โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เมื่อโลกเต็มไปด้วยภูติ ผี และคำสาป ชวนอ่าน 8 มังงะ ว่าด้วยไสยศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น

The MATTER

อัพเดต 10 มิ.ย. 2564 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 12.49 น. • Book

ช่วงปี ค.ศ.2020-2021 นี้ ถ้าจะพูดว่ามีการ์ตูนเรื่องไหนจากฟากฝั่งนิตยสารโชเน็นจัมพ์ ที่ยังตีพิมพ์อยู่ เราก็คงต้องยกผลงานเรื่อง Jujutsu Kaisen หรือ มหาเวทย์ผนึกมาร ผลงานมังงะของอาจารย์อาคุทามิ เกะเกะ (Akutami Gege) ที่หลายคนน่าจะติดตามและติดใจกันในอยู่ช่วงเวลานี้

ภาพจาก - https://comicvine.gamespot.com

ภาพจาก - https://comicvine.gamespot.com

สำหรับท่านที่ไม่ได้ติดตามผลงานเรื่องนี้ เราขออธิบายคร่าวๆ ว่า มหาเวทย์ผนึกมาร เล่าเรื่องของกลุ่มนักเรียนและคณาจารย์ของโรงเรียนเฉพาะทางไสยศาสตร์กรุงโตเกียว ที่คอยทำหน้าที่ผนึกของต้องสาปต่างๆ ภายในประเทศญี่ปุ่น แต่เรื่องก็วุ่นวายเมื่อ อิตาโดริ ยูจิ เด็กหนุ่มที่มีร่างกายแข็งแกร่งเกินมาตรฐานได้กินนิ้วของเรียวเมน สุคุนะ ที่ถือว่าเป็นของต้องสาประดับพิเศษ ทำให้ตัวเลือกในชีวิตของเขาเหลือเพียงสองทาง นั่นคือ การยอมโดนประหารในฐานะของต้องสาปแต่โดยดี หรือจะยอมทำหน้าที่เป็นภาชนะ แล้วกินนิ้วที่เหลืออีก 19 ของเรียวเมน สุคุนะ ก่อนจะจบชีวิตเพื่อผนึกคำสาปที่แกร่งที่สุดเอาไว้

ณ ขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ เนื้อเรื่องของ 'มหาเวทย์ผนึกมาร (Jujutsu Kaisen)' ในตัวมังงะต้นฉบับถือว่าอยู่ในช่วงที่ทำให้คนติดตามต้องเอามือจิกหมอน จิกเบาะ แล้วรอลุ้นกันว่าเรื่องราวจะเดินไปทางทิศไหนต่อไป และเชื่อว่าบางท่านก็ไปอินกันต่อในฉบับอนิเมะที่เปิดให้รับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ผ่านบริการสตรีมมิ่งหลายเจ้ากันด้วย

และเราคิดว่าหลายท่านอาจจะอยากหาอะไรในบรรยากาศที่ใกล้กันแบบไม่มากก็น้อย เราก็เลยไปหาผลงานการ์ตูนที่ใกล้เคียงกัน เผื่อว่าหลายท่านยังอยากจะเพลิดเพลินกับเนื้อหาของการ์ตูนสายนี้ครับ

ผู้ผนึกมาร

ผืนดินของตระกูลคาราสุโมริ มีพลังพิเศษที่ดึงดูดให้ปีศาจเข้ามาในพื้นที่ มิหนำซ้ำผืนดินดังกล่าวยังทำให้ปีศาจที่รุกรานเข้ามามีความแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย เพราะอย่างนั้น ทำให้มีกลุ่มบุคคลที่ต้องคอยรับผิดชอบในการดูแลปกป้องไม่ให้ปีศาจเข้ามาอาศัยอยู่ในผืนดินแห่งนี้ ด้วยการใช้วิธีการ 'ผนึก' เพื่อกำจัดปีศาจ

