โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดุสิต เอสเตท เปิดตัว ‘Dusit Ajara หัวหิน’ โครงการ Branded Residences ส่วนหนึ่งของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน รับลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

TODAY Bizview

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.24 น. • workpointTODAY

บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด เปิดตัวโครงการใหม่ “ดุสิต อจารา หัวหิน” บนทำเลศักยภาพกว่า 20 ไร่ใจกลางหัวหิน ภายใต้แนวคิดที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของครอบครัวหลากหลายรุ่น (Multi-generational Living) ผสานคุณภาพชีวิตเข้ากับงานออกแบบในรูปแบบ Branded Residences ที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียดทั้งด้านฟังก์ชัน ความสะดวกสบาย และพื้นที่สีเขียวที่กลมกลืนกับตัวโครงการ พร้อมสโลแกน “For All Chapters of Life” ที่สะท้อนถึงแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในทุกช่วงวัย

คุณณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด เผยว่า โครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นจากวิสัยทัศน์ในการต่อยอดแบรนด์ดุสิตธานีและสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตธุรกิจของบริษัทฯ โดยเลือกพื้นที่บริเวณเดิมของ “ดุสิต รีสอร์ท แอนด์ โปโลคลับ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มาพัฒนาเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่อย่างรอบด้าน

default

ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย Low Rise รวม 7 อาคาร แบ่งเป็นอาคารสูง 3 ชั้น จำนวน 4 อาคาร และอาคารสูง 6 ชั้น อีก 3 อาคาร โดยออกแบบให้โอบล้อมสวนกลางที่มีพื้นที่สีเขียวกว่า 60% ของพื้นที่โครงการทั้งหมด เสมือนโอเอซิสแห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการวางผังอาคารแบบ Low Density เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด โดยมีเพียง 96 ยูนิตเท่านั้นในทั้งโครงการ

โครงการนี้โดดเด่นด้วยแนวคิด Universal Design ที่เอื้อต่อการใช้งานของผู้อยู่อาศัยทุกช่วงวัย พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำท่ามกลางธรรมชาติ สนามเด็กเล่น และเส้นทางเดินออกกำลังกายที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจชีวิตยุคใหม่ อีกทั้งโถงทางเดินแบบ Single Corridor และการเว้นระยะระหว่างอาคารยังส่งเสริมการถ่ายเทอากาศตามธรรมชาติ (Cross Ventilation) อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แนวคิดหลักของการออกแบบในโครงการนี้ คือ “Bridging Oasis” ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ผสานความสงบจากธรรมชาติเข้ากับคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ โดยออกแบบให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางโครงการได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ (Seamless Access) สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่มุ่งเน้นให้ทุกคนในครอบครัวมีพื้นที่แห่งความสุขอย่างแท้จริง

A49 เผยแนวคิดการออกแบบ “ดุสิต อจารา หัวหิน” สร้างสถาปัตยกรรมที่เชื่อมอดีตเข้ากับการใช้ชีวิตยุคใหม่ท่ามกลางธรรมชาติ

คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) เผยเบื้องหลังการออกแบบโครงการ “ดุสิต อจารา หัวหิน” ว่า ความท้าทายของการออกแบบในครั้งนี้ คือการร้อยเรียงเรื่องราวของสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และมิติทางธรรมชาติ ให้กลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวในปัจจุบัน โดยทีมสถาปนิกเริ่มจากการสำรวจทั้งแนวราบและแนวสูงด้วยเทคโนโลยีโดรน เพื่อให้เข้าใจทัศนียภาพจากแต่ละชั้นของอาคาร ก่อนออกแบบผังโครงการเป็นกลุ่มอาคาร Low Rise ที่จัดวางอย่างมีจังหวะ สอดคล้องกับวิวและการไหลเวียนของอากาศ

ในแต่ละยูนิตถูกออกแบบให้มีหน้ากว้างพิเศษ (Wide Frontage) เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและลมจากภายนอกได้เต็มที่ ส่วนสถาปัตยกรรมภายนอกเน้นความเรียบง่ายแฝงรายละเอียด ผ่านการเลือกใช้วัสดุโทนสีธรรมชาติ เช่น ครีม เทา น้ำตาลไม้ และเฉดโลหะอย่าง Dark Bronze ที่สะท้อนถึงความสงบนิ่ง ลุ่มลึก และเหนือกาลเวลา

