โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก Co-Payment ก่อนดีเดย์ 20 มี.ค.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

ในวันที่ 20 มีนาคม 2568 นี้ จะเป็นวันดีเดย์ให้ผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพฉบับใหม่จากบริษัทประกันชีวิต จะมีโอกาสต้องร่วมจ่าย (Co-pay) เบี้ยต่ออายุ หากมีการเคลมที่เข้าตามเกณฑ์เงื่อนไข ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ผู้ซื้อประกันควรต้องรับรู้ ดังนั้น Krungsri The COACH จึงให้ความกระจ่างโดยอธิบายว่า

Co-Payment คือการมีส่วนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในแต่ละครั้ง ซึ่งจะกำหนดและระบุเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่ายไว้ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ โดยให้ผู้ที่ทำประกันสุขภาพจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลในอัตราเปอร์เซ็นต์คงที่จากค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และต้องจ่ายทุกครั้งที่มีการเคลม

Co-Payment จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ซื้อประกันสุขภาพรายใหม่ที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป เท่านั้น โดยจะส่งผลกระทบในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ผู้ซื้อประกันสุขภาพรายใหม่มีการเคลมประกันจนเข้าเงื่อนไข Co-Payment ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ การเข้ารักษาพยาบาลครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นแบบ OPD หรือแบบ IPD จะต้องจ่ายค่าพยาบาลส่วนหนึ่งด้วย

ส่วนผู้ทำประกันสุขภาพรายเก่า ผู้ที่ต่ออายุกรมธรรม์ภายในเวลาที่กำหนด รวมถึงผู้ซื้อประกันสุขภาพรายใหม่ ที่ได้รับอนุมัติภายในวันที่ 19 มีนาคม 2568 จะไม่ได้รับผลกระทบนี้

Co-Payment สำหรับปีต่ออายุคืออะไร คือ Co-Payment สำหรับประกันสุขภาพที่ซื้อใหม่ หรือผู้ที่ซื้อประกันสุขภาพรายใหม่ ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นไป และกรมธรรม์เก่าที่ต่ออายุเกินกำหนด

ทั้งนี้ Co-Payment สำหรับปีต่ออายุ ไม่ต้องจ่ายตั้งแต่การเคลมครั้งแรก แต่จะจ่ายก็ต่อเมื่อมีการเคลมเกินความจำเป็นทางการแพทย์ หรือเคลมการป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Diseases) ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป และมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากค่ารักษาพยาบาลแบบ IPD ตั้งแต่ 2 เท่าของเบี้ยประกัน (เงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรมธรรม์) เป็นต้น

การป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Diseases) หมายถึงการป่วยเล็กน้อยทั่วไปใน 5 กลุ่มโรค ตามระบบ ICD-10 ได้แก่ (1) โรคระบบทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบ (Upper Respiratory Tract Infection) (2) ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (3) ท้องเสียเฉียบพลัน (Acute Diarrhea) (4) โรคเวียนศีรษะ (Vertigo) (5) โรคอื่น ๆ ที่บริษัทประกาศกำหนด โดยไม่ปรากฏโรคหรือภาวะแทรกซ้อน หรือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงหรือป่วยด้วยโรคอื่นตามมา

สำหรับความแตกต่างของรูปแบบความคุ้มครองประกันสุขภาพทั้ง 3 แบบนั้น 1.ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย บริษัทประกันจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมดตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และไม่เกินวงเงินต่อปีที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

2.ประกันสุขภาพแบบมีค่าใช้จ่ายส่วนแรก (Deductible จะกำหนดวงเงินที่ผู้ซื้อประกันต้องจ่ายค่ารักษาเองทุกครั้งที่มีการเคลม และบริษัทประกันเป็นผู้จ่ายส่วนเกินจากวงเงินที่เหลือ เช่น ค่ารักษาพยาบาล 400,000 บาท ในกรณี Deductible หากกำหนดไว้ 100,000 บาท ผู้ซื้อประกันต้องจ่ายเอง 100,000 บาท ที่เหลือเป็นบริษัทประกันจ่ายสินไหมทั้งหมด 300,000 บาท

3.ประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย (Co-Payment) จะกำหนดสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ซื้อประกันจะต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลทุกครั้งที่มีการเคลม เช่น หากกำหนดไว้ 30% สมมติค่ารักษาพยาบาล 300,000 บาท ผู้ซื้อประกันต้องจ่ายเอง 90,000 บาท และบริษัทประกันจ่ายส่วนต่างที่เหลือ 210,000 บาท เป็นต้น

