โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำหมักสับปะรดสารพัดประโยชน์

รักบ้านเกิด

อัพเดต 29 พ.ย. 2562 เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 01.52 น. • รักบ้านเกิด.คอม

จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ Farmer Info ของสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 ในพื้นที่ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พบกับคุณพิชัย เหลือคณาสุพร เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการทำน้ำหมัก

ผลไม้ที่หาได้ง่ายและมีมากในหลายๆจังหวัดนั่นคือสับปะรด ระยะนี้ผลผลิตสับปะรดออกจำนวนมากและสับปะรดบางชนิดไม่มีความต้องการจากผู้บริโภค เนื่องจากมีความเปรี้ยวมากเกินกว่าที่จะรับประทานสดๆได้ จึงมีเทคนิคการทำน้ำหมักจากสับปะรดเพื่อใช้ในการเกษตรและใช้ในครัวเรือนด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้
++ สูตรน้ำหมักสับปะรดสารพัดประโยชน์ ++

  1. สับปะรด 3 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
  3. น้ำสะอาด 8 ลิตร
    ++ วิธีการทำ ++
  4. ใส่น้ำตาลและน้ำลงไปในถัง คนให้ละลาย
  5. หั่นสับปะรดตามขวางหรือเป็นแว่น
  6. ใส่สับปะรด (ไม่ควรใส่จนเต็ม) เหลือไว้ประมาณ 1 ส่วน ปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 3 เดือน

++ วิธีการใช้ ++
-นำน้ำหมัก 30 ซีซี (3 ช้อนโต๊ะ) ต่อ น้ำ 1 ลิตร แช่ผ้า 20-30 นาที ซักขยี้แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
-น้ำหมัก:น้ำ = 1:1000 นำมารดน้ำต้นไม้
-ส่วนกากนำไปใส่บริเวณโคนต้น

++ การเจือจางน้ำหมัก ++
น้ำหมักสับปะรด 1 ส่วน น้ำตาลทราย 1 ส่วน และน้ำ 10 ส่วน หมักไว้อย่างน้อย 3-7 วัน จึงสามารถนำไปใช้ผสมน้ำรดต้นไม้ได้
ข้อดี :

  1. ทำความสะอาดส่วนต่าง เช่น ล้างห้องน้ำ ล้างรถ เช็ดกระจก ซักผ้า
  2. นำผสมกับน้ำรดต้นไม้ ทำให้ต้นไม้สมบูรณ์
  3. ทำปุ๋ย ใช้ในการเกษตร
  4. ใช้ใส่แผลฟกช้ำ ช่วยบรรเทาอาการ
  5. ประหยัดค่าใช้จ่าย
  6. ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ Farmer Info ของสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 ในพื้นที่ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พบกับคุณพิชัย เหลือคณาสุพร เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการทำน้ำหมัก

ผลไม้ที่หาได้ง่ายและมีมากในหลายๆจังหวัดนั่นคือสับปะรด ระยะนี้ผลผลิตสับปะรดออกจำนวนมากและสับปะรดบางชนิดไม่มีความต้องการจากผู้บริโภค เนื่องจากมีความเปรี้ยวมากเกินกว่าที่จะรับประทานสดๆได้ จึงมีเทคนิคการทำน้ำหมักจากสับปะรดเพื่อใช้ในการเกษตรและใช้ในครัวเรือนด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้
++ สูตรน้ำหมักสับปะรดสารพัดประโยชน์ ++

  1. สับปะรด 3 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
  3. น้ำสะอาด 8 ลิตร
    ++ วิธีการทำ ++
  4. ใส่น้ำตาลและน้ำลงไปในถัง คนให้ละลาย
  5. หั่นสับปะรดตามขวางหรือเป็นแว่น
  6. ใส่สับปะรด (ไม่ควรใส่จนเต็ม) เหลือไว้ประมาณ 1 ส่วน ปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 3 เดือน

++ วิธีการใช้ ++
-นำน้ำหมัก 30 ซีซี (3 ช้อนโต๊ะ) ต่อ น้ำ 1 ลิตร แช่ผ้า 20-30 นาที ซักขยี้แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
-น้ำหมัก:น้ำ = 1:1000 นำมารดน้ำต้นไม้
-ส่วนกากนำไปใส่บริเวณโคนต้น

++ การเจือจางน้ำหมัก ++
น้ำหมักสับปะรด 1 ส่วน น้ำตาลทราย 1 ส่วน และน้ำ 10 ส่วน หมักไว้อย่างน้อย 3-7 วัน จึงสามารถนำไปใช้ผสมน้ำรดต้นไม้ได้
ข้อดี :

  1. ทำความสะอาดส่วนต่าง เช่น ล้างห้องน้ำ ล้างรถ เช็ดกระจก ซักผ้า
  2. นำผสมกับน้ำรดต้นไม้ ทำให้ต้นไม้สมบูรณ์
  3. ทำปุ๋ย ใช้ในการเกษตร
  4. ใช้ใส่แผลฟกช้ำ ช่วยบรรเทาอาการ
  5. ประหยัดค่าใช้จ่าย
  6. ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ Farmer Info ของสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 ในพื้นที่ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พบกับคุณพิชัย เหลือคณาสุพร เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการทำน้ำหมัก

ผลไม้ที่หาได้ง่ายและมีมากในหลายๆจังหวัดนั่นคือสับปะรด ระยะนี้ผลผลิตสับปะรดออกจำนวนมากและสับปะรดบางชนิดไม่มีความต้องการจากผู้บริโภค เนื่องจากมีความเปรี้ยวมากเกินกว่าที่จะรับประทานสดๆได้ จึงมีเทคนิคการทำน้ำหมักจากสับปะรดเพื่อใช้ในการเกษตรและใช้ในครัวเรือนด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้
++ สูตรน้ำหมักสับปะรดสารพัดประโยชน์ ++

  1. สับปะรด 3 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
  3. น้ำสะอาด 8 ลิตร
    ++ วิธีการทำ ++
  4. ใส่น้ำตาลและน้ำลงไปในถัง คนให้ละลาย
  5. หั่นสับปะรดตามขวางหรือเป็นแว่น
  6. ใส่สับปะรด (ไม่ควรใส่จนเต็ม) เหลือไว้ประมาณ 1 ส่วน ปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 3 เดือน

++ วิธีการใช้ ++
-นำน้ำหมัก 30 ซีซี (3 ช้อนโต๊ะ) ต่อ น้ำ 1 ลิตร แช่ผ้า 20-30 นาที ซักขยี้แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
-น้ำหมัก:น้ำ = 1:1000 นำมารดน้ำต้นไม้
-ส่วนกากนำไปใส่บริเวณโคนต้น

++ การเจือจางน้ำหมัก ++
น้ำหมักสับปะรด 1 ส่วน น้ำตาลทราย 1 ส่วน และน้ำ 10 ส่วน หมักไว้อย่างน้อย 3-7 วัน จึงสามารถนำไปใช้ผสมน้ำรดต้นไม้ได้
ข้อดี :

  1. ทำความสะอาดส่วนต่าง เช่น ล้างห้องน้ำ ล้างรถ เช็ดกระจก ซักผ้า
  2. นำผสมกับน้ำรดต้นไม้ ทำให้ต้นไม้สมบูรณ์
  3. ทำปุ๋ย ใช้ในการเกษตร
  4. ใช้ใส่แผลฟกช้ำ ช่วยบรรเทาอาการ
  5. ประหยัดค่าใช้จ่าย
  6. ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...