พื้นที่ชั้นล่างของอาคารได้รับการออกแบบให้มีเพดานสูง 3–3.5 เมตร พร้อมสวนส่วนตัวที่สามารถเชื่อมต่อกับโซนส่วนกลางของโครงการได้อย่างกลมกลืน (Seamless) ขณะที่ห้องพักแบบ 2 ห้องนอนถูกวางไว้ในตำแหน่งหัวมุมของอาคาร เพื่อเปิดมุมมองที่กว้างขวางและให้ความเป็นส่วนตัว ส่วนเพนท์เฮ้าส์แบบ 3 ห้องนอน ตั้งอยู่บนชั้น 5 และ 6 ของอาคารสูง มอบวิวทะเลแบบพาโนรามา พร้อมระเบียงขนาดใหญ่ที่ปรับเป็นพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งหรือรับประทานอาหารได้ตามความต้องการ

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกวัย โครงการเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับเด็กและผู้สูงอายุ เช่น พื้นกันลื่น รวมถึงออกแบบห้องครัวแบบ Linear ที่ขยายตามพื้นที่ใช้สอย และสามารถปรับเป็นครัวสไตล์เอเชีย (Asian Kitchen) ได้อย่างยืดหยุ่น

ภายในยูนิตเน้นการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตทั้งแบบส่วนตัวและแบบครอบครัว โดยจัดสรรเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ พื้นที่กึ่งส่วนตัว (Semi-private), พื้นที่ใช้ร่วมกันของหลายเจเนอเรชัน (Multi-GEN Living Space) และโซนส่วนตัวอย่างแท้จริง (Private Zone) พร้อมการออกแบบที่เปิดรับวิวและแสงธรรมชาติให้แทรกซึมเข้ามาในทุกส่วนของห้องพัก

วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ภายในเลือกใช้แบรนด์คุณภาพสูงในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ห้องครัว ห้องน้ำ ไปจนถึงสุขภัณฑ์ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ภายนอกคัดสรรวัสดุที่รองรับสภาพอากาศชายทะเล เช่น สเตนเลสเกรด SUS 316 และโฟมแห้งเร็ว (Quick-dry Foam) ด้านพื้นผิวภายนอกของอาคารยังใช้วัสดุหลากหลาย เช่น ไม้ ปูนฉาบเท็กซ์เจอร์ และ GRC ที่ให้ผิวสัมผัสหยาบแบบ Aggregate Finish เพิ่มมิติและสัมผัสที่น่าสนใจ

ดีไซน์โดยรวมของอาคาร รวมถึงหลังคาทรงจั่ว ช่วยสื่อถึงบรรยากาศบ้านริมทะเลที่อบอุ่น เรียบง่าย และไร้กาลเวลา (Timeless) ขณะเดียวกันก็สะท้อนแนวคิดการอยู่อาศัยในเมืองตากอากาศแบบทรอปิคอล (Tropical Living) ได้อย่างลงตัว เหมาะกับเอกลักษณ์ของเมืองหัวหินที่ผสานความสงบกับความทันสมัยไว้อย่างกลมกลืน

พี แลนด์สเคป ออกแบบแลนด์สเคป ด้วยแนวคิด “Bridging Oasis” สำหรับโครงการดุสิต อจารา หัวหิน

คุณหทัย รจนาศรีไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด บริษัทภูมิสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้าของไทยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ได้เผยแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบพื้นที่สีเขียวของโครงการดุสิต อจารา หัวหิน ว่ามีสดส่วนกว่า 60% โดยจุดมุ่งหมายหลักคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้อยู่อาศัยสามารถสัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด และสามารถใช้งานได้จริงในทุกวัน ผ่านแนวคิด “Bridging Oasis” ที่เชื่อมต่อพื้นที่ธรรมชาติเข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่

ทีมออกแบบเริ่มจากการวิเคราะห์พื้นที่อย่างละเอียด เพื่อวางผังพื้นที่ว่างและกิจกรรมกลางแจ้งให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยมุ่งเน้นให้พื้นที่ภายนอกอาคารตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการออกกำลังกายแบบเบา ๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเดินเท้า เส้นทางวิ่ง หรือมุมพักผ่อนใต้ร่มไม้ ทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็น Pedestrian Friendly และเชื่อมต่อถึงกันด้วยเส้นทางเดินในร่ม (Covered Walkway) ที่มีความลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต พร้อมจุดพักทุกระยะ 200 เมตร เพื่อรองรับทุกระดับความแข็งแรงของผู้ใช้งาน

