โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

คู่จิ้น สู่คู่จริง หมอลำสาว ควงว่าที่เจ้าบ่าว เคลียร์คำครหาท้องก่อนแต่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 01.58 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 01.55 น. • The Bangkok Insight

แพรวพราว แสงทอง ควงว่าที่เจ้าบ่าว ซัน วงศธร เคลียร์คำครหาท้องก่อนแต่ง-คนรอบข้างไม่เห็นด้วยที่คบกันจริงหรือเปล่า?

จากคู่จิ้น สู่คู่จริง แพรวพราว แสงทอง ควงว่าที่เจ้าบ่าวซัน วงศธร ที่ก่อนหน้านี้ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานหลังคุยกันได้ 8 เดือน พร้อมเผยจุดเริ่มต้นฝ่ากระแสดราม่า คอมเมนต์และคนรอบข้างไม่เห็นด้วย อีกทั้งยังเคลียร์ข้อครหาท้องก่อนแต่งหรือเปล่า ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

แพรวพราว แสงทอง

คู่จิ้น สู่คู่จริง แพรวพราว แสงทอง ควงว่าที่เจ้าบ่าว เคลียร์คำครหาท้องก่อนแต่ง

มีพิธีสู่ขอตามธรรมเนียมภาคอีสานเรียบร้อยแล้ว จะพูดว่าแต่งงานกันได้ไหม?

ซัน : ขอแต่งงานแล้วครับ

พิธีที่เกิดขึ้นเป็นพิธีอะไร?

ซัน : จริง ๆ ซันเป็นคนภาคกลาง เราไม่รู้กับประเพณี ขั้นตอนแบบนี้มาก่อน ทางทวด ยาย เค้าก็แนะนำ ที่บ้านก็พอรู้ ก็เลยก่อนที่จะแต่งงาน ก็ขอก่อน

แพรวพราว : ถ้าทางอีสานก็คือพิธีสู่ขออย่างเป็นทางการ

คลายพิธีหมั้นหรือแค่สู่ขอเฉยๆ?

แพรวพราว : ซันบอกว่าไม่อยากหมั้นนะ แต่งเลย

ขอปุ๊บแล้วแต่งเมื่อไหร่?

ซัน : ตอนนี้ระบุออกมาแล้ว วันที่ 27 ธันวาคม 2568

เห็นว่าสินสอดที่ไปสู่ขอมูลค่าประมาณ 7 หลัก?

ซัน : ประมาณหลักแสน คือหลักล้านเป็นวันที่เราขอแต่งงาน แล้วคุณพ่อแกแซวบอกว่าขอล้านนึงลูก แต่พิธีในช่วงที่เราไปสู่ขอ เป็นเงินหลักแสนครับ 700,000 กว่าบาท ก็เป็นเงินที่เราเก็บกับครอบครัวมา เราแสดงละครด้วย ร้องเพลงด้วย

ได้มีการคุยเรื่องคอนเซ็ปต์งานแต่งงานหรือยังว่าจะออกมาแบบไหน?

แพรวพราว : ทางพิธีอีสานจะเป็นช่วงเช้า ที่บ้านรังสิต ช่วงเย็นน่าจะเป็นงานเลี้ยงที่โรงแรม แต่ยังไม่ได้ระบุสถานที่ว่าที่ไหน

ซัน : เราน่าจะเป็นการจ้างเค้ามาช่วยจัด ความรู้ทางด้านนี้เราไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ก็เลยต้องถามพี่ที่เค้ารู้

แพรวพราว : คอนเซ็ปต์แบบเรียบง่าย

จะมีหมอลำ ลิเก เข้าไปอยู่ในงานแต่งด้วยไหม?

แพรวพราว : น่าสนใจเหมือนกันนะ

ซัน : แต่ประเด็นหลังเวทีน่าจะชลมุนมากเลยครับ หมอลำที ลิเกที

ตอนแรกเป็นคู่จิ้น แต่ตอนนี้เป็นคู่จริงแล้ว ตอนประกาศหลายคนยังคิดว่าเป็นคอนเทนต์เลย?

