โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB ดีเดย์ปรับโครงสร้าง มุ่งดิจิทัลเต็มตัว-รับมือ Virtual Bank

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2567 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 00.10 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

“850 วัน ที่ผมได้เข้ามาทำงานที่ไทยพาณิชย์ หรือกว่า 3 ปี พันธกิจของธนาคารยังคงเดิม คือ มุ่งสู่กลยุทธ์ Digital Bank With Human Touch และยังคงเป็นกลยุทธ์ต่อเนื่องไปอีก 5-10 ปีหลังจากนี้ เพื่อไปสู่ดิจิทัลแบงก์เต็มรูปแบบ” คำกล่าวของ “กฤษณ์ จันทโนทก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนล่าสุด ในงาน “SCB Press Trip @ samui”

ปี’67 เข้มปล่อยสินเชื่อลดเสี่ยง

โดย “กฤษณ์” กล่าวว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์ Digital Bank With Human Touch สร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง และสามารถพิชิตทุกเป้าหมายที่วางได้ โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2567 ไทยพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 3.85 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YOY) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 3.1% YOY รายได้จากธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งเติบโต 19% YOY

อย่างไรก็ดี ภายใต้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในลักษณะ K Shape หรือฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ธนาคารต้องปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยสินเชื่อรวมในปี 2567 ของไทยพาณิชย์น่าจะทรงตัว และเน้นในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนที่มีรายได้เกิน 5 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มยังมีโอกาสเติบโต ทั้งสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งเพื่อการลงทุน (Wealth)

ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีจะต้องเลือกโตมากขึ้น รวมถึงหันมาโฟกัสธุรกิจที่สร้างรายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการปล่อยสินเชื่อ อย่างเช่น ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) เป็นต้น ส่วนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ อาจจะเติบโตกระจุกตัวมากขึ้น เนื่องจากภาวะการแข่งขัน

“ตอนนี้เศรษฐกิจไทยเหมือนเมาค้างโควิดอยู่ การฟื้นตัวแบบ K-Shape มีลูกค้าที่ยังไม่สร่างเมา จะเดินหน้าต่อก็ไม่ได้ ดังนั้น ทุกแบงก์ที่มีพอร์ตลูกค้ากลุ่มนี้จะต้องประคองให้เกิด Soft Landing ทั้งนี้ หากดอกเบี้ยลดอีกในปีหน้า จะยิ่งมีความท้าทาย เพราะทุกครั้งดอกเบี้ยลดลง 0.25% จะกระทบรายได้ดอกเบี้ย 5,000 ล้านบาทถึง 1 หมื่นล้านบาท”

ปี’68 เผชิญ 3 ปัจจัยท้าทาย

“กฤษณ์” กล่าวอีกว่า มองไปข้างหน้าในปี 2568 ธุรกิจธนาคารยังคงมีความท้าทาย โดยจะมาจากความเสี่ยง 2-3 ด้านหลัก คือ 1.ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจมีความท้าทาย รวมถึงนโยบายกีดกันทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อไทย โดยคาดว่า GDP ไทยปี 2568 จะขยายตัวเพียง 2.4%

2.ระดับหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังสูง แม้ว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะปรับลดลงจากระดับ 90% ของ GDP มาอยู่ที่ 89% แต่เป็นการลดลงจากยอดสินเชื่อไม่ได้เติบโต และเศรษฐกิจที่ไม่ได้ขยายตัว หากรวมหนี้นอกระบบจะเกิน 100% ซึ่งมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนที่จะออกมาในวันที่ 11 ธ.ค. 2567 แม้จะช่วยประคองลูกหนี้ แต่ไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างด้านรายได้ที่ต้องแก้ไข

ตั้งรับการแข่งขัน Virtual Bank

และ 3.เทรนด์ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และกฎกติกาด้าน ESG (Environment, Social และ Governance) ยังคงมีผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเกิดขึ้นของธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศผู้ที่ได้ใบอนุญาต Virtual Bank อย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 2 ของปี 2568 จะเป็นอีกจุดเปลี่ยนที่สำคัญในระบบการเงินของไทย

“ธุรกิจ Virtual Bank ปัจจุบันมีต้นทุนเพียง 30% เทียบกับต้นทุนของธนาคารที่สูงกว่า 36% ดังนั้น การแข่งขันผู้เล่นรายใหม่ได้จะต้องทำให้ต้นทุนของธนาคารต่ำลง แต่ก็เชื่อว่า Virtual Bank ไม่ง่าย เพราะว่าประมาณ 90% ยังคงขาดทุน มีอีก 10% ที่สำเร็จและมีกำไร โดยเป้าหมายของธนาคารที่สำคัญ คือ การตั้งเป้าเป็นดิจิทัลแบงก์เต็มตัว และตั้งเป้ามีรายได้จากดิจิทัล หรือ Digital Revenue ให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่า เรือลำใหญ่จะแข่งกับเรือลำเล็กได้ และเชื่อว่าการแข่งขันบนเวทีนี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้น จากเศรษฐกิจไทยที่ไม่ง่าย”

ดีเดย์ 1 ม.ค. ปรับโครงสร้าง

ซีอีโอไทยพาณิชย์กล่าวอีกว่า เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ปักหมุดไว้ ในวันที่ 1 มกราคม 2568 ธนาคารจะประกาศการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคต ภายใต้ 3 มิติ คือ 1.การตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยลดงานทับซ้อน จากเดิมจะแบ่งการทำงานเป็นหน่วยธุรกิจ (BU) มี 19 หน่วยงาน จะเหลือเพียง 10 หน่วยงาน

2.การวางโครงสร้างด้านดิจิทัล จะทำอย่างไรให้สาขาที่มี 700 แห่ง ทำธุรกรรมได้ 340 รายการ สามารถทำได้บน SCB Easy ที่ปัจจุบันทำได้ราว 100 รายการ และ 3.การเสริมศักยภาพในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ

โดยสิ่งที่เกิดขึ้น จะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.การเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และบริการลูกค้าให้สอดคล้องกับมูลค่าทางเศรษฐกิจสำหรับลูกค้าแต่ละคน 2.เพิ่มความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่ลงทุนไว้ 3.การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ เพื่อให้เกิดผลิตภาพที่เพิ่มมากขึ้น เช่น Core Banking โครงสร้างพื้นฐานที่จะเริ่มออกดอกออกผลในทิศทางที่ดีขึ้น หรือการใช้ AI มากกว่าการปล่อยกู้หรือติดตามหนี้

“โครงสร้างนี้จะทำให้แบงก์ตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็วขึ้น ทันท่วงที และไร้รอยต่อ ลดจุดทับซ้อนของหน่วยงาน ลดความเกรงใจ ในแง่ผู้ถือหุ้นจะได้รับ ROE (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) เป็นตัวเลข 2 หลัก และช่วยทำให้ต้นทุนแบงก์ลดลงเหลือในระดับ 35% เร็วที่สุด” ซีอีโอไทยพาณิชย์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SCB ดีเดย์ปรับโครงสร้าง มุ่งดิจิทัลเต็มตัว-รับมือ Virtual Bank

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...