โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทยาศาสตร์นาซ่า พบปรากฏการณ์ชี้ว่ามีโลกคู่ขนาน ซึ่งเวลาเดินย้อนกลับหลังแบบหนัง Tenet

BT Beartai

อัพเดต 22 พ.ค. 2563 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2563 เวลา 09.40 น.
นักวิทยาศาสตร์นาซ่า พบปรากฏการณ์ชี้ว่ามีโลกคู่ขนาน ซึ่งเวลาเดินย้อนกลับหลังแบบหนัง Tenet

นิตยสารด้านวิทยาศาสตร์เก่าแก่อย่าง New Scientist ได้เผยเรื่องราวที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟอย่างไรอย่างนั้น เมื่อนักวิทยาศาสตร์นาซ่ากลุ่มหนึ่งได้เผยว่า บางทีพวกเขาอาจเคยได้พบปรากฏการณ์โลกคู่ขนาน ที่สำคัญคือเวลาของมันเดินย้อนกลับหลังเสียด้วย

ใครนึกภาพไม่ออกเวลาที่เดินย้อนกลับหลัง ก็คล้ายตัวอย่างหนัง Tenet ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่รถซึ่งพลิกคว่ำไปแล้วกลับหมุนย้อนมาวิ่งถอยหลังเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นนั่นล่ะ แต่ที่พวกนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเขาไม่ได้เห็นชัด ๆ และเข้าใจง่าย ๆ แบบนั้นหรอกนะ

ภาพจากตัวอย่างหนัง Tenet ซึ่งเหมาะกับการอธิบายแบบคนทั่วไป

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับทีมนักวิจัยของนาซ่าในพื้นที่แอนตาร์กติกหรือขั้วโลกใต้ นาม ดร.ปีเตอร์ กอร์แฮม กับทีมงาน ในปฏิบัติการ Antarctic Impulsive Transient Antenna (ANITA) พวกเขาได้ทำภารกิจใช้บอลลูนติดเสาสัญญาณเพื่อทำการสแกนหาอนุภาคพลังงานสูงที่เป็นลักษณะสำคัญของเทหวัตถุจากนอกโลก ซึ่งอาจปรากฏอยู่สักที่ในผิวน้ำแข็งขนาดใหญ่หลายล้านตารางกิโลเมตรของทวีปแอนตาร์กติกา พวกเขาเคยทำการทดสอบนี้มาแล้ว 2 ครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ไม่พบอะไร ซ้ำยังเจอกับสัญญาณรบกวนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย และเหตุการณ์ที่พวกเขาพบก็เกิดในครั้งที่ 3 ของปฏิบัติการ

ดร.ปีเตอร์ กอร์แฮม
ภาพบอลลูนที่ทำการกวาดสัญญาณสำรวจ
ดร.ปีเตอร์ กอร์แฮม อธิบายการทำงานของ ANITA

อนุภาคพลังงานสูงคืออะไร? ทำไมต้องหาที่ขั้วโลก?อนุภาคพลังงานสูงมักเกิดจากการระเบิดที่ปลดปล่อยพลังงานมหาศาล ที่ปล่อยประจุต่าง ๆ ออกมา เช่น ไอออน อิเล็กตรอน โปรตอน)

ซึ่งอนุภาคพลังงานสูงที่เรารู้จักกันดีคือ อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์(Solar energetic particle หรือ SEP) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดปรากฏการณ์พายุสุริยะ (Solar Storm) ซึ่งอนุภาคพลังงานสูงนี้อาจเกิดขึ้นได้ 2 แบบ

แบบแรกเกิดพร้อมกับ เปลวสุริยะ (Solar Flare) ซึ่งเป็นการระเบิดที่ชั้นบรรยากาศโครโมสเฟียร์ที่ลอยบาง ๆ อยู่รอบดวงอาทิตย์ ส่วนอีกแบบหนึ่งเกิดจากการที่ดวงอาทิตย์ ปลดปล่อยก้อนมวลสารจากโคโรนา (Coronal mass ejection หรือ CME) ที่ีมีความเร็วสูงพุ่งแหวกไปในกระแสลมสุริยะ (solar wind) ทำให้เกิดคลื่นกระแทก โดยอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ก็จะเกิดขึ้นในบริเวณคลื่นกระแทกนี้ด้วย

อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ Solar energetic particle

อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์นี้มีระดับพลังงานต่ำมาก เมื่อเทียบกับ รังสีคอสมิก (Cosmic Rays) ซึ่งเป็นรังสีแกมมาจากนอกโลกที่ถูกเร่งให้มีความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสงและพุ่งเข้าชนชั้นบรรยากาศของโลกในทุกทิศทุกทางตลอดเวลา ทำให้หลายครั้งที่อุปกรณ์ตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์สูตรของโลกจะไม่สามารถตรวจพบอนุภาคพลังงานต่ำ ๆ จากดวงอาทิตย์ได้ เพราะจะถูกสนามแม่เหล็กโลกโน้มนำไปยังบริเวณขั้วแม่เหล็กใกล้ขั้วโลก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทีมนักวิจัยถึงต้องหาร่องรอยอนุภาคพลังงานสูงต่าง ๆ มาศึกษาโดยมุ่งไปที่ขั้วโลกใต้ซึ่งเป็นแหล่งรวมการตกชนของอนุภาคพลังงานสูงจากนอกโลกด้วย