และปัจจุบันผู้ที่รับผิดชอบการดูแลผืนดินตรงนี้ก็คือ สุมิมูระ โยชิโมริ กับ ยูกิมูระ โทกิเนะ เด็กวัยรุ่นชาย-หญิง ผู้สืบทอดของตระกูลที่รับหน้าที่ผนึกมาร และเคยเป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็ก ก่อนที่จะมีเหตุให้สองคนไม่กลับมาพูดคุยกัน แต่ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ การผนึกพื้นที่นี้มีความเกี่ยวพันกับหน่วยงานลับอื่นและเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มากกว่านั้น

ผลงานการ์ตูนเรื่องนี้ของอาจารย์ ทานาเบะ เยลโลว์ (Tanabe Yellow) ที่ตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ.2003 - 2011 มีบรรยากาศที่ชวนให้คิดถึงมหาเวทผนึกมาร อยู่เบาๆ เพราะมีทั้งเรื่องราวของต้องสาปที่ยิ่งใหญ่ กับกลุ่มคนจำนวนไม่มากที่ต้องรับหน้าที่ปิดผนึกพลังอันชั่วร้ายไปพลาง กำจัดปีศาจที่บุกเข้ามาเพราะอยากจะได้พลังไปพลาง มิหนำซ้ำยังต้องรอรับมือกับกลุ่มคนที่ต้องการจะปลุกพลังต้องสาปไปใช้ในทางที่ผิด อย่างไรก็ตามด้วยความที่เรื่องราวของ ผู้ผนึกมารค่อนข้างชัดเจนว่าสถานที่เกิดปัญหาอยู่ที่ใด และมีการขยายเรื่องราวไปเฉพาะส่วนที่ตัวเอกไม่เคยรับรู้มาก่อนเป็นหลัก

ผู้ผนึกมารยังเคยถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะจำนวน 52 ตอน แต่เนื้อหาในหลายช่วงนั้นจะไม่สอดคล้องกับตัวมังงะเนื่องจากตัวอนิเมะถูกสร้างก่อนที่มังงะจะเดินเรื่องถึงช่วงอวสานอยู่หลายปีทีเดียว

ทวิดารามหาองเมียวจิ

เอมมะโด โระคุโร่ เคยตั้งเป้าจะเป็นองเมียวจิ เพื่อปัดเป่าโชคร้าย และ 'เคงาเระ' ปีศาจที่มาจากมิติที่ถูกเรียกว่า มางาโนะ อย่างไรก็ตามเด็กชายผู้นี้ก็ถอดใจจากความฝันนั้นไปเนื่องจากโศกนาฏกรรมครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเขาได้เจอกับ อาดาชิโนะ เบนิโอะ เด็กหญิงลึกลับที่มีพลังในการขจัดเคงาเระเช่นกัน กระนั้นเมื่อทั้งสองคนได้ค่อยๆ ทำความรู้จักกันมากขึ้นก็ได้ถูกองค์กรที่ดูแลเหล่าองเมียวจิมาจับคู่ให้กลายเป็น 'ทวิดารา' และให้ทั้งสองหมั้นหมายกัน เพื่อแต่งงานมีทายาทที่มีพลังแข็งแกร่ง แต่เบื้องหลังของการกระทำนี้อาจจะมีเหตุผลอื่นใดรออยู่อีกด้วย แล้วเด็กหนุ่มสาวทั้งสองจะผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นได้หรือไม่

