โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “นารา” ที่ไม่ไปไม่ได้!

conomi

อัพเดต 28 พ.ค. 2567 เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • conomi.co

มาเรียนรู้จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่ จังหวัดนารา เมืองหลวงเก่า ประเทศญี่ปุ่นกันเถอะ! จังหวัดนารา มีชื่อเดิมว่า ยามาโตะ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเกาะฮอนชู ทั้งขนาดของวัดวาอาราม และศาลเจ้า ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็แสดงให้เห็นเลยว่าจังหวัดนาราเคยรุ่งเรืองทางด้านศาสนามากๆ แม้จะเป็นเพียงจังหวัดเล็ก ๆ แต่ก็เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นเหมือนกันนะ นั่นก็คือช่วงปี พ.ศ.1253-1327 ก่อนที่ญี่ปุ่นจะมีเมืองหลวงเป็นเมืองเกียวโตซะอีก ใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์เมืองเก่าละก็ ตามมาทางนี้เลยค่ะ !

1. วัดโทไดจิ

วัดโทไดจิ

วัดโทไดจิ เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนาราและมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก พอก้าวขาเข้ามามาปุ๊บ เพื่อน ๆ จะเจอกับประตูนันไดมง ที่ด้านข้างมีการแกะสลักไม้เป็นรูปยักษ์ 2 ตน ซึ่งกำลังทำหน้าที่เฝ้าประตูทางเข้าวัดอยู่ มาถึงที่นี่แล้วก็ต้องเข้าไปสักการะหลวงพ่อโตหรือ ไดบุตสึเดน ภายในวิหารหลวงที่มีความสูงถึง 15 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ !! นอกจากนี้ยังมีเสาไม้ยักษ์ ที่ด้านล่างของเสาจะเป็นช่องขนาดเล็ก จึงมีความเชื่อว่าหากใครสามารถลอดผ่านช่องนี้ไปได้ ก็จะสามารถตรัสรู้ได้ในชาติหน้าอีกด้วย

วัดโทไดจิ (東大寺)

ที่อยู่ 406-1 Zoshicho, Nara, 630-8587, Japan เวลาทำการ เมษายน – ตุลาคม
– หอพระใหญ่ 7.30 – 17.30 น.
– พิพิธภัณฑ์ 9.30 – 17.30 น. (รอบสุดท้ายถึง 17.00น. )
– Todai-ji Hokkedo 8.30 – 16.00 น.

พฤศจิกายน – มีนาคม
– หอพระใหญ่ 8.00 – 17.00 น.
– พิพิธภัณฑ์ 9.30 – 17.00 น. (รอบสุดท้ายถึง 16.30น. )
– Todai-ji Hokkedo 8.30 – 16.00 น.

ค่าเข้าชม – ผู้ใหญ่ 800 เยน
(กลุ่ม 30 คนขึ้นไป 700 เยน)

– นักเรียนมัธยมปลาย 800 เยน
(กลุ่ม 30 คนขึ้นไป 500 เยน)

– นักเรียนมัธยมต้น 800 เยน
(กลุ่ม 30 คนขึ้นไป 400 เยน)

– นักเรียนประถม 400 เยน
(กลุ่ม 30 คนขึ้นไป 200 เยน)

เว็บไซต์เพิ่มเติม todaiji วิธีเดินทาง จาก Todaiji Daibutsuden Bus Stop ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที แต่ถ้าเดินจาก JR Nara Station หรือ Kintetsu Nara Station จะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที

