โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘TikTok’ เริ่มทดสอบโหมด ‘วิดีโอแนวนอน’ ท้าชน ‘YouTube’

Positioningmag

อัพเดต 19 ธ.ค. 2565 เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2565 เวลา 05.35 น.

หากพูดถึงต้นตำรับ ‘วิดีโอสั้น’ และ ‘วิดีโอแนวตั้ง’ แน่นอนว่าต้องเป็น‘TikTok’ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสัญชาติจีนที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก และความ Hot ดังกล่าวก็ทำให้แพลตฟอร์มโซเชียลดั้งเดิมต่างก็ต้องพัฒนาฟีเจอร์วิดีโอสั้นแนวตั้งออกมาแข่งขัน แต่ล่าสุด TikTok ก็ขอก้าวไปในโลกของ ‘วิดีโอแนวนอน’ ซึ่งคนที่ต้องปาดเหงื่อก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็น ‘YouTube’

แม้จะเป็นผู้บุกเบิกวิดีโอสั้น แต่ล่าสุด TikTok ก็ได้เริ่มทดสอบโหมด แนวนอน (Landscape) กับผู้ใช้ทั่วโลก โดยผู้เชี่ยวชาญบางคน มองว่า ฟีเจอร์ใหม่นี้จะทำให้ TikTok สามารถแข่งขันโดยตรงกับแพลตฟอร์มวิดีโอเบอร์ 1 อย่างYouTube
ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์วิดีโอแนวนอน แต่อีกหนึ่งในสัญญาณของ TikTok ที่ส่งออกมาว่าจะแข่งขันกับ YouTube มากขึ้นก็คือ การเพิ่มความยาวของวิดีโอเป็นไม่เกิน 10 นาที จากที่ก่อนหน้านี้แพลตฟอร์มจะจำกัดความของวิดีโอที่ไม่เกิน 3 นาที ซึ่งการเพิ่มทั้งความยาวและวิดีโอแนวนอนจะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ที่เป็น ผู้ใหญ่ มากขึ้น
"ดูเหมือนว่าเป้าหมายคือการดึงดูดผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะวิดีโอในกลุ่มการเรียนการสอน หรือให้ข้อมูลความรู้ ซึ่งโหมดเต็มหน้าจอน่าจะเป็นที่ต้องการมากกว่า" Paul Triolo ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของบริษัทที่ปรึกษา Albright Stonebridge Group กล่าว
ขณะที่ Carolina Milanesi ผู้ก่อตั้งที่ปรึกษา The Heart of Tech มองว่า ฟีเจอร์ใหม่นี้จะทำให้ TikTok ดึงดูดใจเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากขึ้น และแม้ว่าทั้ง 2 แพลตฟอร์มจะส่งสัญญาณการแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้น แต่ Jonathon Hutchinson อาจารย์อาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ เชื่อว่าทั้ง YouTube และ TikTok จะเติบโตต่อไป
ที่ผ่านมา TikTok ถือเป็นแอปยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นทั่วโลก โดยมียอดดาวน์โหลดรวมทั่วโลกเกือบ 4 พันล้านครั้ง แม้จะมีการเติบโตอย่างสูง แต่ TikTok เองก็ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกตรวจสอบจากหลาย ๆ ประเทศอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ส.ของสหรัฐฯ เสนอให้แบน TikTok เนื่องจากพวกเขาอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ
นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้แบน TikTok ในประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย ในขณะที่ไต้หวันเพิ่งแบน TikTok จากอุปกรณ์สาธารณะ ส่วนอินเดียก็แบน TikTok ไปตั้งแต่ปี 2020 เนื่องจากมีข้อพิพาททางการทหาร
Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...