ผลงานมังงะของอาจารย์ สุเคโนะ โยชิอากิ (Sukeno Yoshiaki) ถ้าดูจากภาพปกหนังสือการ์ตูนเล่มแรกๆ หลายท่านอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องราวการต่อสู้น่ารักของเด็กๆ แต่จริงๆ แล้ว ผลงานเรื่องนี้เป็นการ์ตูนแอ็กชั่นระดับปล่อยพลังอลังการ แม้จะมีการปราบปีศาจที่คล้ายกับมหาเวทย์ผนึกมาร แต่ฝั่งทวิดารามหาองเมียวจิ มีทั้งองค์กรดูแลองเมียว ระดับชั้นขององเมียวจิ รวมถึงองเมียวจิระดับสูงจะมีอาวุธประจำกาย ก็ทำให้มีกลิ่นชวนให้นึกถึง 'ดาบพิฆาตอสูร' อยู่บ้าง แต่บอกได้เลยว่า เรื่องราวในเรื่องนั้นมีความสนุกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ทวิดารามหาองเมียวจิ เคยถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะจำนวน 50 ตอน ออกฉายครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ.2016-2017 ตัวคุณภาพของอนิเมะไม่ได้ย่ำแย่ แต่ตัวเนื้อหาของอนิเมะมีการดัดแปลงให้แตกต่างจากมังงะไปพอสมควร ดังนั้นถ้าจะเสพเรื่องนี้ให้เต็มอรรถรส อาจจะต้องรับชมกันทั้งสองแบบกันครับ

คุจากุ

ย้อนกลับไปการ์ตูนเก่ากันสักนิดบ้างกับผลงานสร้างชื่อของอาจารย์โอกิโนะ มาโคโตะ (Ogino Makoto) ผู้ล่วงลับ และเชื่อว่างานเรื่องนี้น่าจะเป็นผลงานที่ส่งอิทธิพลให้กับนักเขียนรุ่นหลังในการยำใหญ่เพื่อให้นักบวชญี่ปุ่นเข้าต่อสู้กับสัตว์ประหลาดจากปกรณัมและเรื่องเล่าต่างๆ จากทั่วโลก

คุจากุ เป็นชื่อของนักบวชหนุ่มที่เดินทางไปทั่วญี่ปุ่น แรกเริ่มเดิมทีเขาก็เพียงแค่เดินทางเพื่อปราบปีศาจร้ายไปพร้อมกับการฝึกตนให้เก่งกาจขึ้น โดยใช้การใช้มนต์คาถาคู่กับวัชระในการขจัดสิ่งชั่วร้าย แม้ว่าด้วยลักษณะนิสัยภายนอก อาจจะทำให้หลายคนมองว่าพระหนุ่มองค์นี้เป็นแค่คนตะกละตะกลาม แถมยังดูชิลจัดกับสรรพสิ่ง แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นร่างอวตารของ พระมหามยุรี, ลูซิเฟอร์, และ เมเล็ก ทาอุส*(อ่านคำอธิบายเพิ่มเติมด้านล่าง) ผู้มีพลังสูงส่งระดับที่สามารถทำลายล้างโลกทั้งใบได้ แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะฝึกตนและปกป้องโลกนี้ต่อไป

คุจากุ ถือว่าเป็นผลงานโดดเด่นของอาจารย์โอกิโนะ มาโคโตะ ที่อาจารย์วนเวียนกลับมาเขียนหลายต่อหลายครั้ง นับตั้งแต่ภาคแรก Kujaku Ou ที่ฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยของทางสยามอินเตอร์คอมิกส์ใช้ชื่อภาคว่า คุจากุ ภาคกำเนิด, Kujaku Ou: Taimaseiden ฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยของทางสยามอินเตอร์คอมิกส์ใช้ชื่อภาคว่า คุจากุ เทวฤิทธิ์พิชิตมาร, Kujaku Ou: Magarigamiki, Kujaku Ou: Rising, และ Kujaku Ou: Sengoku Tensei ฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยของทางบูรพัฒธ์ใช้ชื่อภาคว่า คุจากุ ภาคคำสาปเซ็นโกคุ ซึ่งเป็นผลงานที่เขียนไว้จนถึงช่วงที่อาจารย์เสียชีวิตในเดือนเมษายน ปี ค.ศ.2019

