เริ่มแล้ว! จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย
เริ่มแล้ว! จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ด้าน "ธัญวัจน์" สะอื้น ดีใจกฎหมายผ่าน - เชื่อ ความรักสร้างความเปลี่ยนแปลง - จ่อ ผลักดันเปลี่ยนคำนำหน้า
เวลา 08.00 น. วันที่ 23 ม.ค. 68 ที่สำนักงานเขตบางรัก ได้เปิดให้คู่รักลงทะเบียนมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมครั้งแรก ถือเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่กฎหมายมีผลบังคับใช้วันนี้เป็นวันแรก โดยเปิดให้คู่รักที่ลงทะเบียน ตั้งแต่เวลา 8:00-16:00 น โดยบรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคักมีคู่รักทยอยเดินทางมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม โดยคู่แรกเป็นคู่ของ คุณสุมาลี สุดสายเนตร อายุ 64 ปี และ คุณธนพร สุดสายเนตร อายุ 59 ปี ที่เดินทางจากเพชรบูรณ์ และมาถึงที่สำนักงานเขตบางรักในเวลา 06.00 น. รวมถึงมียูทูปเบอร์ชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจ แต่งชุดไทยมาร่วมกิจกรรมภายในสำนักงานเขตด้วย
คุณสุมาลี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่วันนี้รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้กับคู่รักทุกคู่ได้มีโอกาสจดทะเบียนสมรสกัน และการลงทะเบียนครั้งนี้ยังมีผลต่อการตัดสินใจในการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งเป็นจุดประสงค์สำคัญ เพราะที่ผ่านมาไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีเอกสารยืนยันการเป็นคู่สมรส
นอกจากนี้ ทั้งคู่ได้เผยว่า หลังจากจดทะเบียนวันนี้ก็จะมีแพลนการแต่งงานเพราะว่าได้มีการให้สินสอดกันแล้ว และขอขอบคุณทุกทุกภาคส่วนที่ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้
ด้านนางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมของการจัดงานจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในวันนี้ ว่า วันนี้เป็นวันแรกของการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมของประเทศไทย เป็นที่น่ายินดีสำหรับคู่รักทั้งหลายที่จะเปลี่ยนเป็นคู่สมรส และเป็นโอกาสอันดีที่ได้รับการผลักดันให้กฎหมายตัวนี้ใช้ได้ครั้งแรกในประเทศไทย ดังนั้นสำนักงานเขตบางรักจึงจัดสถานที่ให้ผู้รับมาจดทะเบียนสมรส เตรียมทุกอย่างโดยมีผู้สนับสนุน คือ ผู้ที่แสดงความยินดีกับคู่รักทุกคู่ในวันนี้ และทีมงานเราได้จัดเตรียมบุคลากรในเรื่องของคำพูดที่จะต้องเปลี่ยน จากเดิมจะใช้คำว่าคู่บ่าวสาว มาเป็นคำว่าคู่สมรสแทน และจะไม่ใช้คำว่าเพศ โดยเปลี่ยนมาใช้คำว่าคู่สมรสคนที่ 1 และคู่สมรสคนที่ 2 แทน เพื่อความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งสำนักงานเขตก็สนับสนุนนโยบายเหล่านี้มาโดยตลอด และขอแสดงความยินดีกับคู่รักทุกท่านที่วันนี้เรามีความเท่าเทียมเกิดขึ้น และทำให้เรามีหลายๆ สิ่งที่ดีและมีความสุขเพิ่มขึ้นในประชาชน
ส่วนคู่รักที่ walk in ลงทะเบียนมานั้น นางพรพัน ระบุว่า ที่สำนักงานเขตบางรักมีการลงทะเบียนคู่รักมา 40 คู่ โดยทุกวันจะมีการ walk in เข้ามาวันละ 40 คู่ แต่วันนี้วันดีคาดว่าจะมีถึง 70 คู่ หรือมากกว่า 100 คู่
ขณะที่ นายธัญวัจน์ กมลาวงศ์วัฒน์ สส.พรรคประชาชน ระบุว่า วันนี้เป็นวันที่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็กลับกลายเป็นไปได้ ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศใช้ชีวิตอย่างจินตนาการไม่ออกว่าโตขึ้นไปจะสร้างครอบครัวอย่างไร แต่วันนี้ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างเท่าเทียม ต้องขอบคุณสำนักงานเขตบางรักที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ทุกคนเลือกมาจดทะเบียนสมรสกัน และขอให้ทุกคนมีความสุขกับชีวิตสมรส นี่คือศักดิ์ศรีที่พวกเรามีความเท่าเทียมกัน