ในการเลือกพันธุ์ไม้ พี แลนด์สเคปให้ความสำคัญกับการสร้าง “ภูมิอากาศย่อย” (Microclimate) ที่เหมาะกับภูมิประเทศแบบร้อนชื้น โดยใช้ไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาเป็นธรรมชาติ พร้อมปลูกพืชที่ไม่เป็นพิษ (Non-toxic) โดยเฉพาะในบริเวณคลับเฮ้าส์ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยสำหรับผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง และจัดวางพันธุ์ไม้ให้มีความหลากหลายทั้งในแง่ของสายพันธุ์ กลิ่นหอม สีสัน และฤดูกาลที่ผลิดอกออกผล

การจัดพื้นที่สีเขียวของโครงการแบ่งออกเป็น 3 มิติ เพื่อมอบประสบการณ์ที่สมดุลและหลากหลาย ดังนี้

  • ชั้นนอกสุด เป็นแนวพื้นที่สีเขียวโดยรอบที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนแนวป่าเมือง (Urban Forest) ที่โอบล้อมโครงการด้วยพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ซึ่งคงไว้จากเดิม เช่น หางนกยูงฝรั่ง ไทร และข่อย ทำให้เกิดร่มเงาธรรมชาติและเป็นฉนวนกรองเสียงและฝุ่นละอองจากภายนอก
  • ชั้นกลาง คือสวนใกล้อาคารที่พักและพื้นที่วิลล่า ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับพื้นที่ใช้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย โดยเลือกปลูกไม้ดอกหอมและไม้ผล เพื่อให้ผู้อาศัยได้สัมผัสธรรมชาติทั้งทางสายตาและกลิ่น สร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว
  • ชั้นในสุด เป็นสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ใจกลางโครงการ ซึ่งได้รับการออกแบบให้รองรับกิจกรรมหลากหลาย เช่น Courtyard สำหรับกิจกรรมครอบครัว, Water Recreation Park เพื่อความสนุกและความเย็นสดชื่น และ Green Lifestyle Park สำหรับการพักผ่อนและออกกำลังกาย

ไฮไลต์สำคัญคือ เส้นทางเดินและวิ่งแบบ Loop ที่เชื่อมต่อทั่วทั้งโครงการแบบไร้รอยต่อ ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะเริ่มต้นเดินหรือวิ่งจากจุดใด ก็สามารถกลับสู่ที่พักได้อย่างสะดวก เส้นทางนี้ยังแยกออกจากเส้นทางรถยนต์อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรมดุสิตธานี หัวหินได้โดยตรง ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างเต็มที่ในทุกช่วงเวลา

คุณณัฐภาณุ์ กล่าวเสริมว่า “โครงการดุสิต อจารา หัวหิน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งของแบรนด์ดุสิตธานี ที่โดดเด่นในด้านการบริการแบบ Gracious Hospitality ระดับเวิลด์คลาส สู่การสร้างประสบการณ์อย่างต่อเนื่องจากธุรกิจโรงแรมสู่ที่พักอาศัยรูปแบบ Branded Residences โดยถ่ายทอดความสวยงาม ฟังก์ชัน และธรรมชาติของพื้นที่ไว้อย่างลงตัว ตอกย้ำศักยภาพในการแปลงงานออกแบบให้เป็นคุณภาพชีวิตที่จับต้องได้ พร้อมเสริมจุดยืนของแบรนด์ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีบทบาทในตลาดลักซ์ชัวรีระดับสากลอย่างมีเอกลักษณ์”

โครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน เตรียมเปิดให้เข้าชมโครงการและห้องตัวอย่างในเดือนสิงหาคม 2568 นี้ โดยขายเป็นห้องรูปแบบ Fully Fitted มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บางส่วน วางเป้าหมายลูค้าเป็นชาวไทย 60% และต่างชาติ 40% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปที่มีทั้งกลุ่ม Expat และกลุ่มครอบครัวที่มาพักผ่อนแบบระยะยาว ลูกค้าของโครงการจะได้รับบริการต่างๆ ตามแบบฉบับ Branded Residences จากผู้ให้บริการจากเครือโรงแรมดุสิตธานี โดยค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในค่าส่วนกลางแล้ว อาจมีบางบริการที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้อย่างรอบด้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...