2. สวนสาธารณะนารา

สวนสาธารณะนารา

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีวัดล้อมรอบเกือบ 20 แห่ง และหากมาถึงที่นี่เป็นต้องอึ้ง! เพราะเพื่อน ๆ จะเจอเจ้ากวางเดินป้วนเปี้ยนไปทั่วเลยล่ะค่ะ ซึ่งที่นี่ก็มีกวางถึง 1,200 ตัวแหนะ! แม่เจ้าเยอะอะไรปานนั้น! หลายคนอาจสงสัยทำไมที่นี่กวางเยอะจัง นั่นเป็นเพราะความเชื่อในสมัยก่อนว่า เทพเจ้าขี่กวางมาสร้างเมือง นับตั้งแต่นั้นชาวเมืองจึงเชื่อว่าควรให้กวางมีอิสระอย่างเต็มที่ในเมืองนี้นั่นเอง ดังนั้นเพื่อน ๆ จึงสามารถใกล้ชิดเจ้ากวางได้โดยการซื้อขนมเซมเบ้เป็นอาหาร หรือถ่ายรูปเซลฟี่กับเจ้ากวางก็ได้ด้วยนะ

สวนสาธารณะนารา (奈良公園)

ที่อยู่ Nara, Japan เวลาทำการ เปิดให้บริการทุกวัน/ 24 ชั่วโมง เว็บไซต์เพิ่มเติม nara-park วิธีเดินทาง เดินทางมาที่สวนสาธารณะนาราได้โดยการเดินจากสถานี Kintetsu Nara Station หรือสถานี JR Nara Station ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาทีค่ะ

3. ศาลเจ้าคาสุกะ

ศาลเจ้าคาสุกะ

ศาลเจ้าคาสุกะ ศาลเจ้าเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยที่นารายังเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น อาคารหลักของศาลเจ้าเองก็มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นอย่างหลังคาที่มีความลาดชัด และยื่นออกไปนอกตัวอาคาร ถ้าเพื่อน ๆ มาเยือนที่ศาลเจ้าแห่งนี้ล่ะก็ ต้องสังเกตเห็นตะเกียงนับพันอันเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณศาลเจ้าเลยล่ะค่ะ ซึ่งตะเกียงเหล่านี้มาจากการบริจาคของผู้ที่มีจิตศรัทธา มีทั้งแบบแขวนและแบบตั้งพื้น ยิ่งถ้ามาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หรือเดือนสิงหาคม จะมีเทศกาลจุดไฟในตะเกียง สร้างบรรยากาศยามพลบค่ำที่สวยงามได้ดีเลยละ !!

ศาลเจ้าคาสุกะ (春日大社)

ที่อยู่ 160 Kasuganocho, Nara, 630-8212, Japan เวลาทำการ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00 – 18.00 น. ค่าเข้าชม – รอบศาลเจ้าเข้าชมได้ฟรี
– ภายในศาลเจ้าเสียค่าเข้าชม คนละ 500 เยน เว็บไซต์เพิ่มเติม kasugataisha วิธีเดินทาง สามารถใช้บริการของรถไฟ Kintetsu โดยมาลงที่สถานี Kintetsu Nara Station หรือ JR Nara Station แล้วเดินต่ออีก 30-45 นาที

4. วัดโคฟุคิจิ

วัดโคฟุคิจิ

เพื่อน ๆ ทราบไหมคะว่า ในสมัยก่อนวัดโคฟุคิจินั้นยิ่งใหญ่มาก มีอาคารสิ่งก่อสร้างมากถึง 150 หลังเชียวนะ ! แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียง 15 หลังก็ตาม แต่ที่นี่ก็ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมอีกแห่งที่เมื่อมาถึงถิ่นแล้วก็ต้องเข้ามาสักการะพระพุทธรูปประจำวัดที่วิหารโทคอนโดะ และศาลาทรงแปดเหลี่ยม รวมถึงเจดีย์ไม้ห้าชั้น ที่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์แทนเมืองไปแล้ว! แถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติชาติญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจากนี้ เพื่อน ๆ ยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับตัววิหาร โดยภายในจะจัดแสดงศิลปะเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาสมัยที่นารายังรุ่งเรืองอีกด้วย

วัดโคฟุคิจิ (興福寺)