การ์ตูนเรื่อง คุจากุ ได้รับความนิยมอย่างมากและถูกผลิตเป็นอนิเมชั่นแบบ OVA ในช่วงปี ค.ศ.1988 - 1994 ทั้งยังเคยถูกทางฝั่งฮ่องกงสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดงถึงสองภาคในปี ค.ศ.1988 กับ ค.ศ.1990 (ในประเทศใช้ชื่อไทยว่า '​ฤทธิ์บ้าสุดขอบฟ้า') อย่างไรก็ตามผู้เขียนขอแนะนำให้ติดตามมังงะต้นฉบับที่จัดเต็มทั้งฉากแอ็กชั่น, ฉากเซอร์วิส, การนำเอาตำนาน-ความเชื่อ-ข่าวลือ มาหลอมรวมกัน เพื่อใช้สร้างสัตว์ประหลาดตัวใหม่ และดีไซน์ของทั้งฝั่งพระเอกกับตัวร้ายที่โดดเด่นอยู่ไม่น้อยครับ

Tokyo Babylon

ยังขอหยิบจับการ์ตูนเก่ามาสักนิดมาคุยกันอีกเรื่อง และมีคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับ 'คำสาป' ที่อยู่ใน 'ตัวเมือง' ซึ่งเป็นแนวคิดที่มหาเวทย์ผนึกมาร พูดถึงในระดับหนึ่ง แต่ในผลงานสร้างของกลุ่มนักเขียนหญิงชื่อดังอย่าง CLAMP จะโฟกัสให้เกี่ยวข้องกับ 'กรุงโตเกียว' กับผลงานเรื่อง Tokyo Babylon

เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1990 สุเมรางิ ซุบารุ องเมียวจิสุดแข็งแกร่งและเป็นผู้นำรุ่นที่ 13 ของตระกูลสุเมรางิ ที่คอยรับใช้จักรพรรดิของญี่ปุ่นมาตั้งแต่กาลก่อน เขาอาศัยอยู่ในกรุงโตเกียวกับ สุเมรางิ โฮคุโตะ พี่สาวฝาแฝดที่มีความโผงผางกว่าน้องชายทั้งยังชื่นชอบในแฟชั่นทันสมัย และมักจะเตรียมเสื้อผ้าหลากสไตล์ให้กับตัวเธอและน้องชาย นอกจานี้ทั้งสองคนยังสนิทสนมกับ ซากุระสึกะ เซย์ชิโร่ สัตว์แพทย์ แต่มีอีกหน้าหนึ่งคือการเป็นทายาทของตระกูลองเมียวจิมือสังหารที่รับงานฉากหลังให้กับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ในขณะที่ ซุบารุ คอยปกป้องคนในโตเกียวจากสิ่งเหนือธรรมชาติ เขาก็ค่อยๆ ทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองที่มีให้เซย์ชิโร่เป็นความรู้สึกอะไรกันแน่

ถึงตัวเรื่องจะบ่งบอกว่าตัวละครเอกเป็นองเมียวจิถึงสองคน แต่ในเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงหลักการการความสัมพันธ์ระหว่างธาตุแต่อย่างใด แต่จะเล่าเรื่องของสิ่งเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากจิตใจคนในเมืองใหญ่ ผสมด้วยแนวคิด LGBTQ ตามที่กลุ่มนักเขียนของ CLAMP ถนัดถนี ดังนั้นผลงานเรื่องนี้อาจจะไม่ได้มีฉากแอ็กชั่นหวือหวา แต่เป็นการสำรวจจิตใจผู้คนที่าจจะมีอันตรายมากล้นจนกลายเป็นคำสาปขึ้นมาก็เป็นได้

ทั้งนี้ Tokyo Babylon เคยถูกสร้างเป็นอนิเมชั่นจำนวน 2 ตอน ออกวางจำหน่ายในช่วงปี ค.ศ.1992 กับ ค.ศ.1994 และเคยมีแผนการสร้างอนิเมะในปี ค.ศ.2021 แต่มีการพบว่าทีมงานสร้างอนิเมะได้ทำการลอกเลียนแบบเครื่องแต่งกายของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงมีการประกาศยุติงานสร้างกับทีมงานชุดแรกไป และขณะที่เขียนบทความนี้ได้มีการระบุว่าจะทำการสร้างอนิเมะโดยใช้ทีมงานอื่นแทน