ซัน : ใช่ครับ ในมุมมองหลายคน คือตอนที่ส่งแต่งงานไป เพื่อนก็โทรมา ถามจริงนี่มึงปล่อยเพลงหรือเปล่า ก็บอกไปว่าไม่ใช่ เรื่องจริง จริงๆแล้ว ผมว่ามันเกิดจากการเป็นคู่จิ้นมาก่อน

จากคู่จิ้น อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลายมาเป็นคู่จริง?

ซัน : ตัวซันเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้ พูดคุย ให้กำลังใจกัน ณ ช่วงหนึ่ง ได้มาร่วมงานกัน เพราะว่าผมจะสตรีมไลฟ์ลิเก แล้วก็ชวนเค้ามาร่วมแสดงด้วยกัน และด้วยกระแสตอบรับ ด้วยรูปที่เราถ่ายด้วย แฟนคลับทางแพรวพราว และหลายๆ คน อยากเห็นอีก และผมก็ได้ไปรับเชิญวงเค้า มันก็ยาวมาเลย มีเอฟซีที่คอยสนับสนุน จริงๆ ผมเข้าไม่ถึงกับการที่เป็นหมอลำ ผมไม่กล้า เราเป็นนักร้องจากภาคกลาง มาจากการประกวด กลัวด้วยการที่จะขึ้นไป พออยู่ด้วยบ่อยๆ ก็มีแฟนคลับเข้ามา เราก็ได้ทำงานกันบ่อยขึ้น แล้วระยะเวลาเราก็โสดด้วย ความใกล้ชิดมันก็ทำให้สานต่อได้

แต่เราก็ไม่ย่อยนะคุยเยอะอยู่?

ซัน : พอได้ครับ

แล้วจุดไหนที่รู้สึกว่าแพรวพราวน่ารัก?

ซัน : ระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันมากกว่า ย้อนกลับไปผมก็เป็นหนุ่มที่ใช้ได้อยู่เหมือนกัน

แพรวพราว แสงทอง

คำว่าใช้ได้ของเค้าคือยังไง?

แพรวพราว : แพรวก็ได้ยินสรรพนามเค้า เหมือนเราไม่ได้ติดตามเค้า คนใกล้ชิดบอกว่า ซันติดต่อมาให้ไปรับเชิญลิเก เค้าก็บอกว่าคนนี้เจ้าชู้นะ แต่เวลาที่เค้าคุยกับเรา แพรวรู้สึกว่าคนนี้เป็นเด็กกะล่อน เจ้าชู้ ชอบเตาะ

ซัน : เวลาอยู่กลุ่มเพื่อน ด้วยความเป็นผู้ชาย ผมว่ามันไม่แปลกการที่เราเจอคนสวย ก็แบบคนนี้สวย เอาไอจีมาดูสิ ตามภาษาเรา ในยุคตอนนั้น แต่ผมว่ามันเป็นการหล่อเลี้ยงให้เราได้เติบโต แล้วรู้ด้วยตัวเอง ถ้าสมมติว่าเราจะมีครอบครัวตอนนี้เลย ผมคิดว่าเราคงไม่ทำประเด็นนั้นเกิดขึ้น แต่พอเราได้อยู่กับเค้าบ่อย เราเริ่มคุยกับเพื่อนสนิท ต้องเริ่มเคลียร์ตัวเองแล้ว เค้าก็มีลูกมาแล้วด้วย ไปเล่นๆ ไม่ได้

คุยหลายคนแล้วทำไมต้องชอบคนนี้ ?

ซัน : ก่อนหน้านี้ก็จะมีพูดคุยมา เพราะทำงานกับเค้า ก็มีคุยบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดนั้น ผมก็ต้องเริ่มเคลียร์ตัวเอง

แพรวพราว แสงทอง : คุยบ้างอ่ะ คบไหมหรือแค่คุย

ซัน : ไม่ได้คบครับ แค่คุย

อะไรที่ตัดสินใจให้เราไปเคลียร์กับคนอื่น ชอบอะไรในตัวเค้า?

