โรงเรียนของหนูจมโคลน ต้องการอุปกรณ์การเรียนการสอน
เชียงราย-เร่งฟื้นฟูโรงเรียนประสบภัยน้ำป่าซัด อุปกรณ์การเรียนจมโคลนเสียหายกลับมาใช้ไม่ได้
วันที่ 29 มิ.ย.2568 ที่บ้านแม่เปา ม.1 ม.3 ม.16 ม.16 และบ้านสบเปา ม.2 ม.6 ม.11 ม.14 ม.19 ม.20 และมี 2 โรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย มีโรงเรียนบ้านแม่เปา และโรงเรียนสบเปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ที่ถูกน้ำป่าซัด ทั้งดินโคลนถล่ม เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.68 เวลาประมาณ 06.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ได้มีหน่วยงานทุกภาคส่วน มูลนิธิ องค์กร ระดมกำลังลงพื้นที่เคลียร์พื้นที่ ให้กับคืนสู่สภาพปกติ โดยนายอานุภาพ กิตติวารา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง อ.พญาเม็งราย เผยว่า ซึ่งตอนนี้น้ำได้เข้าสู่ภาวะปกติ แต่อุปสรรคที่บ้านสบเปา และบ้านแม่เปา ยังคงเต็มไปด้วยดินโคลนที่ตกข้างอยู่ในบ้านเรือนประชาชน ซึ่งวันนี้ได้มีหน่วยงานทุกภาคส่วนนำรถน้ำไปเร่งฉีดน้ำทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน และนำรถตักเก็บเศษขยะออกจากพื้นที่
ด้านนายธนารักษ์ จุ่มน้ำใส (เสื้อสีน้ำเงินผมสั้น) ผู้ใหญ่บ้านสบเปา ม.2 เผยว่า สถานการณ์น้ำลดเข้าวันที่ 2 ชาวบ้านต่างรับมือน้ำป่าหลากครั้งนี้ไม่ทัน ซึ่งปี 2567 ที่ผ่านมาระดับน้ำไม่สูง ประมาณ 1 ฟุต จากนั้นน้ำได้ลดลงรวดเร็ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่น้ำป่าหลากเอาทั้งดินโคลนมาด้วย ทำให้ชาวบ้านขนย้ายข้าวของไม่ทัน โดยเฉพาะบ้านชั้นเดียวที่ต้องจมอยู่ในน้ำดินโคลน อุปกรณ์ของใช้เสียหาย ซึ่งน้ำป่าได้ทะลักมาจาก ขุนห้วยแม่เปา ซึ่งตอนนี้สิ่งที่จำเป็นกับชาวบ้านที่อยากได้ ที่นอนเครื่องนุ่งห่ม ของใช้ในครัวเรือน ซึ่งจมไปกับโคลน
ด้านนายพลากร เมืองมูล (เสื้อดำ) ผอ.รร.บ้านแม่เปา ม.3 ต.แม่เปา กล่าวว่า รั่วกำแพงโรงเรียนพังเสียหาย มีด้านหน้าด้านหลัง และด้านข้าง ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดกำแพงพังกองเป็นระนาบ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ห้องเรียน อุปกรณ์สำนักงาน ของเล่น ที่นอนเด็กเล็ก จมอยู่ในน้ำทั้งหมด ถึงจะเอามาแตกแห้ง หรือซ่อมแซมคงกลับมาไม่เหมือนเดิม และวันนี้ทางคุณครู หน่วยงานทุกภาคส่วนเร่งกันเคลียร์พื้นที่ให้นักเรียนได้กลับมาเรียนตามปกติ เร่งเก็บกวดไม่ให้เน 10 วันแล้วเสร็จแต่ได้ขออนุญาติเขตการศึกษาหยุดฟื้นฟูไป 5 วันเท่านั้น ซึ่งหากมีใครเข้ามาช่วยก็อยากจะได้น้ำดื่ม-อาหาร ให้กับหน่วยงาน องค์กร มูลนิธิ ที่เข้ามาช่วยกันทำความสะอาดให้น้องน้อง เสียหานไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่เป็นชาวเขาที่มาเรียน
นส.ณิชาภา ราชเมืองมูล ครูสอนระดับชั้น ป.2 กล่าวว่า ซึ่งในช่วงเวลาน้ำหลาก ครูและเด็กยังไม่ได้มาโรงเรียนแต่เตรียมมา เมื่อน้ำหลากต้นน้ำ เด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่อาศัยอยู่บนดอย ได้เห็นน้ำป่าหลากก่อน จึงได้แจ้งมาให้คุณครูว่ามีน้ำหลากจากบนดอยลงมา ซึ่งทำให้ครูและนักเรียนไม่สามารถเข้ามาโรงเรียนได้ น้ำมีระดับสูงประมาณ 1.20- 1.50 เมตร ซึ่งห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งที่เด็กๆชอบมาพักอ่านหนังสือกัน ตอนนี้จมไปกับโคลนไม่สามารถนำมาอ่านได้ ซึ่งคุณครูเป็นห่วงในเรื่องนี้มาก (ครูเปื้อนโคลนทั้งตัว ระหว่างช่วยเก็บห้องสมุดของเด็ก) อีกทั้งทางโรงเรียนพึ่งได้งบประมาณซื้อหนังสือไว้ในห้องสมุด ให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ได้ไม่นาน กับมาจมโคลนหมด
ทราบอีกว่า ทางโรงเรียนกำลังจะได้รับการประเมินจาก สมศ. หรือสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งในประเทศไทย ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา แต่กับมาประสบอุทกภัย