Co-Payment จะกำหนดสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ซื้อประกันจะต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลทุกครั้งที่มีการเคลม เช่น หากกำหนดไว้ 30% สมมติค่ารักษาพยาบาล 300,000 บาท ผู้ซื้อประกันต้องจ่ายเอง 90,000 บาท และบริษัทประกันจ่ายส่วนต่างที่เหลือ 210,000 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้ การประกันสุขภาพแบบ Co-Payment จะมีอยู่ 2 รูปแบบหลัก 1.มี Co-Payment ตั้งแต่วันเริ่มทำประกันสุขภาพ สำหรับผู้ทำประกันสุขภาพที่เลือกซื้อแบบมีส่วนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในแต่ละครั้ง ซึ่งจะกำหนดและระบุเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่ายไว้ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ เพื่อลดภาระค่าเบี้ยให้น้อยลง หรือต้องการจ่ายเบี้ยถูกลง

2.Co-Payment ในเงื่อนไขปีต่ออายุสัญญากรณีครบรอบปีกรมธรรม์ (Renewal) สำหรับผู้ทำประกันสุขภาพรายใหม่ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย (Renewal) จะใช้เงื่อนไข Co-Payment ในช่วงที่มีการต่ออายุสัญญาประกันสุขภาพ โดยมีเกณฑ์ดังนี้

ผู้เอาประกันมีการเรียกร้องผลประโยชน์จากการป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Diseases) หรืออาการที่ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล จำนวนการเคลมมากกว่า หรือเท่ากับ 3 ครั้งต่อปีกรมธรรม์ และมีค่าสินไหมทดแทนมากกว่าหรือเท่ากับตั้งแต่ 200% ของเบี้ยประกันสุขภาพปีต่ออายุในปีกรมธรรม์นั้น จะต้องร่วมจ่าย 30% ทุกค่ารักษาในปีกรมธรรม์ถัดไป

ผู้เอาประกันมีการเรียกร้องผลประโยชน์สำหรับโรคทั่วไป แต่ไม่นับรวมการผ่าตัดใหญ่และโรคร้ายแรง กรณีมีจำนวนการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 3 ครั้งต่อปีกรมธรรม์ และค่าสินไหมทดแทนมากกว่าหรือเท่ากับ 400% ของเบี้ยประกันสุขภาพปีต่ออายุในปีกรมธรรม์นั้น จะต้องร่วมจ่าย 30% ทุกค่ารักษาในปีกรมธรรม์ถัดไป

หากผู้เอาประกันเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 กรณีข้างต้น จะต้องร่วมจ่าย 50% ทุกค่ารักษาในปีกรมธรรม์ถัดไป

สำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์แบบเหมาจ่ายก่อนที่จะมีประกาศใช้เรื่อง Co-Payment ถ้ายังไม่ถึงช่วงต่ออายุสัญญาก็ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะคปภ.แจ้งแล้วว่า ทางบริษัทประกันจะต้องระบุเงื่อนไข Co-Payment สำหรับปีต่ออายุให้ผู้เอาประกันทราบตั้งแต่วันเริ่มทำประกันสุขภาพ โดยต้องระบุไว้ในกรมธรรม์ และไม่สามารถเพิ่มเติมเงื่อนไขดังกล่าวในภายหลังได้ ฉะนั้น ก็ต้องกลับไปเช็กสัญญา (กรมธรรม์) ดู และควรหลีกเลี่ยงการเคลมประกันที่เข้าเงื่อนไข เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบตอนต่ออายุสัญญา

แม้จะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขเรื่อง Co-Payment แต่การทำประกันสุขภาพยังคงมีความน่าสนใจ และจำเป็นอยู่ เพราะยังสามารถช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็น โดยเฉพาะในกรณีที่ตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งมักมีค่ารักษาพยาบาลสูง หรือกรณีที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ประกันสุขภาพยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้

สำหรับข้อดีของ Co-Payment คือ เบี้ยประกันสุขภาพถูกลง ทำให้สามารถเข้าถึงประกันสุขภาพได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจว่าเป็นคนสุขภาพดีและแข็งแรง ส่วนข้อจำกัดคือ ต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม หากเข้าเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ จึงไม่เหมาะกับคนที่มีการเจ็บป่วยด้วยการป่วยเล็กน้อยบ่อย ๆ ซึ่งอาจทำให้เข้าเงื่อนไข Co-Payment นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...