ซัน : ความเป็นแม่ เราได้สัมผัสและเราเห็น เมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้นะ ตรงนี้เค้าค่อนข้างที่จะผ่านอะไรมาเยอะพอสมควร เค้าโตจริงๆ เราจะไปเล่นไม่ได้ แต่ก็ถามตัวเองก่อนว่าเราพร้อมมั้ย เป็นเพราะกิเลส หรือเป็นเพราะอะไร สุดท้ายเราก็ได้คำตอบ บางทีเห็นมุมที่เค้าไม่เคยคุยกับใคร เค้าดิ่ง อยากเป็นกำลังใจ ก็คลุกคลีอยู่กับเค้า ก็บอกเค้าแล้วเริ่มจีบจริงจัง แต่ผมก็คิดตัวเองเรียบร้อยแล้ว

แพรวพราว : พอเค้าบอกว่าอยากเริ่มจีบ อยากเริ่มจริงจัง คุยตรงๆ ได้ไหม เรามาลองเปิดใจดูไหม เค้าก็รู้ว่าเค้าจะต้องมีผู้หญิงที่ยังคุยอยู่ ก็เลยบอกว่างั้นซันไปเคลียร์ตัวเองก่อนแล้วกัน ยังไงก็ค่อยคุยกันต่อ ไปถามตัวเองเยอะๆ ก่อน ลูก2 นะ ถ้าคบใครแพรวไม่ได้เล่นนะ ที่จริงเราก็ยังไม่ได้อยากคบ คิดว่าเค้ายังอายุน้อย แล้วลูกเรา 2 คนอีก มีความกังวลทุกอย่างเลย

แต่ก็มีข่าวมาว่าช่วงแรกที่คบกันเป็นเพราะผลประโยชน์ ?

ซัน : ในมุมซัน มองว่าการที่เราได้ทำงานสายเดียวกัน เรื่องเวลา เรื่องการเข้าใจ โนการอธิบายอยู่แล้ว มันค่อนข้างที่จะรู้กันอยู่แล้ว แล้วเรื่องผลประโยชน์ผมว่าเราได้กันทั้งคู่ แฟนคลับสนับสนุนต้นทุนอยู่แล้ว แต่ในมุมของความรัก ผมมองว่าเราเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เราเป็นคนสาธารณะ คุณสามารถมาคอมเม้นต์ลบหรือบวกก็ได้ เพราะฉะนั้นผมมองว่าเรื่องของคนสองคนเราจะรู้ดีที่สุด ว่าเราทำอะไรกันอยู่ ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ผมว่าแพรวพราวเค้าโตพอจะมองออก ว่าผมเข้ามาทำไม เค้าจะเห็นต้นทุนตั้งแต่แรก

จะมองว่าผลประโยชน์ได้ยังไงเวลาไปทำงาน ซันเอาตังคืนพี่เค้าไปหมดเลย?

ซัน : ช่วงแรกเลยเค้าบอกอันนี้ค่าตัวนะ ผมบอกไม่เป็นไร เราแลกกันรับเชิญ

แพรวพราว แสงทอง : ตั้งแต่อีพีแรกที่เราไปรับเชิญ เค้าถามว่าจะเอาค่าตัวเท่าไหร่ ก็บอกว่าเรามาสลับกันรับเชิญ พอแพรวทำซันมาช่วย แล้วผลประโยชน์ของแพรวมันเยอะเกินคาด แพรวขายกลุ่มปิด ตั้งไว้ว่าน่าจะได้ประมาณ 2 พัน แต่มันได้ไป 4 พันกว่า มันก็เป็นจำนวนเงินที่เยอะ แพรวก็เลยโอนให้เค้า แล้วเค้าก็ด่าเรา โอนมาทำไม เอาคืนไป เอาบัญชีมาตอนนี้เลย ก็บอกว่าไม่เป็นไรเอาไปเถอะ ซันมาไกลด้วยจากชัยนาท เค้าบอกไม่ได้ช่วยก็คือช่วย พี่ยังไปช่วยผมเลย เค้าก็โอนคืนเรา

แล้วซันก็บอกว่าหลังจากนี้งานให้แพรวพราวเก็บเงิน ?

