โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มหวิดหลังหัก กลายเป็มอัมพาต หลังพยายามก้มลงไปอมจู๋ของตัวเองเพื่อสำเร็จความใคร่

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 13 ก.พ. 2565 เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 09.25 น. • Bright Today

หนุ่ม ใช้ปากช่วยตัวเอง ก้มลงไปอมจู๋ เล่นท่ายากจนหวิดหลังหัก ค้างอยู่ท่าเดิม 20 นาที กลายเป็มอัมพาตชั่วขณะ

เชื่อว่าชายหนุ่มหลายคนมักมีประสบการณ์การช่วยตัวเองกันเป็นเรื่องปกติ ทั้งแบบพื้นฐานและแบบแอดว๊านซ์ ตามรสนิยมแล้วความพึงพอใจของแต่ละคนซึ่งไม่ว่าจะท่วงท่าไหนๆหรือใช้อะไรหากไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นก็จัดกันไปให้เต็มเหนี่ยวอีกทั้งยังมีงานวิจัยระบุว่าการช่วยตัวเองบ่อยๆจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย

แต่สำหรับหนุ่มรายหนึ่งการช่วยตัวเองแบบพื้นฐานตกปกติทั่วไปไม่ใช่คำตอบเนื่องจากเขามักจะก้มตัวลงไปอมอวัยวะเพศของตัวเองเพื่อสำเร็จความใคร่ ซึ่งด้วยท่วงท่าอันพิสดารนี้เองหลายคนอาจมองว่าผิดแปลกแต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องปกติมากๆเพราะว่าด้วยเรื่องรสนิยมทางเพศหากไม่มีใครได้รับความเดือดร้อนก็ถือว่าไม่มีความผิด

แต่ไอ้การใช้ท่าก้มตัวนี้เองทำให้ชายหนุ่มรายนี้ถึงกับต้องเป็นอัมพาตชั่วขณะโดยเรื่องราวนี้ถูกเล่าด้วยความตั้งใจจะเปิดเผยเรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นๆreddit โดยระบุว่า การก้มตัวอมของตัวเองแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา ที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ครั้งล่าสุดนี้มันทำให้หลังของเขาไม่ปกติอีกต่อไป ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มทำกิจกรรมช่วยตัวเอง เขาได้ยืดเส้นยืดสายเช่นทุกครั้ง

ภาพประกอบจาก wiki-how

เพื่อให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและจนเมื่อเขาก้มลงไปเขาก็ได้ยินเสียงแตกที่หลังซึ่งมันทำให้เขาต้องค้างอยู่ท่านั้นราว 20 นาที จนกระทั่งอาการเริ่มดีขึ้นเขาพยายามขยับตัวสำเร็จและคลานไปหายาแก้ปวดกิน จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาเป็นโรคปวดหลังเรื้อรังและยังต้องคอยโกหกทุกคนที่ถามว่าหลังเป็นอะไรว่าได้รับอุบัติเหตุจากการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่ย่อท้อต่อการกระทำดังกล่าวโดยจะลดน้ำหนักลง 10 กิโล เพื่อให้ง่ายต่อการก้มตัวลงไปอมไอ้จู๋ของตัวเอง

ขอบคุณข้อมูล  ladbible /  reddit

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...