โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

จากห้องสมุดเก่า สู่ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ โครงการ "อ่านแล้ว อ่านอีก" TK Park

Campus Star

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 13.13 น.

แม้ตัวเลขจากผลสำรวจปี 2568 จะชี้ให้เห็นว่าคนไทยอายุ 7 ปีขึ้นไปมีอัตราการรู้หนังสือสูงถึง 98.83% สูงสุดในอาเซียน และอยู่ในอันดับที่ 37 ของโลก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความพยายามในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ แต่เบื้องหลังสถิติอันน่าชื่นชมนี้ ยังคงมี “ช่องว่างแห่งโอกาส” ที่สำคัญและไม่อาจมองข้ามได้ เพราะในอีกด้านหนึ่งของประเทศ ยังคงมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่เติบโตท่ามกลางข้อจำกัด เผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขาดแคลนหนังสือและสื่อการเรียนรู้ดี ๆ ที่เหมาะกับวัย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ห้องสมุดคือสิ่งหายาก และหนังสือใหม่คือของฟุ่มเฟือย – TK Park กับ โครงการ “อ่านแล้ว อ่านอีก”

โครงการ “อ่านแล้ว อ่านอีก”

ในวาระครบรอบ 20 ปี สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) จับมือกับ มูลนิธิกระจกเงา จุดประกายโครงการ “อ่านแล้ว อ่านอีก” ด้วยเป้าหมายใหญ่ — รับบริจาคหนังสือจำนวน 1 ล้านเล่มภายใน 200 วัน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 18 เมษายน 2568 เพื่อส่งต่อไปยังห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดชุมชน ศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์เด็กเล็กกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ
พร้อมชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญนี้ เพื่อส่งต่อหนังสือดี ๆ ที่เคยอยู่บนชั้นหนังสือของเรา ไปสู่มือของเด็ก ๆ ที่ยังรอคอยโอกาสทางการเรียนรู้

“หนังสือดีหนึ่งเล่ม อาจเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งได้ทั้งชีวิต” นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ TK Park กล่าว พร้อมเล่าถึงเจตนารมณ์ของโครงการ “อ่านแล้ว อ่านอีก” ว่าไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรับบริจาคจำนวนมากเท่านั้น แต่คือการ ส่งมอบอย่างมีความหมาย — ทุกเล่มต้องไปถึง “ผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง”
โดยเปิดโอกาสให้ห้องสมุดและศูนย์การเรียนรู้จากทั่วประเทศ แจ้งความต้องการเฉพาะด้านเนื้อหาและประเภทหนังสือได้ล่วงหน้า ก่อนที่ทีมงานจะทำการคัดแยก จัดหมวดหมู่ และคัดเลือกหนังสือที่ตรงตามความต้องการที่สุด เพื่อส่งต่อไปยังจุดหมายอย่างเหมาะสม

· จากห้องสมุดเก่า สู่ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

โรงเรียนบ้านห้วยขะยุง (คุรุพานิชวิทยาคาร ) หนึ่งใน 2,000 จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดกลางในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีที่ได้เข้าร่วมโครงการอ่านแล้ว อ่านอีก และแจ้งความต้องการขอรับหนังสือนิทานสำหรับเด็กอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 หนังสือความรู้เสริมทักษะที่สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ และหนังสือที่สามารถนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในห้องเรียน เพื่อฝึกทักษะการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน โดยได้รับมอบหนังสือใหม่จากโครงการรวมทั้งสิ้น 1,000 เล่ม

อาจารย์ปิยลักษณ์ โลหะสาร อาจารย์ประจำโรงเรียน เล่าย้อนความหลังว่า “แต่เดิมห้องสมุดของเรามีแต่หนังสือเก่าๆ ไม่เหมาะสมกับเด็กนักเรียน ทางโรงเรียนก็ยังไม่มีงบประมาณสำหรับจัดซื้อหนังสือใหม่ทำให้เด็ก ๆ ขาดแรงจูงใจในการเข้าห้องสมุด เราจึงเข้าร่วมโครงการ”
หลังจากที่โรงเรียนได้รับหนังสือจากโครงการทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เด็ก ๆ เริ่มกลับมาเข้าห้องสมุดกันมากขึ้น ครูสามารถนำหนังสือไปใช้ประกอบการเรียนการสอนได้อย่างหลากหลาย โรงเรียนได้จัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ หนังสือได้กลายเป็นเพื่อนใหม่ที่ทำให้เด็กๆ ได้สนุกกับการเรียนรู้

“นอกจากจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ในชั้นเรียนแล้ว ยังช่วยให้เด็กๆ มีความตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะเข้าห้องสมุด มาเลือกอ่านหนังสือที่ตัวเองสนใจ และใช้เวลาอยู่กับหนังสือมากขึ้น เล่นเกมน้อยลงเพราะเด็ก ๆ ได้เจอหนังสือที่เขาอยากอ่านจริง ๆ รู้สึกว่าโครงการ “อ่านแล้ว อ่านอีก” มีประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ทุกระดับชั้น และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างได้ผล” อาจารย์ปิยลักษณ์ กล่าวปิดท้าย

· อ่านแล้ว อ่านอีก: ไม่ใช่แค่โครงการ แต่คือการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

ถึงแม้ช่วงเวลารับบริจาคหนังสือในโครงการจะสิ้นสุดลง แต่ภารกิจของ TK Park ในการสร้าง “พื้นที่เรียนรู้เพื่อทุกคน” ยังดำเนินต่อไป เพราะจุดหมายของหนังสือแต่ละเล่ม ไม่ได้จบลงเมื่อถึงปลายทาง แต่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเด็กหลายพันคนทั่วประเทศ ที่อาจกลายเป็นผู้ให้ในอนาคตเช่นกัน “โครงการนี้สะท้อนภารกิจที่แท้จริงของ TK Park นั่นคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงความรู้ และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม” นายวัฒนชัย วินิจจะกูล กล่าวทิ้งท้าย

· ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อ

แม้วันนี้ โครงการอ่านแล้วจะจบลงแล้วและหนังสือนับล้านเล่มกำลังทยอยออกเดินทางไปสู่ผู้รับแต่ภารกิจในการส่งเสริมการอ่านและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องต่อไป และสำหรับใครที่ยังต้องการส่งมอบหนังสือให้อีกหลายคนได้อ่านอีกครั้ง
สามารถบริจาคด้วยตนเองได้ที่ มูลนิธิกระจกเงา (สำนักงานกรุงเทพฯ) ซอยวิภาวดี 62 หรือบริจาคผ่านทางไปรษณีย์ ส่งถึงมูลนิธิกระจกเงา ที่อยู่: เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี62 (แยก4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร: 061 9091840
เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าปลายทางของหนังสือล้านเล่มจะอยู่ที่ใด แต่ต้นทางของการเปลี่ยนแปลง เริ่มที่ “หัวใจแห่งการให้” ของพวกเราทุกคน

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...