โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

19 ผู้บำบัดยาวัดท่าพุเฮ! 'หมอปลา' ใจป้ำนำไปพักฟื้นที่บ้านเพชรบุรี

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 ก.ย 2564 เวลา 17.00 น.

19 ผู้บำบัดเฮ! "หมอปลา" ใจป้ำนำผู้บำบัดยาเสพติดชุดสุดท้ายไปพักฟื้นที่บ้านเพชรบุรี ส่วนผู้บำบัดเผยหลุดจากนรกบนดินไปอยู่เขาชนไก่เหมือนได้เจอสวรรค์ ด้าน "ผกก.ด่านมะขามเตี้ย" เผยเก็บหลักฐาน-สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมให้ความร่วมมือกองปราบฯ เต็มที่ ตั้งช้อสังเกตทำไมผู้บำบัดส่วนใหญ่ที่ถูกพามาบำบัดที่ศูนย์ฯจึงเป็นตำรวจจากร้อยเอ็ด เป็นผู้พามา 

เมื่อเวลา 13.40 น.วันนี้ (23 ก.ย.64) ที่วัดท่าพุราษฎร์บำรุง หมู่ 10 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี รถบรรทุกกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 17 (มทบ.17) พร้อมกำลังพลได้นำผู้บำบัดยาเสพติดที่ก่อนหน้านี้นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ไปพักคอยที่โรงพยาบาลสนามเขาชนไก่จำนวน 254 คน ทั้งผู้บำบัดที่อยู่ในเรือนนอนและผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์ ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่จำนวน 19 รายเดินทางมาที่วัดเพื่อมาเอาทรัพย์สินและเงินที่ผู้ปกครองและญาติได้ฝากไว้กับทางวัดเพื่อเป็นค่าอาหารและใช้จ่าย ก่อนหน้านี้ 

แต่ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ทราบว่าไม่ได้เก็บโทรศัพท์ หรือทรัพย์สินมีค่าไว้แต่อย่างใด ส่วนผู้บำบัดที่ญาติฝากเงินไว้ให้ หากตรวจสอบว่าผู้บำบัดรายใดยังมีเงินคงเหลืออยู่ทางพระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาเจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฎร์บำรุงจะดำเนินการโอนคืนให้กับญาติของผู้บำบัดดังกล่าวทั้งหมด โดยใช้เวลาอยู่ที่วัดประมาณ 20 นาที 

จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น.เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.17 ได้นำผู้บำบัดทั้งหมดกลับขึ้นรถบรรทุกกำลังพลและออกเดินทางไปส่งยังบ้านนายจีรพันธ์ แสงขาว หรือ หมอปลา ที่ ต.โรงเข้ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารนั่งคุมท้ายรถไปด้วย 

ทั้งนี้ พบว่าผู้บำบัดต่างมีสีหน้าแววตาที่สดชื่นแจ่มใส พร้อมเปิดเผยว่า ได้ติดต่อผู้ปกครองและญาติให้ทราบทั้งหมดแล้วว่าจะไปพักรออยู่ที่บ้านหมอปลาก่อนจากนั้นทางผู้ปกครองและญาติจะเดินทางไปรับในภายหลัง เนื่องจากทางบ้านของผู้บำบัดบางรายติดขัดในเรื่องของการรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 และบางรายอยู่ระหว่างการกักตัว จึงไม่สะดวกในการเดินทางมารับ จึงขอให้หมอปลาช่วยเหลือดูแลในระยะนี้ก่อน 

โดยต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "หลังจากที่ได้ออกจากศูนย์ฯแห่งนี้และไปพักรอที่ รพ.สนามเขาชนไก่ รู้สึกสบายใจขึ้นมากๆ" โดยมีผู้บำบัดรายหนึ่งระบุว่า "ที่นี่คือนรกบนดิน แต่ไปเจอสวรรค์เขาชนไก่" พร้อมเผยว่า "ตนมาอยู่ที่ศูนย์ฯแห่งนี้ได้ประมาณ 4-5 เดือน มาจากกรุงเทพฯ เสียเงินแรกเข้าให้กับทางวัด เป็นจำนวน 12,000 บาท"     

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้บำบัดที่กลับจากเขาชนไก่เป็นชุดสุดท้ายจำนวน 19 คนนี้เป็นชาว จ.ราชบุรี จำนวน 2 คน จ.สุพรรณบุรี จำนวน 2 คน จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 2 คน จ.ชลบุรี จำนวน 2 คน จ.กรุงเทพฯ จำนวน 3 คน จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 1 คน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คน จ.สมุทรสาคร จำนวน 2 คน จ.สระบุรี จำนวน 2 คน จ.นครปฐม จำนวน 1 คน และ จ.สมุทรปราการ จำนวน 1 คน  

ขณะที่ พ.ต.อ.อัฑฒาสิษฏฐ์ พุ่มเกตุแก้ว ผกก.สภ.ด่านมะขามเตี้ย เผยว่า ในเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเก็บหลักฐานค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แล้ว โดยที่ผ่านมาเราได้เชิญทางพระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาพระเลขา ผู้ดูแลการเงิน สาธารณสุขอำเภอและแม่ค้าขายข้าวมาสอบปากคำเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่

ส่วนกรณีที่ ป.ป.ส.สนับสนุนเงินให้กับทางวัดปีละ 2 แสนบาท รวมทั้งเข้าข่ายเรื่องของการค้ามนุษย์หรือไม่นั้นในเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของทางกองปราบฯที่จะทำการสอบสวน เนื่องจากผู้เสียหายไม่ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.ด่านมะขามเตี้ย เราจึงใช้ได้เพียงอำนาจในการสืบสวนเท่านั้นโดยขอความร่วมมือในการให้การเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ทางกองปราบฯยังไม่ได้ประสานขอเอกสารหลักฐานจากพนักงานสอบสวน สภ.ด่านมะขามเตี้ยแต่อย่างใด ซึ่งทางเราพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีของวัดเบื้องต้น พบว่า มียอดเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีของธนาคาร ธ.ก.ส.ประมาณ 2 แสนเศษ ซึ่งสามารถเบิกเงินสดจากบัญชีดังกล่าวผ่านทาง ATM ได้ 2 คนด้วยกัน คือ พระครูปลัดประสิทธิ์ รตินฺธโร เจ้าอาวาส และนายสมเกียรติ มัคทายกของวัด ซึ่งหลังจากเบิกเงินออกมาแล้ว ทางพระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาฯ จะเป็นผู้นำเงินที่เบิกออกมาไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ต่อไป

สำหรับคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมทั้ง พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี มีความเป็นห่วง และเราต้องตอบสังคมให้ได้ว่า ตำรวจในพื้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ทาง สภ.ด่านมะขามเตี้ย ไม่เคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางวัด โดยเราไม่เคยส่งตัวผู้เสพยาเข้าไปบำบัดที่ศูนย์ฯ แห่งนี้แต่อย่างใด 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ในท้องที่ จ.กาญจนบุรี มีเพียง สภ.บ่อพลอย เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่นำตัวผู้เสพฯมาบำบัดที่ศูนย์แห่งนี้โดยมาประมาณ 2-3 ครั้งซึ่งแต่ละครั้งที่มาทางตำรวจและผู้ปกครองเป็นผู้พามาบำบัดด้วยตัวเอง แต่ตนไม่ทราบว่าทำไมผู้บำบัดส่วนใหญ่ที่ถูกพามาบำบัดที่ศูนย์ฯจึงเป็นตำรวจจาก จ.ร้อยเอ็ด เป็นผู้พามา ซึ่งต้องกลับไปสอบที่ต้นทางเพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...