ซัน : เรื่องค่าตัวให้เค้าจ่ายกับแม่เลย แต่พักหลังมาร่วมงานกันได้ 2-3 เดือนแล้ว มันจะมีมาลัย จากแฟนคลับในด้อม เราก็มองว่าไม่ต้องให้ซันต่องานหรอก เก็บเองถ้าเป็นเงินแบงค์แบบนี้เดี๋ยวก็หาย ผมทำหายบ่อยมาก งั้นเก็บให้ฉันหน่อย ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้มานั่งคิด เออเราพูดไปแล้ว ก็คงต้องเก็บตลอดชีวิต

แพรวพราว แสงทอง

แพรวพราวมีดราม่าเยอะ เป็นสาเหตุให้บอกเลิกซันด้วย?

แพรวพราว : ใช่ แพรวก็เค้าไม่ไหว ดราม่าลามไปถึงครอบครัว เรามองว่าเราดึงเธอมาลำบากไหม ไม่อยากให้ดค้าต้องมาเจออะไรอย่างนี้ เราเจอมาจนชินแล้ว ฉันก็อยู่ของฉันได้ เธอถอยก็ได้นะ เราเลิกกันก็ได้ เธอไม่ต้องทนอยู่ แต่เค้าก็ไม่ยอมที่จะไป เหมือนเจออะไรก็เจอด้วยกัน ซันก็ยังยืนยันที่จะอยู่ตรงนี้

เพราะอะไรทำไมถึงไปต่อ?

ซัน : จริงๆ แอบตกใจครับ เพราะเซฟโซนที่ซันอยู่ไม่ได้มีดราม่าขนาดนี้ ไม่ว่าละครหรือร้องเพลง เราไม่ค่อยได้เจอแรงขนาดนี้ มาตรงนี้ปุ๊บ ต้องบอกว่าการตลาดแตกต่างกันแต่ละพื้นที่ แต่ละอาชีพการงาน เรามองว่ามันอะไร ทำไมเยอะจัง แค่เรื่องแค่นี้เอง แล้วเขาก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่บางอย่างมันจบลงไปแล้ว แต่เราเข้าใจได้ เค้าก็คือคนมีชื่อเสียงบนเวทีหมอลำ หรือโซเชียล แต่โซเชียลผมไม่เก่งเลย เราเลยมองว่าถ้าเราเลือกตรงนั้นก็หมายความว่าเราเลือกโซเชียลนะ จริงๆ แล้ว ชีวิตเราปฏิบัติได้เหมือนทุกๆ คน เราแค่ไม่ต้องดู ถ้ามันก้าวร้าวหรือเยอะไป คิดว่ากฎหมายก็มี ให้ดำเนินตามกฏหมายไปดีกว่า ไม่จำเป็นต้องแลก เราทำงานของเราดีกว่า

จริง ๆ คนรอบข้างก็ไม่เห็นด้วยที่รักกัน?

แพรวพราว : แฟนคลับซันก็จะเป็นอีกกลุ่มนึง กลุ่มลิเก กลุ่มนักร้อง กลุ่มละคร บางคนจะมองว่าซันมีโอกาสไปเจอผู้หญิงสวยอีกเยอะแยะ แล้วลูกสองแล้วทำไมมาเลือกคบกับเรา บางคนก็ไม่เห็นด้วย ก็บอกซันว่าแพรวไม่ได้บังคับนะ ในมุมของเค้า บอกว่าคนที่จะรักซัน ถึงซันอยู่จุดไหน คบกับใคร เค้าก็ต้องเปิดใจ เค้าคงจะรักซันเหมือนเดิมแหละ ถ้าคนเค้ารักด้วยความจริงใจจริงๆ

ซัน : ผมมองว่าไม่วันนี้ พรุ่งนี้ หรืออนาคต เราก็ต้องมีครอบครัว คนที่ที่รักเรา ซัพพอร์ตเราเค้าต้องเข้าใจ มนุษย์คนหนึ่ง ก็ต้องมีความรัก แต่แค่ในวัยไหน ช่วงไหน

พอลูกน้องเริ่มรู้ว่ามีความรักเกิดขึ้น เค้าก็ไม่กล้าเตือน?

