โรงสีอีสาน ร่วมฟังชี้แจงประมูลข้าว 10 ปี คาดราคาซื้อ-ขายเริ่มที่ 15 บาท/กก.
โรงสีอีสาน ร่วมรับฟังคำชี้แจงประมูลข้าว 10 ปี 15,000 ตันของ อคส. วันนี้ (29 พ.ค. 2567) มั่นใจในเรื่องคุณภาพ หลังหน่วยงานรัฐพิสูจน์แล้ว ชี้ราคาจากสภาพข้าวในโกดังคาดเริ่มที่ 15 บาทต่อ กก. ย้ำอยากให้ผู้บริโภคมั่นใจก่อนนำข้าวออกสู่ตลาดต้องปรับปรุงคุณภาพให้ได้มาตรฐานก่อนเท่านั้น
วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 นายวิชัย ศรีนวกุล นายกสมาคมโรงสีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ตนเป็นตัวแทนสมาคมโรงสีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ามารับฟังคำชี้แจงหลักเกณฑ์และเงื่อนไข เรื่องการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2567 จำนวน 15,000 ตัน ในโกดังจังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ พร้อมที่จะเข้าไปดูคุณภาพของข้าวเป็นอย่างไร โดยหลังจากที่หน่วยงานภาครัฐมีการพิสูจน์คุณภาพของข้าวแล้วไม่มีสารตกค้าง ก็มีความมั่นใจคุณภาพข้าวมากขึ้น พร้อมที่จะนำมาปรับปรุงให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะทำตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ
“เอกชนผู้ค้าข้าวที่ลงไปดูก่อนหน้านี้ มีการยืนยันว่าสภาพข้าวสารยังดีอยู่และมีคุณภาพ แม้ว่าจะดูแล้วข้าวจะเหลืองหรือมีแมลง มีซากอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ผู้ชนะประมูลไปแล้ว ก็ต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะนำออกจำหน่ายหรือส่งออก”
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เข้าไปประเมินคุณภาพข้าวในโกดังแล้ว จะพิจารณาได้ว่าราคาที่จะเสนอในการประมูลข้าวจะอยู่ที่ราคาเท่าไร หากดูราคาตลาดข้าวสาร ขณะนี้น่าจะอยู่ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาจะเสนอมามากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการในแต่ละรายเป็นผู้พิจารณา ซึ่งตอบไม่ได้ หากมีผู้สนใจมากราคาแต่ละรายที่นำเสนอจะแตกต่างกันไป หากใครให้ราคาสูงกว่านี้ก็ถือว่าชนะการประมูลไป
ทั้งนี้ ผู้บริโภคไม่ต้องกังวลเมื่อผู้ชนะประมูลได้ข้าวไป ก่อนที่นำออกสู่ตลาดจะต้องมีการเข้ากระบวนการปรับปรุงคุณภาพ จะทำให้คุณภาพข้าวเข้ามาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในการซื้อขายและการส่งออก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ต้องมีการขัดสี แยกเมล็ดข้าว ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยคัดแยกข้าวดี ข้าวมีจุดดำ หรือเชื้อรา มั่นใจได้ว่าข้าวที่ออกสู่ตลาดคือข้าวที่ปรับปรุงแล้ว และข้าวที่เก็บไว้นานก็ย่อมมีสีที่เปลี่ยนไปได้
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มีการตีความแยกแยะ ว่าข้าวที่ผู้ประกอบข้าวจะเสนอนั้น จะนำไปขายในประเทศ หรือส่งออก หากตีข่าวว่า จะเอาไปให้เฉพาะคนต่างประเทศกิน ก็อาจจะเกิดความเข้าใจผิดได้ว่า คนไทยไม่กินแล้วจึงนำไปส่งออก ข้าวเก่าก็ยังมีตลาดที่นิยมกินอยู่ ไม่ใช่ไม่มีใครกินเลย แต่ในการทำตลาด ข้าวเก่าจะร่วนมาก ผู้ขายก็อาจเอาข้าวใหม่มาผสม เพื่อให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ
นอกจากนี้ ไม่จำเป็นต้องระบุที่บรรจุภัณฑ์ข้าวว่า เป็นข้าว 10 ปี เพราะในการทำตลาด มีการนำข้าวเก่ามาผสมกับข้าวใหม่อยู่แล้วตามความต้องการผู้บริโภค และปัจจุบัน ข้าวเก่า 2 ปี 3 ปี ก็ไม่ได้ระบุที่ถุงอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ยังมีบางประเด็นใน TOR ห้ามนำข้าวในโกดังออกมาตรวจสอบสภาพข้าวก่อน แต่ให้ดูสภาพข้าวในโกดังเท่านั้น เพราะอดีตจะเอาข้าวไปตรวจเช็กสภาพว่าจะมีเมล็ดเสียเมล็ดดีถ้าเป็นข้าวหอมก็ต้องไปดูค่าอามิโรสว่าถูกต้องไหม แต่หากอามิโรสต่ำไปแล้วก็อาจจะไม่ได้จำหน่ายเป็นข้าวหอม อาจเปลี่ยนไปเป็นข้าวขาวแทน ซึ่งราคาประเมินอยู่ที่ผู้ไปดู เพราะของที่ดูด้วยตาแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางรายอาจบอกข้าวคุณภาพดีให้ราคาสูง บางรายมองว่าคุณภาพอาจมาปรับปรุงแล้วสูญเสียมาก อาจจะทอนราคาลงไปอยู่ที่ราคาเวลาเสนอภาครัฐ ก็จะเห็นว่าใครให้ราคาสูงก็ให้คนนั้นไป
- อคส.เปิดชี้แจงประมูลข้าวรัฐ 10 ปี ผู้สนใจร่วมฟังถึง 10 ราย
- บิ๊กส่งออกออกอาการ “ลังเล” ประมูลข้าวจำนำ 10 ปี
- อคส.ประมูลข้าวสต๊อกรัฐ 1.27 แสนตัน ลอตสุดท้าย แพงสุด 10.20 บาท/กก.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงสีอีสาน ร่วมฟังชี้แจงประมูลข้าว 10 ปี คาดราคาซื้อ-ขายเริ่มที่ 15 บาท/กก.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net