เจ้าหญิงนักล่าผีดิบ

ในโลกที่มีเหล่า 'ผีดิบ' หรือคนตายที่มี 'อาวรณ์' ต่อโลกใบนี้มากพอจนเปลี่ยนตัวตนเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ และมีนักบวชนิกายโคกอนที่ฝึกตนเองเข้าต่อกรกับเหล่าผีดิบ นอกจากนั้นแล้ว นักบวชจำนวนหนึ่งที่มีศักยภาพในการใช้เทวฤทธิ์ จะถูกแต่งตั้งเป็น 'พระผู้พิทักษ์' ที่ได้รับอาวุธพิเศษและผูกพันธ์กับ 'เจ้าหญิงซากศพ' เหล่าหญิงสาวที่ถูกผีดิบฆ่าตายแต่ยังมีแรงปรารถนาจะมีชีวิตต่อบนโลกและผ่านพิธีปลุกเสกของลัทธิโคกอน จนได้รับพลังพิเศษ เพื่้อที่จะสังหารผีดิบ 108 ตน ก่อนจะได้ขึ้นสวรรค์เป็นการต่อไป เรื่องราวของการ์ตูนเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจ้าหญิงซากศพ โฮชิมุระ มาคินะ ได้มาพบกับ คางามิ โอริ และชะตากรรมของทั้งสองคนที่เกี่ยวพันผีดิบมากกว่าที่คาดไว้

ผลงานมังงะของอาจารย์อาคาฮิโตะ โยชิอิจิ (Akahito Yoshiichi) แนวคิดของเรื่องที่ให้ ผีดิบ ต่อสู้กับ เจ้าหญิงซากศพ นั้นเป็นการใช้ 'คำสาป' ปะทะกัน และคำสาปที่แกร่งกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเป็นแนวคิดในลักษณะเดียวกับมหาเวทผนึกมาร แต่จุดที่เจ้าหญิงนักล่าผีดิบ ตีความเพิ่มเติมคือการหยิบจับเอาความเชื่อผีดิบจากหลากประเทศมาเชื่อมโยงกัน เลยทำให้เห็นผีดิบที่มีคำสาปพิสดารกว่าเรื่องอื่นๆ รวมไปถึงว่าเราจะได้เห็นหน่วยงานปราบปีศาจที่ไม่ได้มีแค่จากฝั่งญี่ปุ่นเท่านั้นด้วย

และเหมือนกับเรื่องด้านบนก่อนหน้านี้หลายเรื่อง เจ้าหญิงนักล่าผีดิบ เองก็เคยถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะ แต่ก็เหมือนกับเรื่องก่อนหน้านี้ที่ตัวอนิเมะเดินเรื่องกันไปคนละทางเพราะตอนสร้างอนิเมะนั้นมังงะยังไม่เสร็จสมบูรณ์นั่นเอง

Ga-Rei ล้างพันธุ์อสูรกาย

นิมุระ เคนสุเกะ เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถในการเห็นผี และใช้ชีวิตแบบหลีกเลี่ยงการปะทะกับสิ่งเหนือธรรมชาติมาโดยตลอด จนกระทั่งเขาได้พบกับ ซึจิมิยะ คางุระ เด็กสาวที่เชื่อมต่อกับเทพศักดิ์สิทธิ์ 'เบียคุเอย์' ที่เปิดเผยว่า แท้จริงแล้วในประเทศญี่ปุ่นมีหน่วยงานรับมือภัยพิบัติเหนือธรรมชาติที่คอยกำจัดผู้รุกรานจากภพแห่งรัตติกาล แต่ปัจจุบันนี้แกนกลางของเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ จากภพแห่งรัตติกาล ก็มี อิซายามะ โยมิ หญิงสาวที่เคยเป็นผู้ปราบปีศาจที่เก่งกาจที่สุด และเคยเป็นเหมือนพี่สาวของ คางุระ เป็นผู้ก่อเรื่อง