แพรวพราว : เค้าไม่กล้า แต่ที่จริงเค้าเป็นห่วง เพราะดีกเค้าเป็นผู้ชายค่อนข้างจะดื้อ ตอนแรกเค้ายังไม่พูด หลังๆ เค้าเริ่มเห็นว่าซันเริ่มจริงจัง ลูกน้องก็เลยมาสารภาพว่า เป็นห่วง คิดว่าเราจะไปหลงเสน่ห์พระเอกลิเก เค้าก็ไม่กล้าพูด แต่พอเห็นซันเข้ามาแบบจริงจัง จริงใจ ลูกน้องก็เลยมาสารภาพตรงๆ ว่าตอนแรกก็แอบกังวลและเป็นห่วง เห็นดราม่าเยอะ แล้วก็เจออะไรมาเยอะ เค้าก็อยากให้เรามีความสุข พอมาเห็นแบบนี้เค้าก็โล่งใจ ได้เห็นซันแบบจริงจังขนาดนี้

แต่อีกด่านที่สำคัญมากคือเราเป็นคุณแม่ลูกสอง ผ่านด่านลูกยังไง?

แพรวพราว แสงทอง : ตอนแรกทะเลาะเลยค่ะ เพราะเค้าคิดว่าเราเป็นคนในโซเชียล มีดราม่าจะโยงเรื่องลูกนู้นนี่นั่น เค้าไม่เล่นกับเด็กเลย แล้วเราก็มองว่าเธอไม่เอ็นดูลูกฉันหรอ เธอไม่รักเด็กหรอ แพรวก็ทะเลาะกับเค้า ถ้าเป็นอย่างนี้คือโน

ซัน : ในส่วนของซันมองว่าเราจะมีความเกร็งๆ บ้างในช่วงแรก แล้วเค้าเองก็มีเรื่องราวอดีตมาด้วย ไม่ได้สนว่าถ้าหลุดไปคนจะดราม่า เพราะทำก็ดราม่า ไม่ทำก็ดราม่าอยู่แล้ว เราค่อนข้างจะเกรงใจว่ามันจะไปยุ่งกับเซฟโซนทางป้าเค้าด้วย จนเราเอาคำหูดเค้ามาคิด ถ้าเราจะจริงจังกับเค้า นั่นคือลูกเค้า เด็กไม่รับรู้อะไร เราก็เลยเริ่มเล่น เพราะซันชอบเล่นกับเด็กอยู่แล้ว จนสุดท้ายก็เล่นด้วยกัน มันไม่มีอะไรเลย

แพรวพราว : หลังจากที่ทะเลาะกัน เค้าก็เริ่มเข้าหาเด็ก แต่ก็คิดทำเอาใจฉันหรือเปล่า ก็มีการลองใจสเต็ป 1,2,3 เช่นเราจะถามกันทุกวัน พรุ่งนี้ไปไหน พรุ่งนี้ตื่นเช้าหน่อยจะไปส่งลูกที่โรงเรียน ไปด้วยกันไหม แต่เช้านะต้องออกจากบ้าน 06.30 ต้องตื่นตี5 เราคิดว่าเขาคงไม่มาหรอก เพราะเรานอนดึก ตื่นไม่ไหว แต่พอถึงเวลาเขาโผล่มา เค้าไปทัน หลังจากนั้นก็เคยลองใจพาไปเล่นเครื่องเล่น แพรวจะดูว่าเขาจะเอ็นจอยกับเด็กไหม พาเล่นแล้วเด็กมันชอบ น้องคนโตเขาจะติดมาก แม่พี่ซันไปไหน พี่ซันมาหรือยัง พอพาเด็กไปเล่นครั้งนึงใช่ไหม ต่อมาเด็กไม่ชวนแล้ว คนนี้ชวน คนนี้เริ่มสนุก

