โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หนี้เสียจ่อพุ่ง 1.2 ล้านล้าน จับตาวิกฤติลุกลาม ลูกหนี้เลี่ยง “ปรับโครงสร้าง” กลัวแบงก์ไม่ปล่อยกู้

Thairath Money

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 07.26 น.
ภาพไฮไลต์

สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เผยภาพรวมสินเชื่อบุคคลธรรมดา 8 เดือนแรก จากฐานข้อมูลสถิติ ที่ไม่มีตัวตนของเครดิตบูโร ครอบคลุมหนี้สินรายย่อยของประชาชนที่ไม่รวมลูกหนี้นิติบุคคล ซึ่งรวบรวมจากสถาบันการเงินสมาชิกเครดิตบูโรกว่า 158 แห่ง พบว่า ณ เดือนสิงหาคม มียอดสินเชื่อ 13.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี และไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบเป็นรายเดือน

เมื่อแยกเป็นรายประเภท พบว่าสินเชื่อส่วนใหญ่มีการเติบโตชะลอลงจากเดือนก่อน โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  • สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย มียอดสินเชื่อ 5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อจากเดือนก่อน
  • สินเชื่อรถยนต์ มียอดสินเชื่อ 2.4 ล้านล้านบาท หดตัว 4.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี หดตัว 0.9% จากเดือนก่อนหน้า
  • สินเชื่อบัตรเครดิต มียอดสินเชื่อ 5.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี หดตัว 0.4% จากเดือนก่อนหน้า
  • สินเชื่อส่วนบุคคล มียอดสินเชื่อ 2.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า

ด้านสถานการณ์หนี้เสีย (NPL) ค้างชำระเกิน 90 วัน ณ เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี คิดเป็นอัตราส่วน 9.7% ต่อสินเชื่อรวม โดยคาดว่ายอดหนี้เสียจะปรับสูงขึ้นแตะระดับ 1.2 ล้านล้านบาท ในไตรมาสที่สาม ตามที่ประเมินไว้เมื่อต้นปี 2567 เมื่อแยกตามประเภทสินเชื่อ มีการเติบโตดังนี้

  • หนี้เสียบ้าน 230,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.3%
  • หนี้เสียรถยนต์259,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6%
  • บัตรเครดิต 69,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9%

จับตาหนี้ใกล้เสีย คนเลี่ยงปรับโครงสร้างหวั่นแบงก์ไม่ปล่อยกู้

สำหรับหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (Special Mention Loan: SM) ซึ่งเป็นหนี้ที่ค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือน ซึ่งมีแนวโน้มจะกลายเป็นหนี้เสีย ในเดือนสิงหาคม 2567 อยู่ที่ 6.4 แสนล้านบาท คิดเป็น 4.7% มาตรการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันหรือ DR หรือ Preemptive Debt Restructure ที่เริ่มให้มีการบันทึกข้อมูลในระบบเครดิตบูโรตั้งแต่เมษายน 2567 ตอนนี้มียอดสะสมจนถึงสิงหาคม 2567 คิดเป็นจำนวน 1 ล้านบัญชี โดยมียอดหนี้ 5.4 แสนล้านบาท “ผมก็ไม่รู้ว่าทำกันมากน้อย เพราะไม่มีตัวเลขเปรียบเทียบก่อนหน้าเดือนเมษา 2567 เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บข้อมูลนี้ มาตรการนี้เป็นเหมือนฝายทดน้ำไม่ให้ SM ไหลไปเป็น NPLs เพราะตามเกณฑ์การให้สินเชื่อที่รับผิดชอบ เจ้าหนี้ต้องยื่นข้อเสนอให้ลูกหนี้ถ้าเห็นว่าลูกหนี้จะผ่อนตามเงื่อนไขเดิมไม่ไหว กล่าวคือปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะค้างเกิน 90 วันที่กำลังมีจำนวนทวีเพิ่ม”

อย่างไรก็ตามตั้งแต่มีการประกาศใช้มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 พบว่า ลูกหนี้เริ่มร้องปัญหามาที่เครดิตบูโรหลายประเด็นดังนี้

  • ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการ DR มองว่าเป็นสาเหตุทำให้พวกเขาถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร
  • ลูกหนี้บางรายตัดสินใจเข้าร่วมมาตรการ เพราะเข้าใจผิดว่าการปรับโครงสร้างหนี้จะระบุรหัสไว้ในรายงานเครดิตบูโร
  • เจ้าหนี้ให้ข้อมูลไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบหลังปรับโครงสร้างหนี้

ทำให้ท้ายที่สุดแล้วลูกหนี้บางส่วน ตัดสินใจไม่เข้าร่วมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ เพราะกังวลว่าจะถูกปฏิเสธสินเชื่อ ทั้งนี้นายสุรพล ทิ้งท้ายไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทยว่า

“โปรดลงไปพูดจาให้เกิดการปฏิบัติอย่างที่ท่านมุ่งหมายด้วยนะครับ เป้าตัวเลขที่อยากได้จากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ กับปริมาณคำร้องที่มันเริ่มทวีมากขึ้น ท่านต้องรับด้วยนะครับ ถ้าเอาใจลูกหนี้มากก็เละ ถ้าไม่ชัดกับเจ้าหนี้มันก็ละล้าละลังกันไปทั้งขบวน สถานการณ์แบบกลับก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ถึงถ้ายังเป็นแบบนี้ ขยันทำอยู่ผิดที่ 10 ปีก็ไม่ถึงเป้าหมายครับ”

ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศ กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนี้เสียจ่อพุ่ง 1.2 ล้านล้าน จับตาวิกฤติลุกลาม ลูกหนี้เลี่ยง “ปรับโครงสร้าง” กลัวแบงก์ไม่ปล่อยกู้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...