ที่อยู่ 48 Noboriojicho, Nara, 630-8213, Japan เวลาทำการ 9.00 – 17.00 น. (เข้าได้ถึง 16.45 น.) ค่าเข้าชม – บริเวณวัดเข้าชมได้ฟรี
– พิพิธภัณฑ์สมบัติชาติ เสียค่าเข้าชมคนละ 600 เยน
– บริเวณห้องโถง เสียค่าเข้าชมคนละ 300 เยน เว็บไซต์เพิ่มเติม kohfukuji วิธีเดินทาง เดินจาก Kintetsu Nara Station หรือ JR Nara Station ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาทีค่ะ

5. พระราชวังเฮโจ

พระราชวังเฮโจ

พระราชวังเฮโจ เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดินารา และอาคารสำหรับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ นั่นเองค่ะ เนื่องจากที่นี่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกอีกที่หนึ่งของจังหวัดนารา ซึ่งภายในมีห้องโถงที่ใช้ประกอบพิธีการสำคัญ มีการตกแต่งด้วยรูปภาพของ 12 นักษัตร รวมถึงประตูใหญ่ซูซากุที่พึ่งได้รับการบูรณะ ถือเป็นประตูที่มีสีสันสดใสมาตั้งแต่สมัยก่อน ตัวอาคารก็ใช้เมืองฉางอาน ในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นต้นแบบด้วย หากเพื่อน ๆ เดินเลยประตูใหญ่ซูซากุไปอีกนิด ก็จะเจอพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เฮโจเคียว ที่สร้างขึ้นมาเนื่องจากฉลองครบรอบ 1,300 ปี โดยภายในมีการจำลองเรือที่ใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศจีนและญี่ปุ่น และมีการจัดฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับนาราในสมัยที่รุ่งเรืองให้ได้ชมกันอีกด้วย

พระราชวังเฮโจ (平城宮跡)

ที่อยู่ 3 Chome-5-番1号 Nijoojiminami, Nara, 630-8012, Japan เวลาทำการ 9.00 – 17.00 น. (เข้าได้ถึง 16.45 น.) ค่าเข้าชม – บริเวณพระราชวังเดินชมได้ฟรี
– พิพิธภัณฑ์ เสียค่าเข้าชม 500 เยน

*ปิดทำการทุกวันจันทร์และช่วงวันหยุดปีใหม่

เว็บไซต์เพิ่มเติม heijo-kyo วิธีเดินทาง เดินทางจาก Kintetsu Nara Station แล้วลงที่ Yamato-Saidaiji Station หลังจากนั้นก็เดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

6. พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา

พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา

เพื่อน ๆ สามารถชมศิลปะในศาสนาพุทธที่ขึ้นแท่นระดับสมบัติของชาติได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลยค่ะ!! ซึ่งที่นี่ประกอบไปด้วย 4 ส่วนด้วยกัน คือ ห้องโถงจัดแสดงงานประติมากรรมทางพุทธศาสนา ส่วนจัดแสดงเครื่องสัมฤทธิ์ในพิธีกรรมต่าง ๆ ปีกด้านตะวันออก และปีกด้านตะวันตก โดยที่นี่จะเก็บรวบรวมศิลปะของศาสนาพุทธ มีการจัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ประติมากรรมชิ้นเอกของแต่ละแขนง รูปปั้นพระพุทธรูป ภาพวาด และวัตถุโบราณของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ในประเทศญี่ปุ่นเชียวนะ นอกจากนี้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษอย่าง “โชโซอินเทน” ที่เปิดให้ชมสมบัติล้ำค่าในสมัยศตวรรษที่ 8 โดยการเดินทางผ่านเส้นทางสายไหมมาถึงประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา (奈良国立博物館)

ที่อยู่ 50 Noboriojicho, Nara, 630-8212, Japan เวลาทำการ 9.30 – 17.00 น. ค่าเข้าชม – คนละ 520 เยน, เด็ก 260 เยน
*ปิดทำการทุกวันจันทร์และวันที่ 1 มกราคม เว็บไซต์เพิ่มเติม narahaku วิธีเดินทาง เดินจาก Kintetsu Nara Station หรือ JR Nara Station ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที

7. ศาลเจ้าฮิมุโระ แหล่งบูชาเทพเจ้าน้ำแข็ง!