ซัน : ดูมีความคลายเครียด อีกมุมนึงทำให้เราย้อนกลับไปว่ามันก็สนุกเหมือนกัน ได้เห็นเด็กขำ

แพรวพราว : ก็มีแอบถ่ายคลิปตอนเค้าเล่นกับเด็กลงในกลุ่มบ้าน มันทำให้แพรวเปิดใจกับเค้ามากขึ้น

ก่อนที่จะตัดสินใจคบกัน เราบอกลูกยังไง?

แพรวพราว : ก็ลองคุยเล่นๆ ดู นาริตะ พี่ซันเป็นเพื่อนแม่ได้ไหม ได้สิ แล้วถ้าพี่ซันเป็นแฟนแม่ได้ไหม แล้วนางก็เขิน ได้ไหม ได้ค่ะ เราจะรู้เลเวลของลูกยังไม่ถามเลย จะค่อยๆ ซึมซับก่อน

หลายคนอยากรู้ คบกัน 7-8 เดือน แล้วแต่งงานเลยมันเร็วไปไหม?

ซัน : เร็วมากเลยครับ ซันมองว่าชีวิตคู่มันอยู่ที่เราคุยกันมากกว่า จะตอนไหน เมื่อไหร่ สุดท้ายแล้วผมก็ขอแต่งงานอยู่ดี เราขอแต่งงานในช่วงนี้ในวัยของเราจะเร็วไปหรือเปล่า แต่ด้วยประสบการณ์เราอาจจะโตไวกว่าเพื่อนแถวบ้าน เพราะด้วยเราทำงานเลย คือไม่เร็วก็ช้ามันก็ตัดสินใจ

หลายคนก็คิดว่าท้องก่อนแต่งหรือเปล่า ?

แพรวพราว : ถ้าท้องไม่ปิดแน่นอน เราลูกสองไม่มีอะไรต้องมาปิดเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นคือไม่ท้องล้านเปอร์เซ็นต์

ซัน : เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงพรุ่งนี้หรือเปล่า

อายุห่างกัน 14 ปีกลัวไหมว่าอายุจะเป็นช่องว่างระหว่างวัย?

ซัน : ณ ตอนนี้ซันไม่ได้กลัว หลายคนก็จะสงสัยซันโตได้อีก แต่เค้าก็จะอายุมากขึ้น ผมมองว่าเราต้องใส่ใจซึ่งกันและกันบ่อยๆ ให้มันเป็นการเคยชิน ไม่ปล่อยให้ทะเลาะกันข้ามคืนให้มันจบภายในวันนั้นเลย ผมว่าเรื่องตรงนี้มันอยู่ที่ซันด้วย จะพูดให้ฟังว่าเราจะเสมอต้น เสมอปลายให้มากที่สุด วันไหนที่ออกนอกลู่ นอกทาง ยังมีพ่อแม่และอีกหลายคนที่คอยเตือน เพราะว่าหลายๆ คนก็จับตามองด้วย สิ่งสำคัญที่สุดเลย เราต้องครองรักกันให้เสมอต้น เสมอปลาย เตรียมรับมือกับอนาคตที่ต้องเจอ

แพรวพราว: แพรวไม่ได้กลัว แต่อยากทำทุกวันให้มีความสุขมากกว่า ณ ตอนนี้เรามีความสุข ณ จุดไหน เราโฟกัสที่ความสุขมากกว่า ที่สำคัญเขารักลูกเรา รักครอบครัวเรา แค่นั้นเลย

แพรวพราว แสงทอง

อ่านข่าวเพิ่มเติมม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...