ฝากขังเช้านี้ ‘ดาบตำรวจขโมยปืนหลวง’ โรงพักปากเกร็ด รับสารภาพขโมยจริง ทำมา 4-5 ปี เหตุติดพนัน
วันนี้(21 ต.ค.) ภายหลังเจ้าหน้าตำรวจจับกุมตัว ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ตำรวจสังกัด สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในฐานความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ หลังก่อเหตุขโมยปืนหลวงกว่า 100 กว่ากระบอก ได้ที่ จ.หนองคาย เมื่อช่วงเย็น ที่ผ่านมานั้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร เปิดเผยภายหลังร่วมสอบสวนผู้ต้องหา ว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงคนเดียว มีหน้าที่ดูแลคลังอาวุธโรงปืน ของ สภ.ปากเกร็ด จากนี้ต้องขยายผลต่อไปว่ามีผู้ร่วมขบวนการหรือไม่ โดย ผกก.สภ.ปากเกร็ด ไล่ตรวจสอบอาวุธปืนจนทราบว่า ปืนหายไปจำนวนมาก ประมาณ 120 กว่ากระบอก แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่ามากกว่า 120 กระบอก ซึ่งตัวผู้ต้องหาเองหมดปัญญาจะเอาปืนมาคืน จึงหลบหนีไปอยู่แถวชายแดนได้ 7-8 วันแล้ว แต่ข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อบ้านไม่ได้ จนถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้บังคับบัญชาไล่ลงมาตั้งแต่ ผกก. , รอง ผกก.ป.มีความบกพร่องในหน้าที่ ปล่อยปละละเลย ทั้งๆ ที่เคยเกิดเหตุลักษณะนี้ที่ จ.ระยอง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.คนเก่า และตนสมัยเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เคยกำชับเป็นหนังสือกันเรื่อยมา แต่ก็ยังเกิดขึ้นอีก โดยพล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์. ผบ.ตร. กำชับต้องตามปืนกลับมาให้ครบ โดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันเหตุร้าย
ขณะเดียวกัน ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. ระหว่างที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาอยู่นั้น ตำรวจชุดสืบสวนได้ข้อมูลมาว่า มีประชาชนนำปืนที่รับซื้อไปมาวางคืนไว้ที่หน้าสโมสรตำรวจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปนำปืนดังกล่าว ซึ่งบรรจุไว้ภายกระเป๋าเดินทางสีแดงเลือดหมูขนาดใหญ่ ลงมายังห้องสอบปากคำ
ภายหลังสอบปากคำผู้ต้องหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผู้ต้องให้การรับสารภาพทั้งหมด และให้การเป็นประโยชน์ ว่า เอาปืนไปขายและจำนำที่ไหน อย่างไรบ้าง ผู้ต้องหาระบุว่าทำแบบนี้มา 4-5 ปีแล้ว ซึ่งการนำปืนออกมา นำออกมาทีละ 2-3 กระบอก ซึ่งเป็นจำนวนน้อย ไม่จำเป็นต้องหลบหลีก ถ้าหากผู้บังคับบัญชาไม่ตรวจสอบโดยละเอียด ก็จะไม่รู้ว่าปืนหายไป
เมื่อถามว่าหากผู้ต้องหาทำแบบนี้มา 4-5 ปี ช่วงที่ปรับเปลี่ยนผู้บังคับบัญชา ไม่มีการตรวจสอบเลย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นบทเรียน ต้องเป็นบทเรียนให้หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้กำกับทุกสถานี ต้องเข้มงวดกวดขัน จริง ๆ แล้วตามหลัก มีกฎเกณฑ์อยู่แล้วแต่ขึ้นอยู่กับคนปฏิบัติ และความใส่ใจ จากนี้ต้องตื่นตัวกับทุกเรื่องไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาวุธปืน แต่อาวุธปืนถือเป็นสิ่งอันตราย เมื่อไปอยู่ในมือของคนไม่ดี ก็อาจจะใช้นำไปก่อเหตุอาชญากรรมหรือเหตุต่าง ๆ ได้ และจากนี้หากพบว่าผู้กำกับคนไหนมีความบกพร่อง ก็จะมีหนังสือสั่งย้ายทันที พร้อมยอมรับว่า วันนี้ความเชื่อมั่นของประชาชนอาจจะไม่ไว้วางใจ แต่ตำรวจก็ต้องทำให้มีหลักเกณฑ์ กติกา ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อบกพร่องต้องลงโทษตามข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ มั่นใจว่าภายใน 2-3 วัน จะสามารถนำปืนกลับมาได้จนครบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปูพรมค้นหาตั้งแต่คืนที่ผ่านมา และจะทำการสอบสวนให้แล้วเสร็จ และนำฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรีวันนี้ก่อนเวลา 12.00 น.
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุอีกว่า ตอนนี้ได้ปืนกลับคืนมาแล้ว 27 กระบอก จากการที่มีประชาชนนำมาวางไว้ที่สโมสรตำรวจ แต่ยังไม่ทราบว่าใครนำมาวางไว้ แม้ว่ายังไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่ดูได้หมดอยู่แล้วว่าเป็นใคร ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้ต้องรอให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบโดยละเอียดทั้ง DNA , ลายพิมพ์นิ้วมือ ลายพิมพ์ฝ่ามือ ฯลฯ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฝากถึงประชาชนที่รับซื้อปืนไป ที่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ สามารถติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำปืนมาคืนได้ ทางตำรวจก็จะได้สอบปากคำว่ารับไว้ด้วยเจตนาใด แต่เบื้องต้นมีความผิดอยู่แล้ว เช่น ข้อหารับของโจร
พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รู้เป้าหมายที่นำไปขายแล้วประมาณ 9 จุด เป็นลักษณะทั้งรายบุคคลและร้านค้าที่รับซื้อ จากข้อมูลตอนนี้มีเพียงแค่ปืนอย่างเดียวไม่มีกระสุนปืน ปืนที่หายไปคือปืนกล็อก , ปืนซิกซาวเวอร์ และปืนลูกโม่ ส่วนปืน M4 อยู่ระหว่างสอบสวน ซึ่ง ด.ต.เชาวลิต นำไปขายและจำนำกระบอกละประมาณ 20,000 บาท เท่าที่ถามคือต้องการนำเงินไปเล่นการพนัน