โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิกฤตอาหารโลก ดัน หุ้นเด่น "CPF-GFPT-TU-TFG" รับอานิสงส์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ค. 2565 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 02.23 น.

สัญญาณวิกฤตอาหารโลกที่เริ่มเห็นชัดขึ้น จากการที่มีหลายประเทศเริ่มประกาศระงับการส่งออกสินค้า อาทิ ข้าวสาลี ปาล์มน้ำมัน น้ำตาล ไก่ เป็นต้น

หลายคนมองว่านี่อาจจะเป็นโอกาสของประเทศไทยในฐานะครัวโลก ซึ่งในมุมของการลงทุน หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเหล่านี้ที่มีการส่งออก น่าจะได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย

“ธรีทิพย์ วงษ์แสงไพบูลย์” ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยประเมินสัญญาณวิกฤตขาดแคลนอาหารโลก จุดเริ่มต้นเกิดจากผลอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นหลัก เนื่องจากแต่ละประเทศเริ่มควบคุม ลดการส่งออก เพื่อกดราคาช่วยคนในประเทศ

โดยมีสาเหตุจากสงครามรัสเซียและยูเครน ดังนั้นหากสงครามยืดเยื้อยาวนาน อาจจะมีผลสืบเนื่องที่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ หากมองว่าสงครามมีโอกาสจบได้อย่างน้อยภายใน 3-6 เดือน โอกาสที่สถานการณ์ราคาสินค้าและภาวะซัพพลายอาหารโลกที่ตึง ก็น่าจะผ่อนคลายลงหลังจากนั้นได้

แต่ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาสินค้าหลายอย่างปรับตัวเพิ่มขึ้น หลาย ๆ ประเทศมีการประกาศควบคุมการส่งออก จะสะท้อนถึงราคาผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างยืนสูง ซึ่งตรงนี้จะได้ประโยชน์กับผู้ผลิตและส่งออกที่ยังมีศักยภาพในการส่งออกได้อยู่

“ผู้ประกอบการไทยที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ที่มีโอกาสตรงนี้ ได้แก่ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF), บมจ.จีเอฟพีที (GFPT), บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) และ บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เพราะมีการผลิตเพียงพอสำหรับตลาดในประเทศและมีโอกาสในการส่งออก

ขณะที่ภาพรวมการเปิดประเทศในหลาย ๆ ภูมิภาคช่วยผลักดันดีมานด์ และในระยะสั้นทิศทางค่าเงินบาทยังอยู่ในฝั่งอ่อนค่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ประโยชน์อย่างเดียว เพราะเงินเฟ้อไม่ได้ขึ้นเฉพาะราคาอาหาร

แต่ราคาพืชผลเกษตรอย่างข้าวโพดและถั่วเหลือง ซึ่งเป็นต้นทางการผลิตอาหารสัตว์ก็ไล่กันขึ้นมาด้วย รวมถึงค่าขนส่งตั้งแต่ค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงมาตั้งแต่ปีที่แล้ว”

ทั้งนี้ ปัจจุบันเนื้อหมูไม่มีปัญหา เพราะส่วนใหญ่ซัพพลายในประเทศ ถึงแม้ไทยจะเกิดโรคอหิวาต์หมู (ASF) ก็ยังไม่รู้สึกถึงการขาดแคลน แต่ราคาจะยืนอยู่ในระดับสูงมากกว่าในอดีต ซึ่งไม่แตกต่างมากนัก เมื่อเทียบราคาในต่างประเทศ

ส่วนเนื้อไก่ก็ไม่มีภาวะขาดแคลน และยังมีศักยภาพในการส่งออกได้ แต่ราคาก็ปรับตามราคาเนื้อหมู เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่ทดแทนกันในราคาที่ถูกกว่า

“ถ้าสังเกตจากปริมาณการเลี้ยงไก่กับปริมาณการผลิต มี gap อยู่มากพอสมควร โดยเราไม่ใช่เป็นผู้ผลิตอันดับ 1 ใน 5 แต่เป็นผู้ส่งออก 1 ใน 5 ของโลก คือ มีกำลังการผลิตเพื่อส่งออก”
“ธรีทิพย์” กล่าวอีกว่า ประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการผลิตส่งออกเนื้อไก่น่าจะมีสูงในภาวะหลาย ๆ ประเทศควบคุมการส่งออก เนื่องจากไก่ใช้เวลาเลี้ยงไม่นาน

และตอนนี้ไม่มีปัญหาโรคระบาดในประเทศ อาจจะขยับปรับได้เร็ว หากมีดีมานด์กลุ่มประเทศที่เป็นผู้นำเข้าแต่บางประเทศห้ามการส่งออก โดยประเทศไทยเมื่อปี 2564 ผลิตเนื้อไก่ประมาณ 3.3 ล้านตัน บริโภคในประเทศ 2.3 ล้านตัน และส่งออกประมาณ 9 แสนตัน-1 ล้านตัน

“ถ้าประเมินเปอร์เซ็นต์การส่งออกจากไทยไปต่างประเทศ GFPT อาจจะดูโดดเด่นกว่า แต่ในเชิงผู้เล่นรายใหญ่และการหาตลาดก็ได้ประโยชน์เกือบทุกบริษัท อย่างเช่น ในบางประเทศที่มีการปรับราคาขึ้น โอเปอเรชั่นของเขาที่อยู่ในประเทศนั้นก็จะได้ผลจากราคาไปเลย”

ขณะที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) วิเคราะห์กรณีมาเลเซียระงับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก มีผลวันที่ 1 มิ.ย. 2565 ว่า จะกระทบสิงคโปร์มากสุด เนื่องจากนำเข้าไก่จากมาเลเซีย 1 ใน 3 ของการนำเข้าขณะที่ไทยส่งออกไก่ไปสิงคโปร์แค่ 3% ของมูลค่าส่งออกไก่รวม โดยประเมินว่า GFPT น่าจะได้ประโยชน์ที่สุด

ด้าน บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์กรณีมาเลเซียระงับส่งออกไก่ ถือเป็นโอกาสของไทยที่ได้ผลบวกจากการที่ลูกค้าบางส่วนหันมาซื้อไก่จากไทยมากขึ้น เช่น สิงคโปร์ เป็นต้น จึงเป็นผลบวกต่ออุตสาหกรรมไก่ไทยที่จะมีตลาดส่งออกไก่เพิ่มขึ้น ทั้ง GFPT,TFG และ CPF

โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2565 ของ TFG จะฟื้นตัวถึง 240% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และคาดว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2565 จะเติบโตต่อเนื่อง จากแนวโน้มราคาไก่และสุกรปรับเพิ่มขึ้น กำหนดราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 6 บาท อัพไซด์ 23.5% แนะนำ “ซื้อ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...