ผลงานของอาจารย์เซงาวะ ฮาจิเมะ (Segawa Hajime) ที่มาในแนว แอ็กชั่น พ่วงตลก พ่วงดราม่า ในเรื่องเดียวกัน ถ้าถามว่ามีจุดร่วมกับ มหาเวทย์ผนึกมาร ตรงไหนบ้าง จุดหนึ่งก็คงเป็นการวางพล็อตให้มีหน่วยงานรับมือสิ่งเหนือธรรมชาติ กับเหล่าภูติพรายในเรื่องที่มีความรู้สึกนึกคิดของตัวเองอย่างชัดเจนขึ้นมา อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นการที่ตัวละครหลักโดยส่วนใหญ่จะมีภูมิหลังที่ไม่สอดคล้องกับฉากหน้าที่เห็นในช่วงแรกของเรื่อง และภูมิหลังนั้นเป็นแรงผลักดันให้ตัวละครทุกตัวอย่างชัดเจน แต่ตัวมังงะก็มีความ Male Gaze และเซอร์วิสค่อนข้างจะมากตามแนวทางของนิตยสารที่ตีพิมพ์มังงะต้นฉบับ

Ga-Rei ล้างพันธุ์อสูรกาย ก็เคยถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะเช่นกัน แถมยังเป็นการดัดแปลงที่แปลกกว่าปกติสักหน่อย เพราะตัวอนิเมะจะใช้ชื่อว่า Ga-Rei: Zero ที่ย้อนไปเล่าเรื่องของ ซึจิมิยะ คางุระ กับ อิซายามะ โยมิ ก่อนเนื้อเรื่องว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์เช่นไร และทำไมทางเดินของทั้งสองจึงไปคนละทิศทางกัน รวมถึงคำถามที่น่าสนใจของเรื่องที่ว่า คุณจะฆ่าคนเพราะความรักได้หรือไม่

ผลงานมังงะเรื่องนี้ยังเคยมีข่าวว่าจะได้รับการดัดแปลงสร้างเป็นซีรีส์หรือภาพยนตร์คนแสดงในฟากฝั่งฮอลลีวูดอีกด้วย แต่ ณ เวลานี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดใด เกี่ยวกับงานสร้างเท่าใดนัก

มืออสูรล่าปิศาจ

หากคุณเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมโคโมริ แล้วมีปัญหากับคำสาป ภูติพราย หรือภัยเหนือธรรมชาติอื่นใดก็ตามที ให้ปรึกษาคุณครูประจำชั้นประถมปีที่ 5 ที่ชื่อ นูเอโนะ เมสุเกะ หรือ ครูนูเบ ที่มีความสามารถทางวิญญาณ และที่สำคัญเขามีไพ่ตายเป็น 'มืออสูร' มือข้างหนึ่งที่ผนึกพลังของอสูรจากนรกเอาไว้ และนูเบใช้พลังนั้นในการต่อสู้กับสิ่งเหนือธรรมชาตแบบอื่นแทน แต่ถ้าพลาดพลั้งเขาเองก็อาจจะถูกอสูรกลืนกินได้เช่นกัน

ผลงานการ์ตูนเข้าข่ายคลาสสิกจากยุค 1990 ของอาจารย์มาคุระ โช (Makura Shou) กับ อาจารย์โอคาโนะ ทาเคชิ (Okano Takeshi) ที่เอาเรื่องผี, คำสาป, ตำนานเมือง ไปจนถึงความรู้สึกของผู้คนมาผูกกัน เพื่อให้ครูนูเบที่เป็นตัวเอกมาจัดการ ซึ่งหลายครั้งก็ไม่ได้เป็นการทำลายล้าง แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าต้นตอของปัญหาเกิดมาจากอะไร ก่อนที่จะกำจัดเรื่องเหล่านั้นออกไป เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกครั้งที่ทำได้แบบนั้นก็ตาม