ศาลเจ้าฮิมุโระ

ที่นี่คือสถานที่ชมซากุระอันโด่งดังในช่วงต้นฤดูร้อนของจังหวัดนั่นเองค่ะ ! นอกจากนี้ภายในศาลเจ้ายังมีปลาแช่ในแท่นน้ำแข็งเอาไว้สำหรับบูชาเทพเจ้าอีกด้วย เพราะศาลเจ้าที่นี่มีไว้สำหรับ บูชาเทพเจ้าน้ำแข็ง !? หือ?? ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะที่นี่เขามีการบูชาน้ำแข็ง กันมาตั้งแต่อดีตแล้ว ใครที่ทำงานเกี่ยวกับน้ำแข็งก็มักจะมากราบไหว้สักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้กัน ซึ่งทุก ๆ ปีจะมีการจัดเทศกาลไหว้เทพเจ้าน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่า Himuro Shirayuki Festival โดยช่วงหลัง ๆ มานี้แว่วมาว่าเริ่มเปิดให้ร้านน้ำแข็งไสทั่วญี่ปุ่นมาออกร้านกันด้วย ไสน้ำแข็งกันให้ดูกันจะ ๆ เลยละค่ะ แต่ทว่าใครที่อยากมางานนี้ต้องอาศัยดวงหน่อยนะ เพราะแต่ละปีจะจัดงานไม่ตรงกัน

ศาลเจ้าฮิมุโระ (氷室神社)

ที่อยู่ 1-4 Kasuganocho, Nara, 630-8212, Japan เวลาทำการ 6.30 – 18.00 น. เว็บไซต์เพิ่มเติม himurojinja วิธีเดินทาง เดินทางจากสถานี Kintetsu Nara และเดินต่ออีกประมาณ 16 นาทีค่ะ

8. วัดชินยาคุชิจิ

この投稿をInstagramで見る

walking_in_nara 奈良の見どころ(@walking_in_nara)がシェアした投稿

วัดชินยาคุชิจิ หลายคนอาจสับสนกับวัดยาคุชิจิแต่ที่นี่ไม่ใช่ที่เดียวกันนะคะ เพราะวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่สำหรับบูชาพระยาคุชิ ซึ่งเด่นในเรื่องยารักษาโรค โดยภายในห้องโถงหลักของวัดมีรูปปั้นไม้ยาคุชิ เนียวไร ที่มีขนาดใหญ่มาก ยิ่งไปกว่านั้นห้องโถงแห่งนี้ยังกลายเป็นสมบัติชาติไปแล้วด้วย ว่ากันว่าพระยาคุชิ คือพระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธของญี่ปุ่นที่สามารถช่วยปัดเป่าความทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บ และเชื่อกันว่ายาที่ท่านถืออยู่ในมือนั้นเป็นยาวิเศษสามารถรักษาได้ทุกโรค รอบ ๆ องค์พระยาคุชิก็มีเทพเจ้าแห่งการเยียวยารักษา เป็นแม่ทัพทั้ง 12 องค์จากสวรรค์ ที่คอยทำหน้าที่อารักขาพระยาคุชิ ซึ่งรูปปั้นเทพทั้ง 12 องค์นั้น มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมบัติชาติอีกเช่นกัน ใครที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ก็ลองขอพรกับพระยาคุชิดูนะ โรคร้ายอาจจะพลันหายไปได้ในพริบตา!!

