม่ได้ 15-20 ยอดใหม่จะทำให้ได้ผลผลิตยอดละประมาณ 10 ผลจะทำให้ได้ผลผลิตประมาณ 150-200 ผลต่อกิ่ง

นอกจากนี้ การจัดกิ่งบนค้างจะทำให้ง่ายต่อการประมาณการผลผลิตโดยการไว้จำนวนกิ่ง ประมาณ 30 กิ่ง cane ต่อต้น จะให้ผลผลิตประมาณ 450-600 ผลต่อต้นหรือปริมาณ 2-3 กิโลกรัม ราคาจำหน่าย 200 บาทต่อกิโลกรัม จะได้ 400-600 บาทต่อต้น และจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเมื่อต้นมีอายุมากขึ้น โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกๆ 2-3 เดือน ทำให้มีผลผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำหน่ายแบบรับประทานสด หรือแปรรูปเป็นน้ำพร้อมดื่ม แยม และอื่นๆ ได้ตามต้องการ

โดยทั่วไปแล้วต้นมัลเบอร์รีจะเริ่มแทงช่อดอกในช่วงฤดูหนาวราวเดือนมกราคม แล้วติดผลเก็บเกี่ยวได้ในเดือนมีนาคม ถึงเมษายน ทั้งนี้ ต้องขึ้นกับอยู่หลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการติดดอกออกผล ปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลักๆ ได้แก่ การสะสมอาหารในลำต้นมีความอุดมสมบูรณ์เพียงใด ปกติไม้ผลทุกชนิดต้องมีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น (vegetative growth) ในระยะหนึ่งก่อน แล้วเข้าสู่ระยะการติดดอกออกผล

เปิดเทคนิคมัลเบอร์รีลูกดก ออกผลนอกฤดู

ถ้าดินดีน้ำดีไม่ถึงปีก็สูงท่วมหัว ได้เวลาบังคับให้มัลเบอร์รีออกผลดก ซึ่งมีหลายวิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 โน้มกิ่ง

มัลเบอร์รีจะแตกกิ่งชี้ฟ้า ไม่ต้องทำอะไรก็ออกลูก แต่อาจจะไม่ดก ให้เราดึงปลายกิ่งโน้มลงมา แล้วใช้เชือกผูกปลายไว้ เพียงเท่านี้มัลเบอร์รีก็จะออกผลดกเต็มกิ่งจนเก็บรับประทานกันไม่ทัน

วิธีที่ 2 ริดใบ

ถ้ามัลเบอร์รีออกลูกน้อย หรือไม่ดก จะใช้วิธีเด็ดใบทิ้งให้หมดก็ได้ มัลเบอร์รีจะเกิดอาการเครียดแล้วออกผลดกมาก วิธีนี้จะใช้ร่วมกับวิธีแรกก็ได้

วิธีที่ 3 ตัดแต่งกิ่ง

ลำดับแรกไม่ว่ามัลเบอร์รีจะสูงแค่ไหนก็ตัดยอดออกให้หมด ให้เหลือต้นสูงไม่เกินเมตร เมื่อมัลเบอร์รีแตกกิ่ง แตกยอดใหม่ก็จะออกดอกและติดผลดก

เมื่อเก็บผลหมดแล้ว ตอนนี้กิ่งที่แตกมาใหม่จะยาวมาก ให้ตัดกิ่งใหม่ทั้งหมดออกที่ความสูงประมาณ 1.3 เมตร แล้วปล่อยให้มัลเบอร์รีแตกกิ่งแตกยอดใหม่และติดผลดอกเหมือนเดิม เมื่อเก็บผลหมดแล้วก็ทำแบบเดิมอีกครั้งคือ ตัดกิ่งตัดยอดมัลเบอร์รีที่ความสูงประมาณ 1.6 เมตร กิ่งและยอดที่แตกใหม่จะให้ผลดกอีกครั้ง เมื่อเก็บผลหมดอีกครั้ง คราวนี้มัลเบอร์รีต้นจะสูงมากจนเก็บผลไม่ถึง ให้ตัดกิ่งตัดยอดออกให้หมดที่ความสูงแรกคือ สูงไม่เกินเมตร เราก็จะได้มัลเบอร์รีต้นเตี้ยๆ ที่ออกผลดก และเก็บผลง่ายอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร / npkthailand.com

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยเทคนิค “ปลูกมัลเบอร์รี” ให้ผลดก ออกผลนอกฤดู

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...