มืออสูรล่าปิศาจ ภาคดั้งเดิมตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ.1993 ถึงปี ค.ศ.1999 ก่อนที่อาจารย์เจ้าของผลงานทั้งสองท่านจะกลับมาเขียนเรื่องราวของนูเบต่อใน มืออสูรล่าปีศาจ NEO ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.2014 ถึงปี ค.ศ.2018 และมีภาคเสริม มืออสูรล่าปิศาจ S ออกตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ.2018 ถึงปี ค.ศ.2021 ช่วงแรกการ์ตูนเดินเรื่องแนวสยอง แต่ภายหลังก็เอาเรื่องราวคุณธรรมมาเล่าเรื่องมากขึ้น และในภาค NEO กับ S ก็มีการวิพากษ์เรื่องผู้ปกครอง, สภาพสังคม รวมไปถึงวิธีการเข้าหานักเรียนของครูในปัจจุบัน ผ่านเหล่าอสูรที่กลายเป็นลักษณะที่มาจากคำสาปเกาะกินใจผู้คนมากขึ้น

ด้วยความที่เป็นผลงานคลาสสิกระดับนึง มืออสูรล่าปีศาจ เลยมีอนิเมะออกฉายมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1996-1997 และมีตอนพิเศษตามมาอีกหลายตอน รวมไปถึง ซีรีส์คนแสดงที่ฉายในช่วงปี ค.ศ.2014 อีกด้วย สำหรับท่านที่สนใจการ์ตูนผีๆ ก็อยากให้ลองหาเรื่องนี้มารับชมสักครั้ง

ไขปมปริศนาภูต

สำหรับนักอ่านที่ชื่นชอบ คำอธิบายยาวๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ, ตัวละครมีทักษะเข้าข่ายแทบจะไร้พ่ายแต่ก็ไม่ถึงจุดที่ไร้เทียมทาน และศัตรูที่มีความลึกลับยากจะเข้าใจได้ ซึ่งเป็นส่วนที่ มหาเวทย์ผนึกมาร ทำไว้ได้อย่างสนุกสนาน และเราเชื่อว่าผลงานมังงะอีกเรื่องที่เล่าประเด็นข้างต้นเหล่านี้ได้สนุกไม่แพ้กันก็คือหนังสือการ์ตูนเรื่อง 'ไขปมปริศนาภูต'

การพบกันของสองบุคคลที่เกี่ยวพันกับภูติพรายและสิ่งเหนือธรรมชาติ คนหนึ่งคือ อิวานางะ โคโตโกะ สาวน้อยที่ผู้สูญดวงตาและขาไปอย่างละ 1 ข้าง และกลายเป็นเทพแห่งเชาว์ปัญญาให้กับเหล่าภูตพราย อีกคนหนึ่งคือ ซากุราคาวะ คุโร่ ชายหนุ่มที่มีความสามารถพิเศษในระดับที่ ภูติพราย ยังรับรู้แถมยังสะพรึงกลัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อสาวน้อยกับชายหนุ่มมาพบกัน เทพแห่งเชาว์ปัญญาเกิดตกหลุมรักชายหนุ่มต้องสาปเสียทันที และเมื่อทั้งสองคนได้ทำความรู้จักกัน ก็กลายเป็นว่าพวกเขาอาจจะเป็นคู่หูที่ดีที่สุดในการรับมือกับคดีเหนือธรรมชาติ ที่อาจจะไม่ใช่ทั้งภูตพรายหรือคำสาป ที่จำเป็นต้องใช้ความสามารถของคนทั้งสองในการไขปริศนา