วัดชินยาคุชิจิ (新薬師寺)

ที่อยู่ 1352 Takabatakecho, Nara, 630-8301, Japan เวลาทำการ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชม คนละ 600 เยน เว็บไซต์เพิ่มเติม shinyakushiji วิธีเดินทาง เดินจาก Nara Park หรือนั่งรถบัสจาก Warishicho bus stop ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

9. ย่านนารามาจิ

ย่านนารามาจิ

เดินเล่นในเมืองกันเบื่อแล้วเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเล่นในย่านเมืองเก่ากันบ้างดีกว่า! ดูจากสองข้างทางแล้วก็รู้ทันทีเลยใช่ไหมล่ะคะ ว่าที่นี่เป็น ย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองนารา นั่นเอง ด้วยอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิม คลังสินค้าเก่าแก่ พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ อย่าง Naramichi Museum , Naramichi Lattice House , Nara Craft Museum ที่ยังคงอนุรักษ์บรรยากาศเก่า ๆ เอาไว้ให้สัมผัส ซึ่งที่นี่ในสมัยเอโดะ เคยเป็นย่านการค้าแบบทาวน์เฮาส์ที่เรียงกันเป็นแถวยาว ชาวบ้านจึงใจดีเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เดินเล่น จับจ่ายสินค้ากันตามสบาย เพราะที่ย่านร้านค้าแห่งนี้มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าต่าง ขนาบอยู่ทั้งสองข้างทาง ประกอบกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการสวมใส่ชุดกิโมโน การชงชา การชิมเหล้าท้องถิ่นได้อีกด้วย

ย่านนารามาจิ (奈良町)

ที่อยู่ Nara, Japan เว็บไซต์เพิ่มเติม gonoguide วิธีเดินทาง เดินทางจาก Kintetsu Nara Station ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที หรือจะขึ้นรถบัสสาย 5, 6 ลงที่ Naramachi ประมาณ 10 นาที

10. ถนนชอปปิงฮิกะชิมูกิ

この投稿をInstagramで見る

輝(イワン)(@iwan_akira)がシェアした投稿

ก่อนกลับมาแวะช้อปปิ้งที่ถนนฮิกะชิมูกิ กันดีกว่า! ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่บริเวณทางออกของ Kintetsu Nara Station เดินขึ้นมาแล้วก็จะเจอเลยค่ะ เป็นถนนตรงยาวไม่ลึกมาก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขนม ร้านเสื้อผ้า ของที่ระลึก ของใช้ต่าง ๆ เมื่อเดินไปสุดทางจะเจอร้าน Nakatani-dou Mochi ขนมโมจิชื่อดังจากรายการทีวีแชมป์เปี้ยน และสำหรับเมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้ก็คือ ขนมโมจิไส้ถั่วแดง ที่ใส่หญ้าโยะโมะงิสีเขียวกลิ่นหอมอ่อน ๆ แล้วใช้แป้งโมจิบาง ๆ หุ้มถั่วแดงกวนเอาไว้ ตบท้ายด้วยการโรยด้วยคินาโกะ (ผงถั่วเหลือง) รสชาติเลยออกมาอร่อยโดนใจสุด ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีจุดเด่นอีกอย่างคือ การนวดและทุบแป้ง โชว์วิธีการทำให้ลูกค้าได้เห็นกันจะ ๆ ไปเลย สำหรับเจ้าโมจิถั่วแดงราคาเริ่มต้นชิ้นละ 130 เยนค่ะ ใครเดินเที่ยววัดเสร็จแล้วก็สามารถมาเดินหาของกินอร่อย ๆ กันได้ที่นี่เลย !

ถนนชอปปิงฮิกะชิมูกิ (ひがしむき商店街)

ที่อยู่ Japan, 〒630-8215 Nara, Higashimuki Nakamachi, 15 เวลาทำการ ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง วิธีเดินทาง เดินจาก Kintetsu Nara Station ถึงเลย

ถึงแม้จังหวัดนาราจะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เพื่อน ๆ ก็สามารถเที่ยวชมได้อย่างทั่วถึงภายในวันเดียว เพราะสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ตั้งอยู่ไม่ไกลกันมาก ที่นี่จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการปั่นจักรยานเที่ยวชมเมือง เนื่องจากมีร้านให้บริการเช่าจักรยานสำหรับนักท่องเที่ยว ทริปของเพื่อนๆอาจจะสนุกมากขึ้นก็ได้นะ !!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...