โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศาลปกครองแจง 'ไม่ได้พิพากษา' ให้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ 'ชดใช้' คดีจำนำข้าวกว่าหมื่นล้าน

VoiceTV

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 06.38 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ 26 พ.ค.2568 สำนักงานศาลปกครองออกหนังสือชี้แจง 'ข้อกฎหมายคดีฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโครงการรับจำนำข้าวเปลือก' โดยระบุว่า

ข้อกฎหมายคดีฟ้องขอเพิกถอนคําสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โครงการรับจํานําข้าวเปลือก

สํานักงานศาลปกครองขอชี้แจงข้อกฎหมายในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีหมายเลขแดงที่ อผ.๑๖๐ - ๑๖๓/๒๕๖๘ ระหว่าง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ และ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร ผู้ฟ้องคดีที่ ๒ นายกรัฐมนตรีกับพวกรวมเก้าคน ผู้ถูกฟ้องคดี ดังนี้

  1. คดีในส่วนของผู้ฟ้องคดีที่ ๑ นั้น มีมูลเหตุมาจากกรณีที่มีคําสั่งกระทรวงการคลัง ที่ ๑๓๕๑/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ให้ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน ๓๕,๗๑๗,๒๗๓,๐๒๘.๒๓ บาท อันเป็นคําสั่งทางปกครองที่ให้ชําระเงิน ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ไม่ชําระกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอํานาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีที่ ๑ และขายทอดตลาดเพื่อชําระเงินตามคําสั่งได้ โดยไม่จําต้องฟ้องคดีต่อศาล ทั้งนี้ ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่ใช้บังคับอยู่เดิม และมาตรา ๖๓/๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่แก้ไขใหม่ เมื่อผู้ฟ้องคดีที่ ๑ เห็นว่าคําสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและฟ้องคดีต่อศาลปกครอง โดยมีคําขอให้ศาลเพิกถอนคําสั่งดังกล่าว คดีในส่วนนี้ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคําสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลปกครองมีอํานาจเพียงพิพากษาเพิกถอนคําสั่งดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยศาลไม่มีอํานาจพิพากษาให้คู่กรณีฝ่ายผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งคดีนี้ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า คําสั่งพิพาทไม่ชอบด้วยกฎหมายบางส่วน จึงมีคําพิพากษาเพิกถอนคําสั่งพิพาทเฉพาะส่วนที่ให้ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจํานวน ๑๐,๐๒๘,๘๖๑,๘๘๐.๘๓ บาท โดยศาลปกครองสูงสุดไม่ได้มีคําพิพากษาและออกคําบังคับให้ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งเก้าแต่อย่างใด

  2. คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๖ โดยตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่นั่งพิจารณาได้ลงลายมือชื่อในร่างคําพิพากษาครบทั้งห้าคนเรียบร้อยแล้ว ต่อมาประธานศาลปกครองสูงสุดได้มีคําสั่งให้นําคดีเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งในการประชุมใหญ่นั้นจะประกอบด้วยตุลาการศาลปกครองสูงสุดทุกคนที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้น ตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่พ้นจากราชการไปแล้วจึงไม่อาจเข้าร่วมประชุมใหญ่ได้ ทั้งนี้ คําวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ จะเป็นไปตามเสียงข้างมากของที่ประชุม ต่อมา เมื่อมีการจัดทําคําพิพากษาตามมติของที่ประชุมใหญ่แล้ว ตุลาการในองค์คณะสองคนที่พ้นจากราชการไปแล้วจึงไม่อาจลงลายมือชื่อในคําพิพากษาได้ ซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดได้มีบันทึกกรณีตุลาการศาลปกครองสูงสุดมีเหตุจําเป็นไม่อาจลงลายมือชื่อได้ไว้ในคําพิพากษาแล้ว ทั้งนี้ การดําเนินกระบวนพิจารณาและจัดทําคําพิพากษาดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา ๖๘ และมาตรา ๖๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

  3. ส่วนการทําความเห็นแย้งนั้น ตุลาการศาลปกครองสูงสุดทุกคนในที่ประชุมใหญ่มีสิทธิทําความเห็นแย้งได้ตามมาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยปรากฏความเห็นแย้งและรายชื่อของตุลาการที่มีความเห็นแย้งอยู่ในคําพิพากษาแล้ว

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน

สํานักงานศาลปกครอง

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...