เรื่องราวสลับซับซ้อนแบบนี้ เพราะเดิมทีแล้ว ไขปมปริศนาภูต เป็นนิยายที่เขียนโดยอาจารย์ชิโรไดระ เคียว (Shirodaira Kyo) นักเขียนที่เคยแต่งเรื่องให้กับมังงะหลายเรื่องมาก่อนอย่าง Spiral ผ่าเกลียวปริศนา, ล่าล้างกางเขนเลือด และ Zetsuen No Tempest ปมปริศนา ศึกมหาเวทย์ The Civilization Blaster ซึ่งจุดเด่นผลงานทุกเรื่องที่กล่าวไปก็คือ ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของเรื่องที่มีปมหลายชั้น จนบางทีคนอ่านอาจจะคาดไม่ทัน แม้ว่าจะมีการหยอดเฉลยไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วก็ตาม

ส่วนตัวฉบับมังงะก็ได้อาจารย์คาทาเสะ ชาสิบะ (Katase Chasiba) รับหน้าที่วาดภาพ ซึ่งก็มีลายเส้นที่ละเอียดสวยงาม ทั้งยังเก็บจุดเด่นของตัวละครในเรื่องได้อย่างดี จนทำให้คนที่ตามอ่านฉบับมังงะสามารถเสพตัวอักษรจำนวนมากในเล่มได้ลื่นไหลกว่าที่คิด

ไขปมปริศนาภูต ก็ได้ถูกสร้างเป็นอนิเมะเหมือนผลงานดังๆ อีกหลายเรื่องเช่นกัน และการดัดแปลงอนิเมะของผลงานเรื่องนี้ค่อนข้างโชคดีที่ทีมผู้ผลิตอนิเมะทำการการหยิบจับเนื้อเรื่องหนึ่งคดีมาสร้างเป็นอนิเมะความยาว 12 ตอน และเล่าเรื่องค่อนข้างซื่อตรงต่อผลงานต้นฉบับอยู่ไม่น้อย หรือถ้าจะมองว่าการได้ยินเสียงพากย์ของตัวละครถือว่าเป็นกำไรสำหรับผู้ที่เคยอ่านฉบับนิยายหรือมังงะมาก่อนแล้วก็ไม่ผิดนัก

ข้อมูลเพิ่มเติม

*Melek Taus//Melek Tawus/Malak Tawus/Malik Tous - เทพนกยูง หนึ่งในเทวทูตทั้งเจ็ดของพระเจ้าตามความเชื่อของชาวยาซิดี (Yazidism) ที่สืบทอดกันด้วยลักษณะการบอกเล่า (Oral Tradition) และมีตัวเนื้อหาความเชื่อบางส่วนพ้องเกี่ยวกับศาสนายูดา, คริสต์, และอิสลาม อย่างในกรณีของเทพนกยูงนี้ ตามความเชื่อของชาวยาซิดีเชื่อว่าเป็นเทพที่อยู่ในสวนสวรรค์ร่วมกับอดัม และเป็นเป็นเทพนกยูงที่ชักจูงให้อดัมออกมาจากสรวงสวรรค์ แต่เหตุผลที่เทพนกยูงชวนอดัมออกจากสรวงสรรค์นั้นแตกต่างไปกันตามการสืบทอด อย่างเช่นความเชื่อหนึ่งระบุว่าเพราะเทพนกยูงต้องการให้อดัมเติบโตขึ้นด้วยตัวเอง เหตุข้างต้นนี้ทำให้ผู้คนที่ไม่ได้เข้าใจถึงรากเหง้าของกลุ่มศาสนานี้มองว่า ชาวยาซิดี ต่อต้านพระเจ้า และเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้เขียนมังงะคุจากุ เอาความเชื้อนี้มาผสมรวมกับ พระมหามยุรี ที่เป็นเทพนกยูงตามความเชื่อมหายาน และ ลูซิเฟอร์ ที่มุมมองชาวคริสต์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ชักจูงให้อดัมออกจากสรวงสวรรค์ จนทำให้ตัวเอกอย่าง คุจากุ กลายเป็นร่างอวตาร์ของเทพสามองค์ในหนึ่งบุคคลได้นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม

YouTube แชนแนล Religion For Brakefast - Yazidi Religion Explained

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...