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้างที่วันนี้สิ่งที่ผลักดันได้สำเร็จแล้ว นายธัญวัจน์ กล่าวสะอื้นทั้งน้ำตาว่า ตนคิดว่าเวลาเราพูดเรื่องความรักนั้นเป็นนามธรรม แล้วมองว่าคนเหล่านี้เวิ่นเว้อ แต่ตนเชื่อว่าความรักสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้จริงๆ การสมรสเท่าเทียมถือเป็นหนึ่งประเด็นที่สร้างความเปลี่ยนแปลง ทำให้โลกเปลี่ยนไป และมีอีกหลายอย่างที่เราต้องผลักดัน ตนเชื่อว่าความรักจะสร้างความเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามต่อว่ามีคนเข้ามาขอบคุณหรือไม่ นายธญวัจน์ กล่าวว่า มีเยอะ แต่ตนเชื่อว่าในฐานะผู้แทนราษฎรเราทำเต็มที่อยู่แล้ว ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ก็จะนึกถึงบุคคลที่สูญเสีย
เมื่อถามว่าก้าวต่อไปนอกจากการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมแล้ว ยังมีอะไรที่เราอยากทำให้เท่าเทียมอีกบ้าง นายธัญวีจน์ เผยว่า หากในประเด็นสมรสเท่าเทียมจะมีข้อสังเกตที่ว่า เราต้องแก้การตั้งครรภ์ด้วยเทคโนโลยี ให้ครอบครัว LGBTQ สามารถมีครอบครัวได้ อีกประเด็นคือเรื่องการขอสัญชาติของผู้สมรส รวมถึงกฎหมายคุ้มครองแต่ละประเทศที่ขณะนี้หลายประเทศไม่ยอมออกใบรับรองให้
เมื่อถามถึงกรณีที่บ้านเรามีกฎหมายเท่าเทียมแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะคว่ำกฎหมายของ โจ ไบเดน มีผลต่อความเท่าเทียมทั่วโลกอย่างไรบ้าง นายธัญวีจน์ กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์เรื่องนี้มองว่า ตนเชื่อว่าโดนัลด์ ทรัมป์ มาจากการเลือกตั้ง แต่นั่นหมายถึงว่าการที่มีนโยบายแบบนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือไม่รู้ว่าอเมริกามีอิทธิพลเรื่องสื่อและวัฒนธรรมมากมายจนถึงประเทศเรา ดังนั้นการผลักดันเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศก็จะยากขึ้น เพราะสิ่งหนึ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ พูดขึ้นมา เป็นเรื่องของบุคคลข้ามเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งเมืองไทยก็ยากอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าคงจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป และเราก็คงต้องรับมือ ตนมองว่าเขาไม่สามารถแทรกแซงเราได้ แต่เรื่องนี้มีอิทธิพลทางความคิด เพราะเขามีอิทธิพลเรื่องวัฒนธรรม เรื่องการค้า เรื่องเศรษฐกิจ นั่นหมายถึงว่าเราต้องตั้งรับ
เมื่อถามถึงกรณีเปลี่ยนคำนำหน้าที่ต้องการให้เกิดขึ้น จะมีการผลักดันต่อและมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายธัญวีจน์ ระบุว่า จริงๆ ร่างเรื่องนี้ตกไปแล้วแต่เราได้ร่างขึ้นมาใหม่ โดยขณะนี้ต้องบอกว่าทุกอย่างคือเกมการเมือง เราจึงยังไม่กล้ายื่น ต้องรอทางคณะรัฐมนตรียื่นเข้ามาก่อน กังวลว่าจะถูกปัดตกอีก จึงฝากบอกไปยังพรรคเพื่อไทยว่าเราจะต้องผลักดันกันต่อ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยยื่นเข้ามาก่อน
ด้านนายวิพุธ ศรีวะอุไร สก.เขตบางรัก เสริมขึ้นมาว่า ตนคิดว่าเป็นการทำงานเพื่อส่วนรวมเรื่องความเท่าเทียม แต่เป็นการยอมรับให้โอกาสในความแตกต่าง ตนจึงคิดว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมประชาชนเราเดินหน้าได้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ภายในงานคู่รักที่ร่วมลงทะเบียนภายในงานระหว่างเวลา 8.00 น ถึง 9.00 น จะได้ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ 2 ที่นั่ง และของรางวัลอื่นๆ อีก ขณะที่ภายในสำนักงานเขตมีทางเจ้าหน้าที่รอต้อนรับและให้บริการตามจุดต่างๆ