โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 อุทยานเฉลิมพระเกียรติ 279 ไร่ “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 15.37 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2565 เวลา 06.37 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.๙

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อประดิษฐานบนแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

จุดสำคัญภายในพื้นที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ คือ พระบรมราชานุสาวรีย์ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งถือเป็นหัวใจและศูนย์กลางของอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

พระบรมรูปมีความสูง 5.19 เมตร เป็น 3 เท่าของพระองค์จริง ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ สูง 18.7 เมตร จะทำให้ประชาชนมองเห็นอนุสาวรีย์ได้จากถนนรอบนอกพื้นที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งถนนศรีอยุธยา ถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก

บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นรูปไข่ 2,073 ตารางเมตร บนเนินสูง 7 เมตร โอบล้อมด้วยสวนป่าผสมผสาน อยู่บนผังแปดเหลี่ยม ตามคติพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ อันเป็นสัญลักษณ์เบื้องแรกแห่งการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ “ป่า” และ “น้ำ”

“อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” พัฒนาจากที่ดินเดิมของสนามม้านางเลิ้ง ที่หมดสัญญาเช่าจากสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันกำลังได้รับการพัฒนาครั้งใหญ่ให้เป็น “สวนสาธารณะ” แห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ใจกลางเมืองของคนกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2567

โครงการพัฒนาพื้นที่เป็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เกิดจากพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แนวพระราชดำริของทั้ง 2 พระองค์ผ่านองค์ความรู้เรื่องป่าและน้ำ ซึ่งนำมาเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ตามพระราชดำรัสสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 ณ บ้านถ้ำคิ้ว อ.ล่องดาว จ.สกลนคร ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ”

เมื่อสร้างแล้วเสร็จ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะเป็นทั้งสวนสาธารณะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับป่าและน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระทัยและทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

การออกแบบภายในอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ยังมีความเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อาทิ การออกแบบบ่อน้ำและสะพานเป็นเลข ๙ สะพานหยดน้ำพระทัย และสะพานไม้เจาะบากง ซึ่งจำลองมาจากสะพานที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2524 ที่บ้านเจาะบากง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เวลา 17.00 น.

ความสุขที่ยั่งยืน

อีกไม่ช้า อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะกลายเป็นสวนแห่งความสุขที่ยั่งยืนของคนไทยและทั่วโลก ซึ่งเป็นที่ดินในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชน เพื่อเป็นสวนสาธารณะ และแหล่งความรู้ธรรมชาติ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 279 ไร่

ในพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2564 มีการจัดแสดงนิทรรศการอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เผยแพร่พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้

ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แนวพระราชดำริของทั้ง 2 พระองค์ผ่านองค์ความรู้ โดยนำแนวคิดหลักในการออกแบบสวนที่ประกอบด้วยผังแม่บทโครงการ จัดแสดงพื้นที่น้ำ 47 ไร่ พื้นที่สีเขียว 105 ไร่ และพื้นที่จอดรถยนต์ 700 คัน ที่จอดรถบัส 9 คัน

ดังที่กล่าว นอกเหนือจากแนวคิดการออกแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ที่โอบล้อมด้วย “สวนป่า” ขณะที่แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์จะตั้งอยู่บนผังแปดเหลี่ยม ตามคติพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ อันเป็นสัญลักษณ์เบื้องแรกแห่งการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น

แนวคิดหลักของการออกแบบโครงการจะประกอบด้วย “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” รวมทั้งแนวคิดการบริหารจัดการน้ำ อาทิ แก้มลิงโครงการใหม่ บ่อน้ำเลข ๙ กังหันน้ำชัยพัฒนา ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของแหล่งน้ำ ที่สิ่งมีชีพทุกสรรพสิ่งทั้งคน สัตว์ และพืชพรรณธรรมชาติ จะได้อาศัยอยู่ร่วมกัน ท่ามกลางระบบนิเวศของฝายและป่าต้นน้ำอย่างแท้จริง นับเป็นสถานที่แห่งใหม่ที่จะทำให้คนไทยมีความสุขใจอย่างยั่งยืน

โดยมีการ floating solar นำพลังงานที่ได้มาใช้ในพื้นที่บางส่วนของโครงการ รวมถึงการสูบน้ำจากปลายน้ำให้หมุนเวียนกลับขึ้นมาใช้อีกครั้งให้เป็นต้นน้ำ ที่มีพันธุ์ปลาหลากหลาย ทั้งปลากระโห้ ปลากระแห ปลาตะพาก ปลาตะเพียนขาว ท่ามกลางพืชที่ชุ่มน้ำ ด้วยวิธีกรองน้ำธรรมชาติให้ไหลสู่บ่อน้ำเลข 9

สำหรับการออกแบบพรรณไม้ในโครงการนั้น มีแนวคิดที่ละเอียด นับตั้งแต่หลักการจัดวางพรรณไม้ จัดวางตำแหน่งต้นไม้ อัตราการเจริญเติบโต ไม้มงคลพระราชทาน ประจำจังหวัด 77 จังหวัด รวมไปถึงเส้นทางการคมนาคมสัญจรภายในโครงการ ประกอบด้วยเส้นทางจักรยาน 3.5 กิโลเมตร กว้าง 5 เมตร เส้นทางวิ่ง 3.5 กิโลเมตร กว้าง 6 เมตร และเส้นทางเดิน

จากวีดิทัศน์โครงการจะเห็นพื้นที่สันทนาการและสนามกีฬา ที่มีลานออกกำลังกายกลางแจ้ง ลานกิจกรรมกลางแจ้ง ภาพในอดีตอันทรงคุณค่า และภาพจำลองโครงการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ทุกคนเฝ้ารอคอย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...