ในครั้งนั้นพวกเขาตัดสินใจว่าควรทำการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่เดิมซ้ำอีกครั้ง โดยเฉพาะสัญญาณรบกวนที่ถูกมองข้ามในรอบก่อน ๆ และนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก ๆ เพราะพวกเขาได้พบว่าสัญญาณรบกวนนั้นเมื่อวิเคราะห์อย่างถ้วนถี่ ก็เจอว่าเป็นสัญญาณหนึ่งของอนุภาคพลังงานสูงที่ปกติจะเกิดการตกหรือแผ่มาจากอวกาศสู่พื้นโลก แต่สิ่งที่ประหลาดออกไปสำหรับสัญญาณนี้ที่พบจนแทบเป็นไปไม่ได้เลยก็คือ

ลักษณะการเกิดของมันคล้ายการพุ่งจากพื้นโลกออกไปสู่อวกาศ ผิดจากอนุภาคพลังงานสูงทั่วไป

การค้นพบอนุภาคนี้เกิดขึ้นในปี 2016 และหลังจากที่กอร์แฮมและทีมงานแห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลได้เผยแพร่งานวิจัยดังกล่าว พวกเขาและกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ต่างได้เอาหลักฟิสิกส์ และทฤษฎีต่าง ๆ ที่พิสูจน์แล้วในปัจจุบัน พยายามมาอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าว แต่ทว่าไม่มีกฎหรือทฤษฎีใดเลยที่สมเหตุสมผล นอกจากว่าสมมติฐานหนึ่งจะถูกยอมรับเสียก่อน

ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะยอมรับสมมติฐานนี้ได้

ดร.ปีเตอร์ กอร์แฮม กล่าวกับนิตยสาร NEW SCIENTIST

เพราะทางเดียวที่จะอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ คือ การยอมรับว่ามีจักรวาลคู่ขนานที่เกิดร่วมกับการระเบิดครั้งใหญ่หรือ บิ๊กแบง มาพร้อมกับจักรวาลที่เรารู้จัก และจักรวาลคู่ขนานที่ว่านี้มีลักษณะตรงข้ามกับเราทุกประการ กล่าวคือ บวกคือลบ ซ้ายคือขวา และเวลาก็เดินแบบย้อนกลับหลัง ด้วย

บิ๊กแบง ได้ทำให้เกิดมี 2 จักรวาลขึ้น เมื่อ 13,800 ล้านปีก่อน และจักรวาลคู่ขนานนั้นก็มีการไหลของเวลาแบบย้อนกลับ เมื่อมองจากการรับรู้ของจักรวาลเรา 

อิบราฮิม ซาฟา หนึ่งในคณะวิจัยของ ANITA

สำหรับโลกของวิทยาศาสตร์นั้น การพูดถึง พหุภพ หรือ Multiverse ซึ่งเป็นการพูดถึงการมีอยู่ของหลายจักรวาล เกิดขึ้นแบบจริงจังครั้งแรกในการสอนของ แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์ ผู้วางรากฐานกลศาสตร์ควอนตัม เมื่อปี 1952 ซึ่งเขาเตือนทุกคนว่าสิ่งที่เขากำลังบอกอาจฟังดูบ้าอยู่สักหน่อย เพราะจากการคำนวณสมการของเขายืนยันว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีหลายเหตุการณ์แตกต่างกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นความจริงทั้งหมด

และสำหรับโลกของนิยายไซไฟที่เป็นรากฐานให้หนังไซไฟเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน นักเขียนคนแรกที่นำศัพท์และคอนเซ็ปต์นี้ไปใช้ก็คือ ไมเคิล จอห์น มัวร์ล็อก ในนิยายปี 1963 เรื่อง The Sundered Worlds ซึ่งพูดถึงการเดินทางไปสำรวจแกแล็กซี่อื่นที่เผยความลับของการมีอยู่ของพหุภพ

ซึ่งในโลกภาพยนตร์ก็มีการนำแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ทั้งเรื่องจักรวาลคู่ขนาน พหุภพ และเรื่องของการย้อนกลับของเวลา โดยเรื่องล่าสุดที่น่าสนใจมากคือTenet ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่กำลังเข้าฉายในเดือนกรกฎาคมนี้

ตัวอย่างหนัง และฉากเวลาเดินย้อนกลับหลัง

และคงต้องดูกันต่อไปว่าการพิสูจน์ปรากฏการณ์ที่นาซ่าค้นพบนั้นจะมีบทสรุปอย่างไร เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโลกเราไปแค่ไหน หรืออาจมีคำอธิบายอื่น ๆ ที่เข้ามาแทนในอนาคต ต้องติดตาม

อ้างอิง1
อ้างอิง2
อ้างอิง3
อ้างอิง4
อ้างอิง5
อ้างอิง6

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

นักวิทยาศาสตร์นาซ่า พบปรากฏการณ์ชี้ว่ามีโลกคู่ขนาน ซึ่งเวลาเดินย้อนกลับหลังแบบหนัง Tenet
นักวิทยาศาสตร์นาซ่า พบปรากฏการณ์ชี้ว่ามีโลกคู่ขนาน ซึ่งเวลาเดินย้อนกลับหลังแบบหนัง Tenet
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...