โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ภูมิธรรม” ขออย่าจินตนาการ “ฮุนเซน-ทักษิณ” หวั่นกระทบสัมพันธ์ประเทศ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 18.21 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 09.53 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ปทุมธานี 7 พ.ย.-“ภูมิธรรม” จวกอย่าจินตนาการ สัมปทานน้ำมัน พื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เอื้อ “ชินวัตร-ฮุนเซน” หวั่นกระทบสัมพันธ์ ซัด “สมชัย” ใช้ภูมิความรู้ไม่เข้าใจถ่องแท้เรื่อง MOU 44 สนธิสัญญาเกาะกูด วิจารณ์นายกฯ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการเตรียมลงพื้นที่เกาะกูด จังหวัดตราด วันที่ 9 พ.ย.นี้ ว่า เกาะกูดมีหน่วยกำลังของกองทัพเรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ตนจะไปดูความเป็นอยู่และเยี่ยมเยียนกำลังพล เนื่องจากมีนโยบายที่จะไปตรวจเยี่ยมกำลังพลอยู่แล้ว อีกทั้งมีประเด็นเรื่องเกาะกูดเกิดขึ้นจึงใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่ เพื่อไปดูสถานที่จริงว่ายังมั่นคงแข็งแรงหรือไม่ และการเดินทางครั้งนี้เพื่อจะเป็นเครื่องยืนยันว่าเกาะกูดเป็นของไทย เพราะกองกำลังทหารของเราก็อยู่ที่นั่นเพื่อทำหน้าที่ป้องกันอธิปไตยของประเทศรวมถึงหน่วยราชการอื่นๆ ซึ่งเป็นมาอย่างยาวนาน อยากให้เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นแผ่นดินไทยตามสนธิสัญญาที่ได้ทำไว้กับฝรั่งเศส และกัมพูชาก็ไม่เคยตั้งคำถามกับเราขอให้สบายใจได้

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลาย มีผู้เกี่ยวข้องเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รัฐบาลที่เกี่ยวข้องหลายยุคหลายสมัยออกมาพูดชัดเจนแล้วเรื่องอธิปไตยบนเกาะกูดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแบ่งผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนเพียงแต่การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้เอ็มโอยู 2544 เป็นเครื่องมือเพื่อหาแนวทางสันติให้ได้ข้อตกลงไม่ใช้อาวุธเข้ากระทำต่อกัน

นอกจากนี้ เกาะกูดยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ต้องเข้าดูแลเพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวสะดุด ให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศและให้ประชาชนในพื้นที่

นายภูมิธรรม ยังระบุถึงข้อสังเกตการให้สัมปทานพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ครอบครัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครอบครัวสมเด็จ ฮุนเซน ว่า ที่ผ่านมาอยากให้เป็นบทเรียน เพราะพูดในเรื่องที่จินตนาการ ซึ่งยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร แต่มีส่วนที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อยากให้ฟังข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นข้อเท็จจริงค่อยมาวิจารณ์ อย่ากลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาขับเคลื่อนและไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ควรจะพูดให้อยู่บนพื้นฐานความเข้าใจ อย่างกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ออกมาวิจารณ์ นายกฯ ถ้าไปดูจะเข้าใจว่า ในสนธิสัญญาเรื่องเกาะกูด และ MOU44 เป็นเรื่องที่ตกลงกันสองรัฐ ซึ่งมีวิทยานิพนธ์ได้พูดเรื่องนี้ชัดเจน สนธิสัญญาและ MOU มีความแตกต่างกัน การที่จะใช้ภูมิความรู้ของตัวเองอาจไม่มีความเข้าใจแล้วมาวิพากษ์วิจารณ์ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นไม่เป็นผลดีต่อประเทศทั้งหมด

“ปัจจุบันนี้กระแสทางโซเชียลลดลงแล้ว อยากให้คำนึงถึงข้อเท็จจริง รัฐบาลนี้ไม่ได้กลัวการวิพากษ์วิจารณ์ แต่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์สอดรับกับความเป็นจริง และปัจจุบันนี้การดำเนินงานในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาลไทยกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็เป็นไปด้วยดี มีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ในหลักการ ไม่เคยละเมิดหลักการที่เกิดขึ้น ความสัมพันธ์ตรงนี้ไม่มีปัญหา” นายภูมิธรรม กล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม คปท.ที่เดินทางไปพื้นที่เกาะกูด เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนั้น เขาอาจจะเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นฐานที่เข้าใจผิดเมื่อข้อมูลข้อเท็จจริงปรากฏเชื่อว่าโดยวิญญูชนทั้งหลายควรจะเข้าใจได้ว่า หากไม่ใช่สิ่งที่เป็นประเด็น ก็ไม่ควรหยิบมาเป็นประเด็นเพราะกระทบความเชื่อมั่นของประเทศมากกว่า ก็หวังว่าเค้าจะเข้าใจและตัดสินใจบนพื้นฐานที่เหมาะสม.-313.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...